คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า นายบุญช่วยเป็นลูกจ้างของโจทก์ทำหน้าที่พนักงานขับรถยนต์ นายบุญช่วยขับรถด้วยความประมาทชนเครื่องกั้นให้รถหยุดและชนขบวนรถไฟ ทำให้รถของโจทก์และขบวนรถไฟเสียหายโจทก์ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้การรถไฟฯ นายบุญช่วยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้แก่โจทก์แต่ไม่ชำระ ต่อมนายบุญช่วยถึงแก่กรรมจำเลยซึ่งเป็นภริยาและทายาทจึงต้องรับผิดในความเสียหายดังกล่าวจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดเพราะไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ และคดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลางขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานพิพากษา ให้จำเลยในฐานะทายาทนายบุญช่วยชำระหนี้ให้โจทก์ 85,520.24 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า
"...แม้จำเลยจะมิใช่ลูกจ้างของโจทก์โดยตรง แต่จำเลยเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายบุญช่วยผู้ตาย จึงเป็นทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 วรรคสอง, 1599, 1600โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย และตามฟ้องคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมรับผิดในหนี้สินที่โจทก์ได้รับความเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดระหว่างโจทก์ผู้เป็นนายจ้างและนายบุญช่วยผู้ตายซึ่งเป็นลูกจ้างเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงาน อันเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 8(5)
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้..."
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.