Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิจำนองที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์จากผู้รับจำนองเดิม จำเลยที่ 1 กับภริยาของจำเลยที่ 1 ยินยอมให้โจทก์ชำระหนี้ที่บุคคลทั้งสองเป็นลูกหนี้จำเลยที่ 2 รวม 118,191,930.54 บาท แทนโดยจำเลยที่ 1 จะขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทให้โจทก์และจำเลยที่ 2 ตกลงทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับโจทก์ลดหนี้ของจำเลยที่ 1 กับภริยาที่โจทก์จะชำระแทนลงเหลือ 42,000,000 บาท จำเลยที่ 1 ทำบันทึกข้อตกลงจะซื้อขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างกับโจทก์โดยรับเงินมัดจำ 400,000 บาท ไปจากโจทก์และตกลงให้โจทก์ชำระเงินส่วนที่เหลือ 4,800,000 บาท ในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ โจทก์ชำระเงินบางส่วน 3,561,499.63 บาท ให้จำเลยที่ 2 และชำระเงิน 1,000,000 บาท ให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ในคดีล้มละลาย ที่จำเลยที่ 1 ถูกฟ้องตามข้อกำหนดในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ทำกับจำเลยที่ 2 แล้ว ระหว่างนั้นโจทก์ทำสัญญาจะขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้บุคคลอื่นในราคา 70,000,000 บาท ต่อมาโจทก์ติดต่อขอชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 กับภริยา ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่จำเลยที่ 2 ไม่รับชำระโดยแจ้งว่า จำเลยที่ 1 ยกเลิกหนังสือมอบอำนาจการทำนิติกรรมของโจทก์แล้ว โจทก์ติดต่อจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 ปฏิเสธไม่ขายที่ดินทั้ง 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ตามข้อตกลง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ร้องอ้างในคำร้องว่า ก่อนหน้าโจทก์ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับจำเลยที่ 2 เพื่อชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 และภริยานั้น จำเลยที่ 1 ทำบันทึกข้อตกลงจะขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างกับผู้ร้องไว้ก่อน จากนั้นอีกวันผู้ร้องจึงทำบันทึกข้อตกลงจะขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ โจทก์อาศัยสิทธิจากการทำข้อตกลงดังกล่าวไปทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับจำเลยที่ 2 แต่ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 1 กลับทำบันทึกข้อตกลงจะซื้อขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นการฉ้อฉลผู้ร้อง ผู้ร้องมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์และจำเลยทั้งสอง จึงขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้ ดังนี้ข้ออ้างของผู้ร้องเป็นการตั้งข้อพิพาทโต้แย้งขึ้นมาใหม่ต่างจากข้อพิพาทที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสอง โดยผู้ร้องมิได้มุ่งขอบังคับเกี่ยวกับทรัพย์พิพาทเป็นสำคัญ การร้องสอดของผู้ร้องจึงเสมือนเป็นอีกคดีหนึ่ง ผู้ร้องไม่มีความจำเป็นต้องร้องสอดเข้ามาในคดีอย่างแท้จริง ทั้งมิได้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสอง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องสอดเข้าเป็นโจทก์ร่วมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (2) และไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่ 3 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 รับเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 4,800,000 บาท จากโจทก์และโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5646, 10156, 10157, 13323 ถึง 13328, 13623, 13624, 17930, 17931 และ 18344 ถึง 18351 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ให้โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่กระทำตามให้โจทก์วางเงิน ณ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดตาก สาขาแม่สอดและให้ใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมด ให้จำเลยที่ 2 รับเงินจากโจทก์ 40,337,482.58 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา MLR ต่อปีของต้นเงิน 34,333,944.57 บาท นับแต่วันที่ 29 มีนาคม 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระครบถ้วน ให้จำเลยที่ 2 ถอนการยึดที่ดิน 21 แปลง

ดังกล่าวในคดีหมายเลขแดงที่ ธ. 681/2546 ของศาลแพ่ง โดยโจทก์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดและทำการไถ่ถอนพร้อมมอบต้นฉบับโฉนดที่ดินกับเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ หากจำเลยที่ 2 ไม่กระทำตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2 โดยให้โจทก์นำเงินดังกล่าวพร้อมค่าธรรมเนียมถอนการยึดวาง ณ กรมบังคับคดี พร้อมให้เจ้าพนักงานที่ดินสำนักงานที่ดินจังหวัดตาก สาขาแม่สอด ออกต้นฉบับโฉนดฉบับใหม่และใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หากไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ได้ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ 28,261,499.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ

ระหว่างพิจารณาคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์และคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยที่ 1 นายศักดิ์การิยา ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมโดยอ้างว่า โจทก์ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับจำเลยที่ 2 และชำระหนี้บางส่วนแทนจำเลยที่ 1 โดยอาศัยสิทธิตามบันทึกข้อตกลงการจะซื้อจะขายที่ดิน 21 แปลง ตามฟ้องพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างโจทก์กับผู้ร้อง โดยผู้ร้องเป็นฝ่าย "ผู้จะขาย" และโจทก์เป็นฝ่าย "ผู้จะซื้อ" ซึ่งก่อนหน้านั้น ผู้ร้องตกลงจะซื้อที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างจากจำเลยที่ 1 ไว้ตามบันทึกข้อตกลงการซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับผู้ซื้อ โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำบันทึกข้อตกลงจะซื้อจะขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยมีเจตนาฉ้อฉลผู้ร้องทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าจะต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับผู้ร้อง

ผู้ร้องในฐานะผู้ทำสัญญาจะซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากจำเลยที่ 1 และในฐานะผู้จะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ได้รับความเสียหายจากการผิดสัญญาของโจทก์และจำเลยที่ 1 ผู้ร้องจึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์และจำเลยทั้งสอง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี ผู้ร้องชอบที่จะยื่นฟ้องเพื่อบังคับตามสิทธิเป็นคดีใหม่ ไม่รับคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิจำนองที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทที่จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จากผู้รับจำนองเดิม จำเลยที่ 1 กับภริยาของจำเลยที่ 1 ยินยอมให้โจทก์ชำระหนี้ที่บุคคลทั้งสองเป็นลูกหนี้จำเลยที่ 2 รวม 118,191,930.54 บาท แทนโดยจำเลยที่ 1 จะขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทให้โจทก์และจำเลยที่ 2 ตกลงในการทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับโจทก์ลดหนี้ของจำเลยที่ 1 กับภริยาของจำเลยที่ 1 ที่โจทก์จะชำระแทนลงเหลือ 42,000,000 บาท จำเลยที่ 1 ทำบันทึกข้อตกลงจะซื้อขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทกับโจทก์โดยรับเงินมัดจำ 400,000 บาท

ไปจากโจทก์และตกลงให้โจทก์ชำระเงินส่วนที่เหลือ 4,800,000 บาท ในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ โจทก์ชำระเงินบางส่วน 3,561,499.63 บาท ให้จำเลยที่ 2 และชำระเงิน 1,000,000 บาท ให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ในคดีล้มละลายที่จำเลยที่ 1 ถูกฟ้องตามข้อกำหนดในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ทำไว้กับจำเลยที่ 2 แล้ว ระหว่างนั้นโจทก์ทำสัญญาจะขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทให้บุคคลอื่นในราคา 70,000,000 บาท ต่อมาโจทก์ไปติดต่อขอชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 กับภริยาของจำเลยที่ 1 ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่จำเลยที่ 2 ไม่รับชำระหนี้โดยแจ้งว่าจำเลยที่ 1 ยกเลิกหนังสือมอบอำนาจการทำนิติกรรมของโจทก์แล้ว โจทก์ติดต่อจำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1 ปฏิเสธไม่ยอมขายที่ดิน 21 แปลง

พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทให้โจทก์ตามข้อตกลง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 รับเงินค่าที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างตามข้อตกลงจากโจทก์และโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่กระทำให้โจทก์วางเงินที่สำนักงานบังคับคดี แล้วถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาโอนกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 รับเงินชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 กับภริยาของจำเลยที่ 1 ส่วนเหลือพร้อมดอกเบี้ยจากโจทก์และถอนการยึดที่ดิน 21 แปลง ที่พิพาทในคดีที่มีการบังคับคดีโดยโจทก์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมกับไถ่ถอนจำนองแล้วโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 2 ไม่กระทำให้โจทก์วางเงินที่สำนักงานบังคับคดี แล้วให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินฉบับใหม่ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และหากไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทให้โจทก์ได้ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าเสียหาย 28,261,499.63 บาท

พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ ส่วนผู้ร้องอ้างในคำร้องว่า ก่อนหน้าโจทก์ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับจำเลยที่ 2 เพื่อชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 และภริยาของจำเลยที่ 1 นั้น จำเลยที่ 1 ทำบันทึกข้อตกลงจะขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทกับผู้ร้องไว้ก่อน จากนั้นอีกวันผู้ร้องจึงทำบันทึกข้อตกลงจะขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์อาศัยสิทธิจากการทำข้อตกลงไปทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับจำเลยที่ 2 แต่ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 1 กลับทำบันทึกข้อตกลงจะซื้อขายที่ดิน 21 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทกันอันเป็นการฉ้อฉลผู้ร้อง ผู้ร้องมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์และจำเลยทั้งสองจึงประสงค์ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้

ดังนี้ ข้ออ้างของผู้ร้องเป็นกรณีตั้งข้อพิพาทโต้แย้งขึ้นมาใหม่ต่างไปจากข้อพิพาทที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสอง โดยผู้ร้องมิได้มุ่งขอบังคับเกี่ยวกับทรัพย์ที่พิพาทเป็นสำคัญ การร้องสอดของผู้ร้องจึงเสมือนเป็นคดีพิพาทอีกเรื่องหนึ่ง โดยผู้ร้องไม่มีความจำเป็นต้องร้องสอดเข้ามาในคดีอย่างแท้จริง ทั้งผู้ร้องมิได้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสอง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องสอดเข้าเป็นโจทก์ร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (2) และไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องขอของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีดา พูนคำ · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย · ธีระ เบญจรัศมีโรจน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดแม่สอด - นายจำลอง แก้วนาง
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นางสาวมาลี เตชะจันตะ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2294/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ346/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้