Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3843/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่และให้จำเลยทั้งสี่รับผิดทางแพ่งซึ่งมีมูลกระทำความผิดในทางอาญา ถือเป็นการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญารวมกันมากับคดีอาญา ในการพิจารณาคดีส่วนแพ่งจึงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 40 จำเลยทั้งสี่จึงมีฐานะเป็นจำเลยในคดีตั้งแต่ขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น และถือว่าคดีส่วนแพ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง เมื่อโจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 และในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสี่ออกไปจากที่ดินพิพาท หากไม่ออกไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา โดยให้โจทก์รื้อถอนพืชไร่และสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทั้งสี่ปลูกไว้ได้เอง อันเป็นฟ้องในเรื่องเดียวกันกับคดีส่วนแพ่งที่โจทก์ฟ้องรวมกันมาในคดีอาญาดังกล่าว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้อนกับคดีส่วนแพ่งในคดีอาญาดังกล่าว ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่พร้อมทั้งบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท และห้ามจำเลยทั้งสี่พร้อมทั้งบริวารเข้ามายุ่งเกี่ยวในที่ดินพิพาทอีกต่อไป หากจำเลยทั้งสี่พร้อมทั้งบริวารไม่ยอมออก ขอถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสี่ โดยให้โจทก์รื้อถอนพืชไร่และสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทั้งสี่ปลูกไว้ในที่ดินพิพาทได้ทันที

จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทตั้งอยู่หมู่ที่ 19 ตำบลวังกระทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ 57 ไร่ 3 งาน 37 ตารางวา เป็นของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (เดิม กรมประชาสงเคราะห์) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้อนุญาตให้กองทัพบกโดยกองพันรบพิเศษปากช่อง ศูนย์สงครามพิเศษ (ค่ายหนองตะกู) เป็นผู้ใช้ประโยชน์ โจทก์ในฐานะตัวแทนของญาติพี่น้องประมาณ 10 ครอบครัว ได้รับการจัดสรรที่ดินพิพาทเพื่อทำกินจากกองพันรบพิเศษปากช่อง ศูนย์สงครามพิเศษ (ค่ายหนองตะกู) ตามหนังสือสัญญาการส่งมอบพื้นที่ทำกินพร้อมแบบสำรวจขอบเขตที่ดิน

ส่วนจำเลยทั้งสี่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินเนื้อที่ 100 ไร่ 2 งาน 38 ตารางวา ตามรูปแสดงขอบเขตที่ดิน และจำเลยทั้งสี่ยังคงเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาททำให้โจทก์และครอบครัวสามารถเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทได้เฉพาะบางส่วน วันที่ 22 สิงหาคม 2556 โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่และนางบุญช่วย เป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 623/2557 หมายเลขแดงที่ 2883/2557 ของศาลชั้นต้น ในข้อหาบุกรุกและยักย้ายทำลายหลักเขตที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีคำขอในส่วนแพ่ง ให้จำเลยทั้งสี่และนางบุญช่วยขุดรื้อถอนต้นมันสำปะหลังทั้งหมดออกไปจากที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองทั้งแปลง หากไม่ขุดรื้อถอนต้นมันสำปะหลังดังกล่าวออกไป ขอให้ถือว่าต้นมันสำปะหลังและผลผลิตทั้งหมดตกเป็นของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสี่และนางบุญช่วยพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าวและห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป

ทั้งให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 500,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสี่และนางบุญช่วยและบริวารจะออกไปจากที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครอง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2557 โจทก์ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้ ต่อมาวันที่ 2 เมษายน 2558 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษายืน ตามสำเนาคำฟ้องสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นและสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้อนกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 623/2557 หมายเลขแดงที่ 2883/2557 ของศาลชั้นต้นหรือไม่

เห็นว่า คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2883/2557 ของศาลชั้นต้นที่โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่กับนางบุญช่วยขุดรื้อถอนต้นมันสำปะหลังทั้งหมดออกไปจากที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครอง หากจำเลยทั้งสี่กับนางบุญช่วยไม่ดำเนินการให้ถือว่าต้นมันสำปะหลังและผลผลิตทั้งหมดตกเป็นของโจทก์ กับให้จำเลยทั้งสี่กับนางบุญช่วยและบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าวและห้ามเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไปและให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 500,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยนั้น เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่และให้จำเลยทั้งสี่รับผิดในทางแพ่งซึ่งมีมูลกระทำความผิดในทางอาญาถือเป็นการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญารวมกันมากับคดีอาญา ในการพิจารณาคดีส่วนแพ่งจึงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 40 จำเลยทั้งสี่จึงมีฐานะเป็นจำเลยในคดีตั้งแต่ขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2883/2557 ต่อศาลชั้นต้น และถือว่าคดีส่วนแพ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง ซึ่งคำว่า

อยู่ในระหว่างการพิจารณานั้น อาจอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาก็ได้ ดังนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2883/2557 ของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 และในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 3 โจทก์ได้ฟ้องคดีนี้ ขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ในคดีดังกล่าวของศาลชั้นต้นออกไปจากที่ดินพิพาท หากไม่ยอมออกไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา โดยให้โจทก์สามารถรื้อถอนบรรดาพืชไร่และสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทั้งสี่ปลูกไว้ได้เอง อันเป็นการฟ้องในเรื่องเดียวกันกับคดีส่วนแพ่งที่โจทก์ฟ้องรวมมาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2883/2557 ของศาลชั้นต้น ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้อนกับคดีส่วนแพ่งในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2883/2557 ของศาลชั้นต้น ย่อมต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสิทธิ์ สนามชวด · วาสนา หงส์เจริญ · อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นางสาวสุทธิณี กุลธีระวิทย์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางเศรณี ศิริมังคละ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2087/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ16/2558
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ783/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้