Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3882/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนทราบว่ารถยนต์นั้นถูกคนร้ายลักมาจึงได้ยึดรถยนต์ดังกล่าวแล้วส่งไปให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่เกิดเหตุเพื่อประกอบการดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย จำเลยไม่ได้เป็นผู้มอบรถยนต์ไปเองการที่จำเลยไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ก็เพราะเชื่อโดยสุจริตว่ารถยนต์ถูกคนร้ายลักมาตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้ง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุก จำเลยทั้งสองเช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าวไป มีข้อสัญญาว่าจำเลยทั้งสองจะไม่ทำการจำหน่ายจ่ายโอน หรือยินยอมให้ผู้อื่นครอบครองหรือใช้ประโยชน์รถยนต์ที่เช่าซื้อเป็นอันขาด จำเลยชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์แล้วเป็นเงิน 155,000 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านไผ่ได้ยึดรถยนต์คันดังกล่าวไปจากจำเลยทั้งสอง อ้างว่าเป็นรถยนต์ที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทราบจึงเตือนจำเลยมิให้ยินยอมส่งมอบรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่บุคคลใดอีกเป็นอันขาด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน ได้มารับรถยนต์คันดังกล่าวไปจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านไผ่ เพื่อนำไปเป็นของกลางประกอบคดี และต่อมามีผู้อ้างว่าเป็นเจ้าของรถยนต์ของโจทก์

ขอรับรถจากเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่มีหลักฐานความเป็นเจ้าของ พนักงานสอบสวนเรียกจำเลยไปสอบถามว่าจะคัดค้านประการใดหรือไม่ จำเลยไม่คัดค้านกลับยินยอมให้บุคคลดังกล่าวรับรถยนต์ไปโดยไม่สอบถามหรือได้รับความยินยอมจากโจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดและผิดสัญญาข้อ 5 และข้อ 7 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบรถยนต์ดังกล่าวแก่โจทก์หากส่งมอบไม่ได้ให้ใช้ราคาพร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 417,500 บาทจำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การว่า รถยนต์ตามฟ้องเป็นของนายวิชัย หาญเศรษฐการซึ่งถูกลักไป แล้วถูกเปลี่ยนแปลงหมายเลขทะเบียนและหมายเลขคัตซี จำเลยได้เช่าซื้อรถดังกล่าวจากโจทก์จริง ซึ่งต่อมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านไผ่ยึดไปเพื่อตรวจพิสูจน์

ผลการตรวจปรากฏว่านายวิชัยเป็นเจ้าของรถที่แท้จริง จำเลยทั้งสองพยายามติดต่อแจ้งให้โจทก์ทราบแต่โจทก์หลบหนี โจทก์ไม่เคยเตือนจำเลยทั้งสองมิให้มอบรถยนต์ให้แก่ผู้อื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านไผ่ได้มอบรถคืนแก่นายวิชัยเจ้าของที่แท้จริงไปหาใช่จำเลยทั้งสองเป็นผู้มอบไม่ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านไผ่ยึดรถตามฟ้องไว้เพราะเป็นรถที่ถูกลักมาแล้วต่อมาได้มอบรถให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลเตาปูนไปเพื่อประกอบการดำเนินคดีในเรื่องที่รถยนต์ถูกลักมา การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดรถไปดังกล่าวเป็นอำนาจที่ทำได้ตามกฎหมายไม่จำต้องให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถให้ความยินยอม

ดังนั้นแม้ว่าจำเลยจะได้เซ็นมอบรถให้ไป ก็ไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดรถไปเป็นการรบกวนขัดสิทธิของจำเลยผู้เช่าซื้อในการที่จะครองทรัพย์ไว้อันเป็นการรอนสิทธิ ซึ่งโจทก์ต้องรับผิดต่อจำเลย ดังนั้นการที่จำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์นับแต่รถถูกยึดไปจึงไม่เป็นการผิดสัญญา จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองทำละเมิดต่อโจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านไผ่ยึดรถยนต์พิพาทไปจากจำเลยเพื่อตรวจสอบว่าเป็นรถยนต์ที่ถูกลักมาหรือไม่เมื่อตรวจสอบแล้วมีเหตุให้สงสัยว่าเป็นรถยนต์ที่ถูกลักมา จึงได้มอบรถยนต์ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลเตาปูนไปประกอบการดำเนินคดีในคดีที่รถถูกลักมาการยึดและมอบรถยนต์เช่นนี้ เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะทำได้ตามกฎหมาย

ไม่จำต้องให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ครอบครองให้ความยินยอม ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 ยอมลงลายมือชื่อในเอกสารหมายล.2 โดยไม่เถียงกรรมสิทธิ์ในการมอบรถต่อพนักงานสอบสวน เพราะปรากฏข้อเท็จจริงว่าจะเป็นรถที่ถูกลักมา จึงเป็นการกระทำไปโดยสุจริตหาเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหายไม่ กรณีจึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านไผ่เป็นผู้มอบรถยนต์พิพาทให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลเตาปูนไปเพื่อประกอบการดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 หาได้เป็นผู้มอบรถยนต์พิพาทให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลเตาปูนไปเองไม่ การที่จำเลยที่ 2ไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาทก็เพราะเชื่อโดยสุจริตว่ารถยนต์พิพาทเป็นรถยนต์ของนายวิชัยที่ถูกคนร้ายลักมา แล้วได้มีการปลอมแปลงหมายเลขประจำเครื่องหมายเลขคัตซี และปลอมแปลงทะเบียนตามที่เจ้าพนักงานตำรวจแจ้งให้จำเลยที่ 2 ทราบการกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อโจทก์โดยผิดกฎหมาย จึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ ดังนั้น ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองทำละเมิดต่อโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · ประมาณ ชันซื่อ · มงคล สระฏัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้