Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3848/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัทโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินไปซื้อหุ้นของโจทก์เอง และจำเลยต้องจำนำหุ้นให้โจทก์ยึดถือไว้เพื่อเป็นประกันเงินที่กู้ยืมไป ดังนี้ เป็นการฝ่าฝืน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1143 ที่ห้ามมิให้บริษัทจำกัดรับจำนำหุ้นของตนเองทั้งต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจเงินทุน ฯ มาตรา 20(3) ที่บัญญัติห้ามมิให้บริษัทเงินทุนรับหุ้นของบริษัทเงินทุนนั้นเป็นประกันหรือรับหุ้นของบริษัทเงินทุนจากบริษัทเงินทุนอื่นเป็นประกันอีกด้วย การกระทำของโจทก์ต้องห้ามโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 และเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนจึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา 113 ไม่มีผลบังคับ โจทก์จะอ้างเป็นมูลเรียกร้องให้จำเลยชดใช้เงินตามที่ฟ้องไม่ได้(ที่มา-เนติ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 113 ป.พ.พ. มาตรา 653 ป.พ.พ. มาตรา 1143 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 มาตรา 20

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 231,924.77 บาท หักหนี้ตามสัญญากู้เงิน 118,974 บาท และเงินที่ขายหุ้นได้ 29,352.50 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ในต้นเงิน 100,000 บาท ออกเสียก่อน คงเหลือเท่าใดให้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปีในต้นเงินที่เหลือ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกาข้อเดียวว่า จำเลยจะต้องรับผิดชำระเงินให้โจทก์ตามสัญญากู้เงิน ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2521 ตามฟ้องหรือไม่ ข้อนี้โจทก์นำสืบว่าเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2521 จำเลยได้สั่งซื้อหุ้นของบริษัทราชาเงินทุน จำกัด จำนวน 50 หุ้น ราคาหุ้นละ 2,370 บาท โจทก์ได้จัดการซื้อหุ้นดังกล่าวให้จำเลยได้ตามความประสงค์ และทดรองจ่ายเงินให้จำเลยเป็นเงิน 118,974 บาท รวมทั้งค่านายหน้าด้วย จำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินให้โจทก์ไว้ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.6 จำเลยนำสืบว่าจำเลยไม่ได้สั่งให้โจทก์ซื้อหุ้นจากบริษัทราชาเงินทุน จำกัด ตามฟ้อง และไม่เคยรับใบหุ้นจากโจทก์

จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินตามเอกสารหมาย จ.6 จริงและขณะลงลายมือชื่อนั้น ยังไม่ได้กรอกข้อความในสัญญาดังกล่าว พยานในสัญญาก็ยังไม่มีและจำเลยไม่ได้กรอกจำนวนเงิน ต่อมาโจทก์บอกแก่จำเลยว่า เมื่อซื้อหุ้นได้แล้วจึงจะกรอกจำนวนเงินลงในสัญญากู้เงิน เอกสารหมาย จ.6โดยไม่ได้ตกลงกันว่าให้ซื้อหุ้นของบริษัทใดโจทก์ฎีกาว่าจำเลยจะต้องรับผิดชำระเงินตามสัญญากู้เงินเอกสารหมายจ.6 ให้โจทก์ เพราะข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้ทดรองจ่ายเงินแทนจำเลยในการสั่งซื้อหุ้นจริง หลักฐานการกู้ยืมเงินที่โจทก์ให้จำเลยทำไว้ตามเอกสารหมาย จ.6 เป็นเพียงหลักฐานว่าโจทก์ได้ทดรองจ่ายเงินให้จำเลยจริง โดยราคาหุ้นที่โจทก์ซื้อตามคำสั่งของจำเลยจะเท่ากับจำนวนเงินตามสัญญากู้เงิน โจทก์ไม่ได้อาศัยสัญญากู้เงินที่ทำไว้แก่จำเลยเป็นหลักฐานในการฟ้องคดีเรื่องผิดสัญญากู้เงินแต่ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยในฐานที่โจทก์ทดรองจ่ายเงินแทนจำเลยในการซื้อหุ้นแทนจำเลย เมื่อโจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งซื้อหุ้นของจำเลยแล้ว จำเลยต้องรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวให้โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ปรากฏตามคำฟ้องข้อ 4.2 ของโจทก์ว่าในการที่โจทก์ซื้อหุ้นบริษัทราชาเงินทุน จำกัด จำนวน 50 หุ้น เป็นเงิน 118,974 บาทนั้น จำเลยได้กู้เงินจำนวนนี้ไปจากโจทก์และทำสัญญากู้เงินไว้เพื่อซื้อหลักทรัพย์ ทั้งปรากฏจากคำเบิกความของนายนาวี รัตนาภรณ์ พยานโจทก์เองว่า หลักทรัพย์ที่โจทก์ซื้อให้ลูกค้านั้น โจทก์จะยึดถือไว้ก่อนและถือว่าเป็นการจำนำตั๋วหรือใบหุ้นจากลูกค้า เห็นว่า ตามพฤติการณ์ของโจทก์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินไปซื้อหุ้นของโจทก์เอง และจำเลยต้องจำนำหุ้นให้โจทก์ยึดถือไว้เพื่อเป็นประกันเงินที่จำเลยกู้ยืมไป จึงเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1143 ที่บทบัญญัติห้ามมิให้บริษัทจำกัดรับจำนำหุ้นของตนเอง

ทั้งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 มาตรา 20(3) ที่บัญญัติห้ามไม่ให้บริษัทเงินทุนรับหุ้นของบริษัทเงินทุนนั้นเป็นประกัน หรือรับหุ้นของบริษัทเงินทุนอื่นเป็นประกันอีกด้วย การกระทำของโจทก์ที่ต้องห้ามโดยชัดแจ้งตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1143 และเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงตกเป็นโมฆะกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาย์ มาตรา 113 ไม่มีผลบังคับ โจทก์จะอ้างเป็นมูลเรียกร้องให้จำเลยชดใช้เงินตามาที่ฟ้องหาได้ไม่ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลที่ศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้อง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนจำเลยเป็นเงิน 1,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2871/2527

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ได้จัดการซื้อหุ้นให้จำเลยและออกเงินทดรองแทนจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้องโจทก์โจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านในปัญหาข้อนี้ ข้อเท็จจริงจึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2657/2534

จำเลยรู้เห็นยินยอมให้โจทก์เอาดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายรวมกับต้นเงินกรอกลงในสัญญากู้ สัญญากู้จึงไม่เป็นเอกสารปลอมการกู้ยืมเงินดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย แต่การคิดดอกเบี้ยเป็นความผิดตามกฎหมายต่างหาก ซึ่งแยกอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5781/2533

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้จำนวน 84,000บาท แต่โจทก์นำสืบรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นหนี้จำนวนดังกล่าวเมื่อจำเลยให้การว่าเป็นหนี้โจทก์จำนวน 33,000 บาท โดยได้ความว่าแยกเป็นหนี้ต้นเงินจำนวน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2532

โจทก์เป็นผู้ติดต่อกับบริษัทที่จัดส่งคนงานไปทำงานในต่างประเทศให้บริษัทดังกล่าวจัดการให้จำเลยได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศการส่งคนไปทำงานต่างประเทศเป็นเรื่องของบริษัท โจทก์ไม่ได้เป็นผู้จัดส่งเป็นเพียงการบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3161/2527

สัญญากู้มีข้อความว่า "ผู้กู้ตกลงจะชำระหนี้ตามสัญญานี้ภายในวันที่ 10 เดือนเมษายน พ.ศ.2524 แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้ให้กู้ที่จะเรียกร้องให้ผู้กู้ชำระหนี้ตามสัญญานี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ก่อนกำห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้