Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2522 (เลขอ้างอิง 39031)

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยท้ากันว่า ถ้าพยานคนหนึ่งเบิกความว่าทางพิพาทมีมาเกิน 10 ปี จำเลยยอมแพ้ถ้าไม่มีทางพิพาทมาก่อนโจทก์ยอมแพ้คำสั่งไม่อนุญาตให้ยกเลิกคำท้าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาพยานเบิกความว่ามีทางมา 20 ปี จำเลยต้องแพ้ข้อที่ว่าจำเลยครอบครองมากว่า 10 ปีไม่มีประเด็นในคำท้า แต่เป็นที่ดิน ส.ค.1 โอนทางทะเบียนไม่ได้ศาลไม่พิพากษาให้จดทะเบียนภารจำยอม

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าที่ดินของจำเลยตกเป็นภารจำยอมให้ไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอ ให้รื้อถอนสิ่งกีดขวางทางเดินจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาข้อแรกว่า คำร้องของจำเลยลงวันที่ 3 มิถุนายน 2520 ที่ขอให้ยกเลิกคำท้านั้นถือว่าเป็นการคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ก่อนแล้ว ถึงแม้ต่อมาศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาในวันที่ 6 มิถุนายน 2520 จำเลยก็ไม่จำเป็นต้องคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ยกเลิกคำท้าตามคำร้องของจำเลยแล้ว จำเลยชอบที่จะต้องโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดี เมื่อจำเลยไม่โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ก็จะยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 จำเลยจะถือว่าคำร้องของจำเลยที่ขอให้ยกเลิกคำท้านั้นเป็นการคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ก่อนแล้ว

หาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นจำเลยฎีกาข้อต่อไปว่า แม้นางเขียนพยานร่วมจะเบิกความว่าทางพิพาทมีคนเดินผ่าน ก็ไม่แน่นอนว่าจะเดินผ่านมาเกิน 10 ปีหรือไม่ และนางเขียนก็ยอมรับว่าจำเลยได้ซื้อที่ดินพิพาทจากนางพริกเกิน 10 ปีแล้ว ทางพิพาทจึงหมดสภาพไปแล้วโดยครอบครองของจำเลยเกินกว่า 10 ปี ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามประเด็นที่โจทก์จำเลยตกลงท้ากันคือ ถ้านางเขียน ขอพึ่ง เบิกความว่าทางพิพาทมีมานานเกินกว่า 10 ปีแล้วจำเลยยอมแพ้ ถ้าเบิกความว่าไม่มีทางพิพาทมาก่อน โจทก์ยอมแพ้ ปรากฏว่านางเขียน ขอพึ่ง เบิกความว่าเมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ มีทางผ่านจากวัดม่วงคันมาที่นาโจทก์ โดยผ่านที่ของนางใคร่ (ปัจจุบันเป็นที่ของนายเส็ง)

ต่อลงมาที่ของนายเอียด แล้วผ่านมายังที่ของนางพริก ขณะนี้เป็นของนายธูปจำเลยผ่านที่จำเลยก็เข้าไปยังที่นาโจทก์ เลยจากที่โจทก์ล่องไปทางใต้เป็นทางเดินวัวควาย เกวียนก็ใช้ผ่านไปมา พยานเดินทางสายพิพาทนี้อยู่ประมาณ 20 ปี ตามคำเบิกความของนางเขียน ขอพึ่ง พยานร่วมฟังได้ว่ามีทางพิพาทผ่านที่ของจำเลยซึ่งเดิมเป็นของนางพริกมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว ตรงตามคำท้าที่ว่าทางพิพาทมีมานานเกินกว่า 10 ปีแล้วจำเลยจึงต้องแพ้คดี

ที่จำเลยฎีกาว่าทางพิพาทฟังไม่แน่นอนว่าจะมีคนเดินผ่านมาเกิน 10 ปีนั้นฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าทางพิพาทหมดสภาพไปแล้ว โดยการครอบครองของจำเลยเกินกว่า 10 ปีนั้น ไม่ใช่ประเด็นที่โจทก์จำเลยตกลงท้ากัน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยแต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินของจำเลยเป็นที่ดินมือเปล่าไม่ปรากฏว่าเป็นที่ดินที่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว จึงเป็นที่ดินที่โอนกันไม่ได้ในทางทะเบียน โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิที่จะบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนทางภารจำยอมในที่ดินของจำเลยต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอให้แก่โจทก์ในทางทะเบียนดังคำขอได้พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอบังคับของโจทก์ที่ให้จำเลยไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอโพธิ์ทองว่าเป็นทางภารจำยอมนั้นเสีย นอกจากที่แก้นี้คงให้บังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นทุกประการ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้