Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3873/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทจดรายการที่ตั้งของสำนักงานผู้ชำระบัญชีคือเลขที่ 87/149 อาคารออลซีซั่น กรุงเทพมหานคร ถือว่าโจทก์ได้เลือกเอาที่ตั้งดังกล่าวเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการเกี่ยวกับการชำระบัญชีและถือว่าเอกสารรายการจดทะเบียนดังกล่าวเป็นเอกสารมหาชนที่เจ้าพนักงานทำขึ้นเพื่อประโยชน์ของประชาชน การจดทะเบียนเลิกบริษัทถือว่าบริษัทยังคงอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นในการชำระบัญชี ผู้ชำระบัญชีมีอำนาจทำการแทนโจทก์ การที่จำเลยที่ 1 ส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มแก่โจทก์ไปยังภูมิลำเนาเฉพาะการเกี่ยวกับการชำระบัญชีทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับย่อมเป็นการส่งที่ชอบด้วย ป.รัษฎากร มาตรา 8 วรรคหนึ่ง และมีบุคคลลงชื่อรับไว้ โดยระบุว่าเป็นพนักงาน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2553 ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ.2477 มาตรา 22 ประกอบมาตรา 6 แห่ง พ.ร.ฎ.กำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด พ.ศ.2546 ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น ตามหมวด 6 ระบบงานไปรษณีย์ การนำจ่ายสิ่งของทางไปรษณีย์ข้อ 64 ในกรณีนำจ่าย ณ ที่อยู่ของผู้รับ บริษัทถือว่าบุคคลต่อไปนี้ เป็นผู้แทนของผู้รับ ข้อ 64.1 บุคคลซึ่งอยู่ในบ้านเรือนเดือนกันกับผู้รับ 64.2 บุคคลซึ่งทำงานอยู่ในสถานที่เดียวกันกับผู้รับ 64.3 เจ้าหน้าที่รับรองหรือผู้ดูแลของโรงแรมหรืออาคาร 64.4 ผู้ทำหน้าที่เวรรับส่งหรือเวรรักษาการณ์ของหน่วยงานหรืออาคาร เมื่อได้ปฏิบัติตามวิธีดังกล่าวข้างต้นให้ถือว่าเป็นอันได้รับแล้วตาม ป.รัษฎากร มาตรา 8 วรรคสาม การที่ผู้ชำระบัญชีของโจทก์ย้ายสำนักงานไปยังเลขที่ 345/13 ตรอกต้นโพธิ์ กรุงเทพมหานคร นานถึงหนึ่งปีเศษ จึงแจ้งย้ายที่อยู่ของผู้ชำระบัญชี ก็เป็นกรณีหลังจากถือว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มโดยชอบแล้ว เป็นความบกพร่องของโจทก์เอง ดังนั้น คำสั่งของรัฐมนตรีที่ไม่อนุญาตให้ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาอุทธรณ์แก่โจทก์จึงชอบแล้ว อนึ่ง อำนาจตาม ป.รัษฎากร มาตรา 3 อัฏฐ วรรคสอง เป็นอำนาจของรัฐมนตรีที่จะพิจารณาสั่ง หากคำสั่งของรัฐมนตรีไม่ชอบ โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวได้ แต่มิใช่เป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาสั่งขยายกำหนดเวลาอุทธรณ์แก่โจทก์โดยอาศัยมาตรา 3 อัฏฐ วรรคสอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งไม่อนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และขอให้ศาลมีคำสั่งขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์แก่โจทก์และให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณา

จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 โดยมีนางสาวศิรินทิพย์เป็นผู้ชำระบัญชี สำนักงานผู้ชำระบัญชีตั้งอยู่เลขที่ 87/149 อาคารออลซีซั่น แขวงลุมพินี กรุงเทพมหานคร ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการต่อจำเลยที่ 1 (สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 14) เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2555 ผู้ชำระบัญชีแจ้งแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานของผู้ชำระบัญชีเป็นเลขที่ 345/13 ตรอกต้นโพธิ์ แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 ผู้ชำระบัญชีของโจทก์มอบอำนาจให้บุคคลรับหนังสือเรื่องเตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระฉบับลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2555 และหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์

ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2555 ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมกับคำอุทธรณ์ ต่อมาจำเลยที่ 1 มีหนังสือที่ กค 0706/ก4/14952 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2555 เรื่อง ไม่อนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ แจ้งให้โจทก์ทราบโจทก์ไม่เห็นด้วยและอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2556 สรรพากรภาค 2 ส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังโดยรายงานผ่านจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 พิจารณาแล้วให้เพิกถอนคำสั่งไม่อนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์และให้ส่งคำร้องขอขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ของโจทก์ไปยังจำเลยที่ 2 และแจ้งโจทก์ทราบ จำเลยที่ 1 มีบันทึกข้อความส่งคำร้องขอขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ของโจทก์ให้จำเลยที่ 2 พิจารณา เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 มีความเห็นตามลำดับบังคับบัญชา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 โจทก์ได้รับหนังสือที่ กค 0206/1535 ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 แจ้งคำสั่งไม่อนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ โจทก์ไม่เห็นด้วยจึงมาฟ้องเป็นคดีนี้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า คำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ไม่อนุญาตให้ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาอุทธรณ์การประเมินให้แก่โจทก์ชอบด้วยมาตรา 3 อัฏฐ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า เจ้าพนักงานประเมินส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่โจทก์ทั้งส่งไปยังที่อยู่ตามภูมิลำเนาของผู้ชำระบัญชีและสำนักงานผู้ชำระบัญชีโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ และส่งคืนแก่ผู้รับด้วยสาเหตุว่าไม่มีผู้รับตามที่จ่าหน้าก็ต้องถือว่าผู้รับไม่ได้รับไปรษณีย์ดังกล่าว จำเลยที่ 1 ต้องใช้วิธีปิดหมาย หรือปิดโฆษณาในหนังสือพิมพ์เพื่อให้เป็นผลตามกฎหมายจึงจะชอบด้วยมาตรา 8 แห่งประมวลรัษฎากร โจทก์ไม่ได้รับหนังสือเชิญพบและหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม

รวมถึงเอกสารที่จำเลยที่ 1 ส่งแก่โจทก์ทุกฉบับ โจทก์จึงไม่มีโอกาสอุทธรณ์การประเมินภายในกำหนดเวลาสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มของจำเลยที่ 1 ขอให้ศาลฎีกาพิจารณาขยายกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์การประเมินให้แก่โจทก์ นั้น เห็นว่า มาตรา 8 แห่งประมวลรัษฎากรหนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากรหรือหนังสืออื่นที่มีถึงบุคคลใดตามลักษณะนี้ ให้ส่งโดยไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือเจ้าพนักงานสรรพากรนำส่ง ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่หรือ ณ สำนักงานของบุคคลนั้น ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของบุคคลนั้น ถ้าไม่พบผู้รับ ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ หรือสำนักงานของผู้รับจะส่งให้แก่บุคคลอื่นใดซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว และอยู่หรือทำงานในบ้านหรือสำนักงานที่ปรากฏว่าเป็นของผู้รับนั้นก็ได้ ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่า

โจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทโดยจดรายการที่ตั้งของสำนักงานผู้ชำระบัญชีคือ เลขที่ 87/149 อาคารออลซีซั่น ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ถือว่าโจทก์ได้เลือกเอาที่ตั้งดังกล่าวเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการเกี่ยวกับการชำระบัญชี และถือว่าเอกสารรายการจดทะเบียนดังกล่าวเป็นเอกสารมหาชนที่เจ้าพนักงานทำขึ้นเพื่อประโยชน์ของประชาชน กรณีโจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัท แต่ถือว่ายังคงอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นในการชำระบัญชี ซึ่งผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์ขณะนั้นคือผู้ชำระบัญชีมีอำนาจหน้าที่สะสางหนี้สินและทรัพย์สินของโจทก์ กับใช้หนี้และแจกจ่ายทรัพย์สินของโจทก์ในช่วงที่มีการชำระบัญชี ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 ส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มแก่โจทก์ไปยังภูมิลำเนาเฉพาะการเกี่ยวกับการชำระบัญชีโดยการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับย่อมเป็นการส่งที่ชอบด้วยมาตรา 8 วรรคหนึ่ง

แห่งประมวลรัษฎากร และมีบุคคลลงชื่อรับไว้ โดยระบุว่าเป็นพนักงาน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2553 ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ.2477 มาตรา 22 ประกอบมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด พ.ศ.2546 ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น ตามหมวด 6 ระบบงานไปรษณีย์ การนำจ่ายสิ่งของทางไปรษณีย์ ข้อ 64 ในกรณีนำจ่าย ณ ที่อยู่ของผู้รับ บริษัทถือว่าบุคคลต่อไปนี้ เป็นผู้แทนของผู้รับ ข้อ 64.1 บุคคลซึ่งอยู่ในบ้านเรือนเดือนกันกับผู้รับ 64.2 บุคคลซึ่งทำงานอยู่ในสถานที่เดียวกันกับผู้รับ 64.3 เจ้าหน้าที่รับรองหรือผู้ดูแลของโรงแรมหรืออาคาร 64.4 ผู้ทำหน้าที่เวรรับส่งหรือเวรรักษาการณ์ของหน่วยงานหรืออาคาร

เมื่อได้ปฏิบัติตามวิธีดังกล่าวข้างต้นให้ถือว่าเป็นอันได้รับแล้วตามมาตรา 8 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร การที่ผู้ชำระบัญชีของโจทก์ย้ายสำนักงานไปยังเลขที่ 345/13 ตรอกต้นโพธิ์ แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร นานถึงหนึ่งปีเศษโจทก์จึงแจ้งย้ายที่อยู่ของผู้ชำระบัญชี ก็เป็นกรณีหลังจากถือว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มโดยชอบแล้ว เป็นความบกพร่องของโจทก์เองที่ไม่แจ้งย้ายที่อยู่ผู้ชำระบัญชี เพื่อประโยชน์ของโจทก์เอง ดังนั้น คำสั่งของรัฐมนตรีที่ไม่อนุญาตให้ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาอุทธรณ์แก่โจทก์ชอบแล้ว ส่วนข้ออ้างของการไม่อนุญาตให้ขยายกำหนดเวลาโดยไม่ใช่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือมีผลกระทบต่อบุคคลจำนวนมากก็เป็นเพียงข้อความประกอบการวินิจฉัยไม่อนุญาตให้ขยายกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์เท่านั้น

อนึ่ง อำนาจตามมาตรา 3 อัฏฐ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร เป็นอำนาจของรัฐมนตรีที่จะพิจารณาสั่ง หากคำสั่งของรัฐมนตรีไม่ชอบ โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของรัฐมนตรีได้ แต่มิใช่เป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาสั่งขยายกำหนดเวลาอุทธรณ์แก่โจทก์โดยอาศัยมาตรา 3 อัฏฐ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ดังที่โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาขอให้พิจารณาสั่งขยายกำหนดเวลาอุทธรณ์แก่โจทก์

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าการที่ศาลภาษีอากรกลางยกข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้รับหนังสือเตือนให้ไปชำระเงินภาษีอากรค้างพร้อมสำเนาหนังสือแจ้งการประเมินของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 ศาลภาษีอากรกลางถือว่าเป็นวันที่โจทก์ได้รับแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มโดยโจทก์และจำเลยที่ 1 มิได้โต้เถียงกันในประเด็นนี้ ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยไม่ชอบ นั้น เห็นว่า ข้อวินิจฉัยดังกล่าวของศาลภาษีอากรกลางเป็นเพียงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยหนึ่งประการในประเด็นข้อพิพาท กรณีรัฐมนตรีมีเหตุสมควรขยายกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์แก่โจทก์หรือไม่ หาใช่เป็นคำวินิจฉัยไม่ชอบในข้อที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่โต้แย้งกันแต่อย่างใด ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์ · ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ · อธิป จิตต์สำเริง
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสุรัฐพล ฤทธิ์รักษา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.49/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ73/2557
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ275/2557
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้