คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานนำความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาต่อศษล และเบิกความเท็จศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งคดีมีมูลให้รับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 175, 181 กระทงหนึ่ง มาตรา 177, 181 กระทงหนึ่งและตามมาตรา 180, 181 กระทงหนึ่ง จำเลยที่ 2 ที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 177, 181จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังพยานนี้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ศาลฟังเป็นยุติในคดีก่อนเป็นประการใด ก็ย่อมมีผลผูกมัดคู่ความในคดีนั้นเท่านั้น ส่วนในคดีนี้ก็ชอบที่ศาลจักต้องพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนคดีนี้เป็นสำคัญและเชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงเท่านั้น จึงจะลงโทษจำเลยได้จริงอยู่โจทก์อาจจะอ้างสำนวนในคดีเรื่องก่อนมาประกอบการพิจารณาของศาลในคดีนี้ได้ แต่ก็อยู่ในฐานะเป็นเพียงพยานความเห็นหรือพยานบอกเล่าเท่านั้น เมื่อศาลไม่พิจารณาถึงพยานหลักฐานในสำนวนนี้ว่ารับฟังให้เชื่อถือได้เพียงใดหรือไม่แล้ว จะอาศัยแต่ลำพังคำวินิจฉัยในคดีเรื่องก่อนมารับฟังเป็นหลักฐานเพื่อให้ลงโทษจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น และแม้คดีนี้จะต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงก็ตาม เมื่อปรากฏว่าการรับฟังพยานไม่ถูกต้องอันเป็นปัญหาข้อกฎหมายเช่นนี้แล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนนี้ไปเลยโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาใหม่ฯลฯพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์.