Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีภริยาทำหนังสือหย่ากัน แต่ตกลงเลิกสัญญาแล้วทำสัญญาแล้ว 9 ปี สามีนำสัญญามาฟ้องให้ภริยาจดทะเบียนหย่าไม่ได้ ไม่ต้องวินิจฉัยว่าสัญญาหย่าสมบูรณ์หรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์จำเลยทำหนังสือสัญญาหย่ากันแล้ว ไม่ได้ตกลงเลิกสัญญากัน จำเลยมีหน้าที่ไปจดทะเบียนหย่า เมื่อไม่ไปจดก็เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนหย่ากับโจทก์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์จำเลยตกลงเลิกสัญญากันแล้ว พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์จำเลยได้เป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายโดยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 26เมษายน 2506 ต่อมาโจทก์จำเลยได้ตกลงทำหนังสือสัญญาหย่าขาดจากการสมรสกันเองเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2510 แต่มิได้จดทะเบียนการหย่ากันตามกฎหมายปัญหาแรกที่จะต้องวินิจฉัย คือข้อฎีกาของโจทก์ที่ว่า สัญญาหย่าระหว่างโจทก์จำเลยลงวันที่ 2 สิงหาคม 2510 เอกสารหมาย จ.1 มิได้ถูกยกเลิกยังมีผลผูกพันโจทก์จำเลยอยู่ตามกฎหมายปัญหานี้จำเลยนำสืบว่า ภายหลังจากที่โจทก์จำเลยทำสัญญาหย่าเอกสารหมาย จ.1 แล้ว โจทก์จำเลยยังอยู่กินด้วยกันที่บ้านหลังเดียวกันตลอดมาโดยไม่พูดถึงสัญญาหย่านั้นอีกเลย แต่โจทก์นำสืบว่าภายหลังจากทำสัญญาหย่าเอกสารหมาย

จ.1 แล้ว 2-3 วัน จำเลยก็ออกจากบ้านที่อยู่ด้วยกันไปอยู่ที่อื่นไม่ได้อยู่ร่วมกัน เมื่อพิเคราะห์สำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ 2/5 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี เอกสารหมาย ล.2 ที่จำเลยอ้างเป็นพยานก็ปรากฏว่า โจทก์จำเลยยังอยู่ในบ้านหลังนั้นและบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านพักของตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ ซึ่งโจทก์จำเลยอาศัยอยู่กินด้วยกันมาก่อนที่จะทำสัญญาหย่าเอกสารหมาย จ.1 และยังได้ความต่อไปว่า ขณะที่ทำสัญญาหย่าเอกสารหมาย จ.1นี้ โจทก์มียศเป็นพันตำรวจโท ฉะนั้นหากโจทก์ทำสัญญาหย่าหมาย จ.1 แล้ว2-3 วัน จำเลยย้ายไปอยู่ที่อื่นไม่ได้อยู่ร่วมกัน จำเลยก็ไม่น่าจะมีชื่ออยู่ในบ้านเลขที่ 2/5 ร่วมกับโจทก์และระบุยศโจทก์เป็นพันตำรวจเอกภายหลังจากทำสัญญาหย่าเอกสารหมาย

จ.1 แล้วการที่สำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ 2/5 เอกสารหมาย ล.2 ระบุโจทก์ มียศเป็นพันตำรวจเอกและอยู่ในบ้านหลังนี้กับจำเลย จึงเชื่อว่าภายหลังจากทำสัญญาหย่าเอกสารหมาย จ.1 แล้ว โจทก์จำเลยยังคงอยู่ด้วยกันที่บ้านเลขที่ 2/5 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานครตลอดมา ที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยย้ายไปอยู่บ้านหลังอื่นไม่ได้อยู่ร่วมกับโจทก์ภายหลังทำสัญญาหย่าแล้ว จึงรับฟังไม่ได้ นอกจากนี้ปรากฏว่าภายหลังจากที่โจทก์จำเลยทำสัญญาหย่าตามเอกสารหมาย จ.1 แล้วประมาณ 6 ปี โจทก์ก็ยังได้ให้ความยินยอมในการที่จำเลยทำนิติกรรมสัญญาขายฟืนให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย ในฐานะที่โจทก์เป็นสามีจำเลยอีกด้วย ดังที่ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.1 แสดงว่าโจทก์จำเลยได้คืนดีกัน

ประพฤติและอุปการะกันฉันสามีภริยาและเหตุที่โจทก์จำเลยทำสัญญาหย่าตามเอกสารหมาย จ.1ตามที่โจทก์นำสืบก็เป็นเพียงโจทก์จำเลยมีปากเสียงกันเกี่ยวกับเรื่องจะขอเพิ่มเงินค่าขายฝากบ้านที่จำเลยเอาไปขายฝากผู้อื่นไว้เท่านั้น มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยประพฤติชั่วร้ายแรงจนโจทก์จำเลยไม่อาจอยู่กินเป็นสามีภริยากันได้ต่อไปแต่อย่างไรประกอบกับโจทก์จำเลยทำสัญญาหย่ากันแล้วนานถึง 9 ปี โจทก์จึงนำสัญญาหย่าดังกล่าวมาฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลย

ศาลฎีกาเห็นว่าการอยู่ร่วมกันและการปฏิบัติต่อกันระหว่างโจทก์จำเลยภายหลังทำสัญญาหย่าตามเอกสารหมาย จ.1 ดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว ถือได้ว่าโจทก์จำเลยตกลงเลิกสัญญาหย่าตามเอกสารหมาย จ.1 แล้ว คดีฟังไม่ได้ว่าโจทก์จำเลยยังตกลงจะหย่าขาดจากกัน โจทก์จะนำสัญญาหย่าดังกล่าวมาฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยไปจดทะเบียนหย่าไม่ได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ในปัญหาที่ว่า สัญญาหย่าเอกสารหมาย จ.1 สมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง โรจนสุพจน์ · ประเสริฐ วราภรณ์ · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้