Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3848/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 กับบริษัท ด. และบริษัท อ. ได้จดทะเบียนการค้าสำหรับงานก่อสร้างสะพานไว้กับกรมสรรพากรว่า "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" โดยมี อ. เป็นผู้มีอำนาจทำการแทน เช่นนี้ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่ากิจการ " สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" ก็คือห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลซึ่งจำเลยที่ 1 กับบริษัทในต่างประเทศอีกสองบริษัทร่วมกันกระทำในประเทศไทยนั่นเอง ดังนั้นเมื่อรถยนต์บรรทุกของโจทก์ตกลงไปในหลุมที่ "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" ขุดไว้อันเป็นการละเมิดตามฟ้อง เกิดขึ้นในกิจการที่เป็นธรรมดาของ "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวน ในการชำระหนี้ที่เกิดขึ้นจากการละเมิดนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1050 โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ ทั้งการที่จำเลยที่ 3 รับประกันภัยค้ำจุน "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" สัญญาประกันภัยก็ผูกพันจำเลยที่ 1 ด้วย เมื่อจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชอบต่อวินาศภัยที่เกิดขึ้นตามฟ้อง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 ให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัดได้ร่วมกับบริษัทต่างประเทศสองบริษัทประมูลงานก่อสร้างสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากกรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย และได้จดทะเบียนการค้าสำหรับงานนี้ว่า "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๒ ส่วนจำเลยที่ ๓ เป็นบริษัทประกันภัย ได้รับประกันภัยค้ำจุนจำเลยที่ ๒ ไว้ สำหรับความเสียหายอันเนื่องจากงานก่อสร้างดังกล่าว โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกซึ่งลูกจ้างของโจทก์ได้ขับไปตกลงในหลุมที่จำเลยที่ ๒ ขุดไว้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวน ๒๙๘,๘๔๔ บาท ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยที่ ๑ เหตุเกิดนอกเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย และเกิดจากความประมาทของคนขับรถของโจทก์เอง หากโจทก์เสียหายก็ไม่เกิน ๘,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาที่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกามีว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ หรือไม่ เห็นว่าแม้โจทก์จะฟ้อง "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" โดยนายเอก กรรณสูต เป็นจำเลยที่ ๒ ให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ฐานกระทำละเมิดตามฟ้องต่อโจทก์ และทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่า "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" มีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายก็ตาม แต่โจทก์ก็บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ กับบริษัทดราก๊าจ เอต ทราโวพับบลิกส์ จำกัด และบริษัทอิมเพรชาเจนเนอรัล ดีคอนสตรัคเซิน อีตัลวี จำกัด ได้ไปจดทะเบียนการค้าสำหรับงานก่อสร้างสะพานตามฟ้องไว้กับกรมสรรพากรว่า

"สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" โดยมีนายเอก กรรณสูต เป็นผู้มีอำนาจทำการแทน และโจทก์นำสืบฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ กับบริษัทดังกล่าวได้ร่วมกันจดทะเบียนการค้าต่อกรมสรรพากรโดยใช้ชื่อร่วมกันว่า "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" โดยมีนายเอก กรรณสูต เป็นผู้ดำเนินการในการก่อสร้างสะพานตามฟ้อง จากข้อเท็จจริงดังกล่าวมาแล้วย่อมเห็นได้ว่า กิจการ "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" ก็คือห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งจำเลยที่ ๑ กับบริษัทในต่างประเทศอีกสองบริษัทร่วมกันกระทำในประเทศไทยนั่นเอง เมื่อการที่มิได้แสดงหรือติดตั้งเครื่องหมายหรือสัญญาณเพื่อให้ทราบว่าเป็นเขตก่อสร้างเป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกของโจทก์ตกลงไปในหลุมที่ "สาธรบริดจ์

จอยเวนเจอร์" ขุดไว้ อันเป็นการละเมิดตามฟ้อง เกิดขึ้นในกิจการที่เป็นธรรมดาของ "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้ที่เกิดขึ้นจากการละเมิดนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๕๐ โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ ๑ ได้ ทั้งการที่จำเลยที่ ๓ รับประกันภัยค้ำจุน "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" สัญญาประกันภัยก็ผูกพันจำเลยที่ ๑ ด้วย เมื่อจำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดชอบต่อวินาศภัยที่เกิดขึ้นตามฟ้อง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๓ ให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ได้

ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายปรีชา ธนานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 546/2495

การรวมทุนกันประกอบกิจการมีและทำสวนยาง อีกนัยหนึ่งก็คือการร่วมกันมีที่ดินสวนยางหรือทำเป็นสวนยาง เพื่อแสวงหาดอกผลธรรมดาจากสวนยางนั้น แม้จะเรียกว่าห้างหุ้นส่วนสามัญ(โดยมิได้จดทะเบียน)ก็ตามความสัมพันธ์เช่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14968/2558

เอกสารตามที่โจทก์อ้างมีข้อความที่แสดงว่าเป็นการสรุปรายได้ของตลาดนัดและแบ่งปันผลกำไรในแต่ละช่วงของปี ทั้งมีลายมือชื่อโจทก์และจำเลยลงไว้ ซึ่งหากจำเลยดำเนินกิจการดังกล่าวเพียงลำพังคนเดียวแล้วก็ไม่จำเป็นจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8753/2556

ผู้ที่จะเป็นคู่ความในคดีโดยเป็นโจทก์ยื่นคำฟ้องหรือเป็นจำเลยที่ถูกฟ้องต่อศาลได้นั้น จะต้องเป็นบุคคลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (11) ซึ่งบัญญัติว่า "คู่ความ หมายความว่า บุคคลผู้ยื่นคำฟ้องหรือถูกฟ้องต่อศาล ฯลฯ"…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8779/2552

ผู้มีส่วนได้เสียในที่ดินอันอาจจะฟ้องร้องให้บังคับให้มีการจดทะเบียน หรือให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนตาม ป.ที่ดิน มาตรา 83 วรรคหนึ่ง หมายถึงผู้ที่จะได้ประโยชน์ตามสิทธิใดๆ ของตนในที่ดินนั้น และอาจจะฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2551

จำเลยและ พ. กับพี่น้องตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร้านค้าร่วมกันโดยมีวัตถุประสงค์แบ่งปันผลกำไรระหว่างกัน จึงเข้าลักษณะสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 การที่ พ. สั่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้