คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำนาฬิกาข้อมือไปให้จำเลยขัดกระจกจำเลยรับนาฬิกาของโจทก์ไว้ แล้วได้ส่งมอบนาฬิกาเรือนอื่นอันเป็นของเทียมให้แก่โจทก์แทน โจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและโจทก์เคยฟ้องจำเลยหลายคดีโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนเพราะเป็นคนละประเด็นกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก และคืนนาฬิกาของกลางแก่โจทก์ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า ศาลเคยมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว กรณีจึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 4 ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
คดีนี้ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ของโจทก์มิได้อ้างว่าฟ้องคดีนี้กับคดีก่อนเป็นคนละประเด็นกันหรือไม่ อย่างไร ทั้งมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้เห็นจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่แจ้งชัด ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสองศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้การที่โจทก์ฎีกาเพียงว่ายังไม่มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยเสร็จเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) และคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาของโจทก์