Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิทธิการเช่าเป็นทรัพย์สินซึ่งมีราคาและถือเอาได้ผู้ให้เช่า ผู้เช่าเดิมกับผู้เช่าใหม่ตกลงยินยอมกันให้มีผู้เช่าคนใหม่ต่อจากสัญญาเช่าตึกแถวเดิม ผู้เช่าเดิมเลิกสัญญา ดังนี้ เป็นการโอนสิทธิการเช่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอเพิกถอนการโอนทรัพย์สินที่ลูกหนี้ ทำระหว่าง 3 ปี ก่อนขอให้ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 114 ผู้รับโอนมีหน้าที่นำสืบว่าได้ทำโดยสุจริต มีค่าตอบแทน ไม่เหมือนการเพิกถอนการโอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 237 ซึ่งผู้ขอต้องนำสืบว่าโอนโดยไม่สุจริต คดีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอเพิกถอนการโอนเป็นคดีคำขอปลดเปลื้องทุกข์คำนวณเป็นราคาเงินไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนสัญญาเช่าที่ผู้คัดค้านที่ 1 ทำกับผู้คัดค้านที่ 2 ให้กลับเป็นจำเลยที่ 1 เช่าตามเดิม หากกลับคืนไม่ได้ให้ใช้เงิน 400,000บาทแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้เช่าตึกแถว 4 ชั้น 1 คูหาที่พิพาทจากผู้คัดค้านที่ 1 มาเปิดเป็นร้านตัดเสื้อผ้าชื่อร้าน "เจม่า" สัญญาเช่ามีกำหนด 15 ปีนับแต่วันที่ 15 เมษายน 2515 ได้จดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ตกลงกันให้ผู้คัดค้านที่ 2 ได้เป็นผู้เช่าตึกแถวพิพาทต่อไปครั้นวันที่ 2 เมษายน 2516 จำเลยที่ 1 ได้ไปทำบันทึกเลิกการเช่ากับผู้คัดค้านที่ 1 ที่เขตธนบุรี และในวันเดียวกันนั้นผู้คัดค้านที่ 1 ก็ทำสัญญาจดทะเบียนให้ผู้คัดค้านที่ 2 เช่าตึกแถวพิพาทมีกำหนด 14 ปีนับแต่วันนั้น ในการนี้ผู้คัดค้านที่ 2 ได้เสียค่าตอบแทนให้จำเลยที่ 1 ไปเป็นเงิน 410,000 บาท

ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกาในประการแรกว่า กรณีของผู้คัดค้านที่ 2 ตามข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้ข้างต้นถือไม่ได้เลยว่าเป็นเรื่องโอนสิทธิการเช่าเนื่องจากสิทธิการเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนกันไม่ได้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่จำเลยที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ตกลงกันให้ผู้คัดค้านที่ 2 ได้เป็นผู้เช่าตึกแถวพิพาทต่อจากจำเลยที่ 1 และเพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงดังกล่าวจำเลยที่ 1 จึงได้ทำบันทึกยอมเลิกสัญญาเช่ากับผู้คัดค้านที่ 1 แล้ว ผู้คัดค้านที่ 1 จึงได้ทำสัญญาให้ผู้คัดค้านที่ 2 ได้เป็นผู้เช่าตึกแถวพิพาทต่อไปตามที่จำเลยที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ตกลงกัน ย่อมถือได้ว่าเป็นการโอนสิทธิการเช่าจากจำเลยที่ 1 มายังผู้คัดค้านที่ 2 แล้ว

สิทธิการเช่าเป็นทรัพย์สินซึ่งอาจมีราคาได้และถือเอาได้ เมื่อการโอนสิทธิการเช่ารายนี้ได้กระทำกันโดยผู้ให้เช่าผู้เช่าเดิมและผู้เช่าใหม่ตกลงยินยอมกัน สิทธิการเช่ารายนี้ก็ย่อมโอนกันได้โดยชอบด้วยกฎหมาย" ฯลฯ"คดีนี้เป็นกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอศาลให้มีคำสั่งเพิกถอนการโอนทรัพย์สินซึ่งลูกหนี้ได้กระทำในระหว่างระยะเวลา 3 ปีก่อนมีการขอให้ล้มละลาย ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ตามมาตรา 114 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 บัญญัติให้ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนการโอนนั้นได้ เว้นแต่ผู้รับโอนจะแสดงให้พอใจศาลว่าการโอนนั้นได้กระทำโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนตามบทบัญญัติดังกล่าวผู้รับโอนมีหน้าที่จะต้องนำพยานหลักฐานมาสืบแสดงได้ให้ความว่าการโอนได้กระทำโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ต้องนำสืบแสดงความไม่สุจริตของผู้รับโอนเหมือนดังกรณีขอเพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237ซึ่งผู้ขอจะต้องนำสืบแสดงว่าการโอนไม่สุจริตและทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อนำสืบของผู้คัดค้านที่ 2 ดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถแสดงให้พอใจศาลว่าการโอนรายนี้ได้กระทำโดยสุจริต ตามข้อนำสืบของผู้คัดค้านที่ 2 กลับส่อแสดงว่าผู้คัดค้านที่ 2 รับโอนสิทธิการเช่ารายนี้โดยรู้อยู่ว่าจำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัวอันเป็นการรับโอนโดยไม่สุจริต ศาลจึงมีอำนาจสั่งเพิกถอนการโอนรายนี้ได้" ฯลฯ"ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกาในประการสุดท้ายว่า คดีนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอคดีโดยทำเป็นคำร้อง

ต้องถือว่าเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ขอให้ศาลฎีกาสั่งคืนค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ฎีกาที่เสียเกินให้ผู้คัดค้านที่ 2 ด้วย ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้เพิกถอนการโอนนั้นถือว่าเป็นคดีที่ฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้คู่ความไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1216/2522 คดีระหว่าง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง นายยุกต์ พันธ์พัฒนาศิลป์ ผู้คัดค้าน ดังนั้นในคดีนี้ผู้คัดค้านที่ 2 จึงไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ ฎีกาผู้คัดค้านที่ 2ในข้อนี้ฟังขึ้นพิพากษายืน แต่ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาที่ผู้คัดค้านที่ 2 เสียมาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ คงเรียกไว้แต่อย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ทั้งสองศาลค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้