Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3842/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซื้อรถยนต์มีข้อความว่า ผู้เช่าซื้อสัญญาจะผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือน มีกำหนด 2 เดือน ดังนี้ต้องตีความว่าแบ่งชำระเป็น 2 งวด เดือนละ 1 งวดจะตีความว่าชำระงวดเดียวภายใน 2 เดือนหาได้ไม่ การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ กฎหมายมิได้บังคับให้ต้องบอกเลิกเป็นหนังสือและการเช่าซื้อนั้นผู้ให้เช่าซื้อต้องเอาทรัพย์สินออกให้ผู้เช่าซื้อได้ใช้ การที่ผู้ให้เช่าซื้อยึดเอาทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อคืนไป ถือได้ว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว สัญญาเช่าซื้อที่ว่าผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงคราวเดียวหรืองวดเดียว ผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาได้นั้น แม้จะแตกต่างกับบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 575 วรรคแรก แต่กฎหมายบทนี้มิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และมิได้เป็นสัญญาที่ขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงใช้บังคับได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากจำเลยในราคา ๑๖,๐๐๐ บาท สัญญาจะผ่อนชำระค่ารถยนต์ให้แก่จำเลยภายในกำหนด ๒ เดือน นับแต่วันทำสัญญา และได้ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญาเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยได้มาทวงถามค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ โจทก์เห็นว่ายังไม่ถึงกำหนดตามสัญญาจึงไม่ให้ จำเลยขอยืมรถไปแล้วไม่คืนให้โจทก์อีก จำเลยจึงต้องคืนเงินจำนวน ๕,๐๐๐ บาทให้แก่โจทก์ ขอให้พิพากษาและบังคับ

จำเลยให้การว่า ตามสัญญาเช่าซื้อโจทก์จะต้องชำระเงินค่าเช่าซื้อที่เหลือให้แก่จำเลยเป็นรายเดือน เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ครบกำหนดชำระในงวดที่ ๑ แล้ว โจทก์ผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อ จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบเงินค่าเช่าซื้อที่ชำระไปแล้วกับยึดรถยนต์คืนตามสัญญา ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้องวดที่ ๑ ให้แก่จำเลยแต่จำเลยยังไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ เพราะโจทก์เพิ่งผิดนัดครั้งแรกเท่านั้นจำเลยไม่มีสิทธิริบเงินที่โจทก์ได้ชำระไปแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๕,๐๐๐ บาทให้แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่โจทก์ฎีกาว่าตามสัญญาข้อ ๑ โจทก์มีสิทธิชำระค่าเช่าซื้อภายใน ๒ เดือน นับแต่วันทำสัญญานั้น เห็นว่าคู่สัญญามีเจตนาให้โจทก์ผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อที่ยังเหลืออีก ๑๑,๐๐๐ บาท เป็นรายเดือนมีกำหนด ๒ เดือนนับแต่วันทำสัญญา โดยชำระไม่น้อยกว่าเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท เพราะสัญญาข้อนี้มีข้อความว่า "ซึ่งผู้เช่าซื้อสัญญาจะผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้เป็นรายเดือน มีกำหนด ๒ เดือน" คำว่ารายเดือนมีกำหนด ๒ เดือนนั้น ต้องตีความว่าแบ่งชำระเป็น ๒ งวด เดือนละ ๑ งวดจะตีความว่าชำระงวดเดียวภายใน ๒ เดือนหาได้ไม่ โจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๒๔ ค่าเช่าซื้อที่เหลืออีก ๑๑,๐๐๐ บาทซึ่งต้องแบ่งชำระเป็นสองงวดนั้น งวดแรกครบกำหนดชำระในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๒๔ โจทก์ไม่ชำระภายในกำหนดดังกล่าว โจทก์จึงผิดสัญญาข้อนี้ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ที่โจทก์ฎีกาว่า การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องจะต้องบอกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร จำเลยมิได้บอกเลิกสัญญาดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรจะบังคับตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องข้อ ๔ ไม่ได้ นั้น เห็นว่าการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกฎหมายมิได้บังคับให้ต้องบอกเลิกเป็นหนังสือ การเช่าซื้อนั้นผู้ให้เช่าซื้อต้องเอาทรัพย์สินออกให้ผู้เช่าซื้อได้ใช้ การที่จำเลยผู้ให้เช่าซื้อยึดเอารถยนต์ตามฟ้องอันเป็นทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อคืนไป ถือได้ว่าจำเลยได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องแล้ว ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องข้อ ๔ เมื่อโจทก์ไม่ชำระค่าเช่าซื้อตามเวลาที่กำหนดไว้ จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อยึดรถยนต์ตามฟ้อคืนไปซึ่งถือได้ว่าจำเลยบอกเลิกสัญญาแล้ว จำเลยจึงมีสิทธิริบค่าเช่าซื้อ ๕,๐๐๐ บาทที่โจทก์ชำระให้ในวันทำสัญญาได้ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องข้อ ๔ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

ที่โจทก์ฎีกาว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่า โจทก์จะต้องชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือน เมื่อไม่ชำระก็ถือว่าผิดสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องข้อ ๔ แล้ว เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๔ นั้น เห็นว่า ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องข้อ ๔ แม้โจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงคราวเดียวหรืองวดเดียว จำเลยก็บอกเลิกสัญญาได้ สัญญาข้อนี้แม้เป็นการผิดแผกแตกต่างกับบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๔ วรรคแรก แต่กฎหมายบทนี้มิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และสัญญาข้อนี้ก็มิได้เป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาข้อนี้จึงใช้บังคับได้ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรีชา พานิชวงศ์ · ปรานอม มหรรณพ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกระบี่ - นางสาวทัศนีย์ มณีภัณฑ์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2630/2545

การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกฎหมายมิได้บังคับให้ต้องบอกเลิกเป็นหนังสือ หากผู้ให้เช่าซื้อกระทำการใดที่แสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการให้ผู้เช่าซื้อได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่ออกให้เช่าซื้ออีกต่อไป ก็ถือได้ว่าเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3796/2540

คดีนี้จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยได้ลงชี่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทชำระหนี้ค่าเช่าซื้อแก่โจทก์โดยไม่ได้กรอกข้อความ แต่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงข้อเดียวว่า จำเลยต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3364/2566

โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเภทสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์ให้บริการจัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่สมาชิก ซึ่งตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 46 บัญญัติว่า เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ให้สหกรณ์มีอำนาจกระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3365/2566

โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเภทสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์ให้บริการจัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่สมาชิก ซึ่งตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 46 บัญญัติว่า เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ให้สหกรณ์มีอำนาจกระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2764/2559

หนังสือบอกกล่าวที่จำเลยมีถึงโจทก์และผู้ค้ำประกัน นอกจากแจ้งเตือนให้ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระติดต่อกัน 3 งวดแล้ว ยังได้ระบุถึงหนี้รายการอื่น ๆ คือค่าทนายความและค่าดอกเบี้ยล่าช้า ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดจาก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้