Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3831/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามรายงานกระบวนพิจารณาบันทึกว่าศาลสั่งงดสืบพยานจำเลยเมื่อเวลา 9.30 น. ต่อมาวันเดียวกันเวลา 14.45 น. ทนายจำเลยยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ศาลสั่งรวมสำนวน ถือว่าจำเลยได้โต้แย้งคำสั่งศาลแล้วจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ จำเลยเคยขอเลื่อนคดีมา 2 นัดแล้ว นัดแรกจำเลยอ้างว่าป่วยครั้นถึงวันนัดที่สอง จำเลยไม่ได้เตรียมพยานอื่นมา ศาลได้ให้โอกาสจำเลยเลื่อนคดีนัดที่สองไปโดยกำชับให้จำเลยนำพยานที่จะสืบทั้งหมดมาศาลในวันนัดและเลื่อนคดีไปเป็นเวลาหนึ่งเดือนเศษ จำเลยยังไม่นำพยานมาศาลในวันนัดถือว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดีศาลจึงชอบที่จะไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากจำเลยยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อทรัพย์ดังกล่าวยื่นคำคัดค้านศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดการไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่าตามคำร้องของจำเลยไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาจำเลยจึงไม่มีอำนาจที่จะร้องขอให้ขายทอดตลาดใหม่ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องของจำเลย แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 26 ตุลาคม 2532 บันทึกว่าศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลยเมื่อเวลา 9.30 นาฬิกา ต่อมาวันเดียวกันเวลา 14.45 นาฬิกา ทนายจำเลยยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งดังกล่าวเพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งรวมสำนวนปรากฏตามคำร้องลงวันที่ 26 ตุลาคม 2532 เอกสารอันดับที่ 95 ในสำนวนถือว่าจำเลยได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226(2) ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยชอบหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหานี้โดยไม่ต้องย้อนสำนวน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าศาลชั้นต้นนัดไต่สวนพยานจำเลย 3 นัด

นัดแรกเมื่อวันที่ 21สิงหาคม 2532 จำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่าจำเลยป่วย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีโดยกำชับจำเลยให้เตรียมพยานมาให้พร้อมในวันนัดนัดที่สองเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2532 สืบพยานจำเลยได้ 1 ปากโดยจำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน แล้วจำเลยขอเลื่อนคดี อ้างว่ามิได้เตรียมพยานอื่นมา เพราะทนายจำเลยเพิ่งกลับจากต่างจังหวัดศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องเตรียมพยานมาให้พร้อม ไม่ใช่ว่าหากทนายจำเลยไปต่างจังหวัดแล้วไม่ต้องเตรียมพยานอื่นมาศาล ก่อนหน้านี้จำเลยก็ขอเลื่อนคดีมานัดหนึ่งแล้วพฤติการณ์ของจำเลยส่อไปในทางประวิงคดี แต่เพื่อให้โอกาสจำเลยสู้คดีได้เต็มที่จึงให้เลื่อนคดีไปอีกครั้งหนึ่ง โดยกำชับจำเลยว่าในนัดหน้าให้นำพยานที่จะสืบทั้งหมดมาศาล

ครั้นถึงนัดที่สามวันที่ 26 ตุลาคม 2532 ทนายจำเลยมาศาลขอเลื่อนคดี โดยไม่มีพยานจำเลยมาศาล ศาลชั้นต้นจึงสั่งตัดพยานจำเลยเห็นว่า จำเลยเคยขอเลื่อนคดีมา 2 นัด นัดแรกจำเลยอ้างว่าป่วย ครั้นถึงวันนัดที่สองจำเลยไม่ได้เตรียมพยานอื่นมา ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์ประวิงคดีแต่ก็ได้ให้โอกาสจำเลยเลื่อนคดีนัดที่สองไปโดยกำชับจำเลยให้นำพยานที่จะสืบทั้งหมดมาศาลในวันนัด เมื่อถึงวันนัด จำเลยกลับไม่มีพยานมาศาลเลย ซึ่งแสดงให้เห็นในเบื้องต้นว่าจำเลยมิได้นำพาต่อคำสั่งศาลชั้นต้นที่กำชับให้จำเลยเตรียมพยานมาศาลให้พร้อม ข้ออ้างของทนายจำเลยที่ว่า ได้ติดต่อนายสุรพลศิริศรีบุญเรือง และนายรุ่น บุญญานุวัฒน์ แล้ว พยานทั้งสองรับว่าจะมาเบิกความ แต่พยานทั้งสองไม่มาศาลโดยไม่ทราบเหตุขัดข้อง และนายสุรพล

บุณยรัตพันธ์ พยานอีกปากหนึ่งไปบวชเป็นพระภิกษุไม่เต็มใจมาศาล ทั้งไม่ทราบว่าบวชอยู่วัดใดนั้นเป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอย ไม่มีพยานหลักฐานมาสนับสนุน จึงไม่น่าเชื่อถือคดีนี้ศาลชั้นต้นได้กำชับจำเลยหลายครั้งแล้ว และครั้งสุดท้ายได้ให้โอกาสจำเลยเลื่อนคดีไปเป็นเวลาหนึ่งเดือนเศษ จำเลยยังไม่นำพยานมาศาลในวันนัด ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดี ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · จรัส อุดมวรชาติ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 805/2519

วัดนัดชี้สองสถาน โจทก์จำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาล ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน วัดนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์มอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อน อ้างว่าติดว่าความที่ศาลอื่น ดังนี้ โจทก์ข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2358/2518

กรณีที่จำเลยจะขอให้พิจาณาคดีใหม่ได้จะต้องเป็นเรื่องที่จำเลยขาดนัดพิจารณาและศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาเสียก่อน การที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานจำเลย และศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยประวิงคดีไม่อนุญาตใ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 634809)

ตาม ป.อ. มาตรา 1 (7) "เอกสาร" หมายความว่า กระดาษหรือวัตถุอื่นใดซึ่งได้ทำให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่น จะเป็นโดยวิธีพิมพ์ ถ่ายภาพ หรือวิธีอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งความหมายนั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2301/2545

ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 86 วรรคท้าย ในกรณีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลจะสั่งให้นำพยานหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับประเด็นในคดีมาสืบเพิ่มเติมก็ได้ และแม้คู่ความจะมิได้ระบุพยานเพิ่มเติมศาลก็สามารถรับฟังพยานหลัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2545

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ให้การต่อสู้ไว้แล้วว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ออกเช็คพิพาททั้ง 4 ฉบับ เพื่อชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ต้องคืนเช็คพิพาททั้ง 4 ฉบับ ให้แก่จำเลยที่ 1 เนื่องจากไม่มีหนี้สิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้