Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3913/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนังสือมอบอำนาจของผู้ร้องระบุมอบอำนาจให้ ว. ยื่นฟ้อง ต่อสู้คดีดำเนินการไปจนสำเร็จในศาลทั้งปวงแทนผู้รับมอบอำนาจ ว. จึงมีอำนาจกระทำการแทนผู้รับมอบอำนาจในการยื่นฟ้องและดำเนินคดีในศาลได้ทุกคดีโดยไม่มีกำหนดเวลาจนกว่าผู้มอบอำนาจจะเพิกถอนการมอบอำนาจนั้น สัญญาการเป็นหุ้นส่วน เป็นสัญญาระหว่างผู้ร้องกับกลุ่มบุคคล กำหนดให้คู่สัญญาก่อตั้งบริษัทขึ้นภายใต้กฎหมายไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตสินค้าภายใต้สลากเครื่องหมายการค้าที่ตกลงกัน และในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นสัญญาระหว่างผู้ร้องกับบริษัทผู้คัดค้าน โดยมีกลุ่มบุคคลลงลายมือชื่อในฐานะส่วนตัว และ อ. ลงลายมือชื่อในฐานะประธานบริษัทผู้คัดค้านซึ่งจะจัดตั้งขึ้นในอนาคต โดยผู้ร้องมีวัตถุประสงค์ในการแต่งตั้งผู้คัดค้านให้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าภายใต้ใบอนุญาตที่อนุมัติโดยผู้ร้องและภายใต้เครื่องหมายการค้าที่กำหนด สัญญาทั้งสองฉบับจึงเป็นสัญญาที่ผู้ริเริ่มก่อการบริษัทผู้คัดค้านได้กระทำไว้เพื่อก่อตั้งบริษัทผู้คัดค้านเพื่อถือสิทธิตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ เมื่อผู้คัดค้านได้จดทะเบียนเป็นบริษัทตามกฎหมายไทยแล้วก็ได้เข้าถือสิทธิตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าว โดยผลิตและจำหน่ายสินค้าโดยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวของผู้ร้อง และได้อ้างข้อตกลงที่ให้ระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการตามที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิขึ้นต่อสู้คดีในศาล กับนำเสนอข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านต่ออนุญาโตตุลการ ดังนี้ถือว่าผู้คัดค้านได้เข้าถือเอาประโยชน์จากสัญญาดังกล่าว ผู้คัดค้านจึงต้องผูกพันตามสัญญานั้น กรณีถือว่าผู้คัดค้านเข้าเป็นคู่สัญญาโดยชอบและมิได้บกพร่องในเรื่องความสามารถแต่อย่างใด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 149 ป.พ.พ. มาตรา 801 ป.พ.พ. มาตรา 1023 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 41 ป.พ.พ. มาตรา 797 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 14 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 43

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลการของสมาคมอนุญาโตตุลากรอเมริกัน ผู้คัดค้านคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการแห่งสมาคมอนุญาโตตุลาการอเมริกัน ดังนี้ 1. ผู้ร้องมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า EARTHTEC ดีกว่าผู้คัดค้าน 2. ให้ผู้คัดค้านเลิกใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า EARTHTEC และดำเนินการเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว 3. สิทธิและประโยชน์ของผู้คัดค้านในเครื่องหมายการค้าคำว่า EARTHTEC และ PRISTINE (ที่ถูก PRISTINE BLUE) เป็นอันหมดสิ้นตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2540 4. ให้ผู้คัดค้านคืนเอกสารหรือสิ่งพิมพ์โฆษณาที่มีคำว่า EARTHTEC PRISTINE BLUE และ EARTH SCIENCE LABORATORIES แก่ผู้ร้อง ณ ภูมิลำเนาผู้ร้อง โดยค่าใช้จ่ายของผู้คัดค้าน 5. ให้ผู้คัดค้านเลิกใช้ชื่อ หรือกล่าวอ้างชื่อ หรือคำดัดแปลงชื่อ

EARTH SCIENCE LABORATORIES INC. 6. ห้ามผู้คัดค้านรบกวนหรือขัดขวางตัวแทนจำหน่ายของผู้ร้องในการใช้เครื่องหมายการค้า EARTHTEC และ PRISTINE BLUE 7. ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของผู้คัดค้านนับแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2537 8. ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิที่จะเรียกให้ผู้ร้องจ่ายเงินในฐานะผู้ถือหุ้นตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ 9. ผู้คัดค้านไม่อาจเรียกร้องจากผู้ร้องเกี่ยวกับการผิดสัญญาหุ้นส่วนหรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ 10. ให้ผู้คัดค้านดำเนินการตาม 1 ถึง 8 ภายใน 30 วันนับแต่วันมีคำพิพากษา 11. ให้ผู้คัดค้านชำระค่าฤชาธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการเป็นเงิน 166,452.30 ดอลลาร์สหรัฐ 12. ให้ผู้คัดค้านชำระค่าฤชาธรรมเนียมในคดีนี้แทนผู้ร้อง โดยกำหนดเป็นค่าทนายความ 10,000 บาท

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่โต้แย้งในชั้นอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทย ผู้ร้องเป็นจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า EARTHTEC และ PRISTINE BLUE โดยจดทะเบียนไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2535 ผู้ร้องและบุคคลกลุ่มเดไซ ปาเต็ล ได้ทำสัญญาการเป็นหุ้นส่วนเพื่อจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย ตามสัญญาการเป็นหุ้นส่วนและผู้ร้องทำสัญญาอนุญาตให้ผู้คัดค้านผลิตและจำหน่ายสินค้าโดยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวของผู้ร้องตามสัญญาอนุญาตให้สิทธิ ปี 2536 ผู้คัดค้านนำเครื่องหมายการค้า

EARTHTEC ไปจดทะเบียนในนามของผู้คัดค้าน ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญาตามทะเบียนเครื่องหมายการค้า และปี 2538 พวกผู้คัดค้านนำชื่อของผู้ร้องไปจดทะเบียนเป็นชื่อบริษัทว่า "บริษัทเอิร์ธซายส์ ลาบอราตอรี่ส์ จำกัด" ตามหนังสือรับรองการจดทะเบียน ปี 2540 ผู้ร้องบอกเลิกสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิต่อผู้คัดค้านตามหนังสือบอกเลิกสัญญา ปี 2541 ผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องผู้คัดค้านเป็นจำเลยที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ขอให้พิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า EARTHTEC ดีกว่าจำเลย ให้จำเลยยกเลิกการใช้เครื่องหมายการค้ากับขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ผู้คัดค้านยื่นคำให้การสู้คดีและขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจำหน่ายคดีเนื่องจากมีข้อสัญญาเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการในสัญญาการเป็นหุ้นส่วนและสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพื่อให้คู่พิพาทไปดำเนินการทางวิธีอนุญาโตตุลาการ ตามคดีหมายเลขแดงที่ ทป.29/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ปี 2544 ผู้คัดค้านได้นำเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการแห่งสหรัฐอเมริกา ณ นครนิวยอร์ค โดยอ้างว่าผู้ร้องผิดสัญญาการเป็นหุ้นส่วนและสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามหนังสือแจ้งของสมาคมอนุญาโตตุลาการอเมริกัน ผู้ร้องให้การปฏิเสธต่อสู้คดีและยื่นข้อโต้แย้งว่า ผู้คัดค้านเป็นฝ่ายผิดสัญญาและร้องแย้งเพื่อบังคับผู้คัดค้านให้เลิกการใช้เครื่องหมายการค้าของผู้ร้อง เพิกถอนเครื่องหมายการค้าและชื่อบริษัทผู้ร้องออกจากทะเบียน อนุญาโตตุลาการแห่งสหรัฐอเมริกาวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านประการแรกว่า ผู้ร้องมีอำนาจนำคดีสู่ศาลหรือไม่ โดยผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า หนังสือมอบอำนาจของผู้ร้องที่มอบอำนาจให้นางวรนุช เปเรร่า เป็นผู้รับมอบอำนาจในการยื่นคำร้องบังคับผู้คัดค้านตามคำชี้ขาดคดีนี้ เป็นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเดิมในคดีหมายเลขดำที่ ทป.34/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ผู้คัดค้านจะนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการและผู้ร้องยังไม่ทราบว่าจะต้องนำคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการมาขอบังคับต่อศาล หนังสือมอบอำนาจไม่มีข้อความระบุให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจยื่นคำร้องคดีนี้หรือมีอำนาจดำเนินคดีต่อผู้คัดค้าน หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ใช้บังคับไม่ได้ เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจของผู้ร้องระบุมอบอำนาจให้นางวรนุชยื่นฟ้อง ต่อสู้คดี ดำเนินการไปจนสำเร็จในศาลทั้งปวงแทนผู้รับมอบอำนาจ หาได้ระบุมอบอำนาจให้นางวรนุชฟ้องผู้คัดค้านเป็นการเฉพาะคดีตามคดีหมายเลขดำที่ ทป.34/2541 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางแต่ประการใดไม่ นางวรนุชจึงมีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้บมอบอำนาจในการยื่นฟ้องและดำเนินคดีในศาลได้ทุกคดีโดยไม่มีกำหนดเวลาจนกว่าผู้มอบอำนาจจะเพิกถอนการมอบอำนาจนั้น การมอบอำนาจดังกล่าวหาใช่เป็นการหลีกเลี่ยงประมวลรัษฎากรที่ใช้หนังสือมอบอำนาจฉบับเดิมมาฟ้องคดีไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า หนังสือมอบอำนาจและการมอบอำนาจชอบด้วยกฎหมายและใช้บังคับได้

ผู้ร้องจึงมีอำนาจนำคดีสู่ศาล อุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยประการที่ 2 มีว่า คู่สัญญาอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้คัดค้านบกพร่องในเรื่องความสามารถจึงควรปฏิเสธไม่บังคับตามคำชี้ขาดหรือไม่ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า สัญญาการเป็นหุ้นส่วนและสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิทำขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2535 แต่บริษัทผู้คัดค้านก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2536 ผู้คัดค้านจึงไม่อาจทำสัญญาทั้งสองฉบับได้ เมื่อบริษัทผู้คัดค้านก่อตั้งขึ้นแล้วก็ไม่ได้เข้าทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิกับผู้ร้อง ศาลจึงชอบที่จะปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เห็นว่า สัญญาการเป็นหุ้นส่วนเป็นสัญญาระหว่างผู้ร้องกับบุคคลกลุ่มเดไซ

ปาเต็ล กำหนดให้คู่สัญญาก่อตั้งบริษัทขึ้นภายใต้กฎหมายไทยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตและจำหน่ายสินค้าภายใต้สลากว่า EARTHTEC และ PRISTINE BLUE และในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นสัญญาระหว่างผู้ร้องกับบริษัทผู้คัดค้านโดยมีบุคคลกลุ่มเดไซ ปาเต็ล ลงลายมือชื่อในฐานะส่วนตัวและนายอาวิน ซี. เดไซ ลงลายมือชื่อในฐานะประธานบริษัทผู้คัดค้านซึ่งจะจัดตั้งขึ้นในอนาคต โดยผู้ร้องมีวัตถุประสงค์ในการแต่งตั้งผู้คัดค้านให้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าภายใต้ใบอนุญาตที่อนุมัติโดยผู้ร้องและภายใต้สลากว่า EARTHTEC และ PRISTINE BLUE สัญญาทั้งสองฉบับจึงเป็นสัญญาที่ผู้เริ่มก่อการบริษัทผู้คัดค้านได้กระทำไว้เพื่อก่อตั้งบริษัทผู้คัดค้านเพื่อถือสิทธิตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ

เมื่อผู้คัดค้านได้จดทะเบียนเป็นบริษัทตามกฎหมายไทยแล้วก็ได้เข้าถือสิทธิตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าว โดยผลิตและจำหน่ายสินค้าโดยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวของผู้ร้อง และได้อ้างข้อตกลงที่ให้ระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการตามที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิขึ้นต่อสู้คดีในชั้นศาล กับนำเสนอข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านต่ออนุญาโตตุลาการ ดังนี้ถือว่าผู้คัดค้านได้เข้าถือเอาประโยชน์จากสัญญาดังกล่าวผู้คัดค้านจึงต้องผูกพันตามสัญญานั้น กรณีถือว่าผู้คัดค้านเข้าเป็นคู่สัญญาโดยชอบและมิได้บกพร่องในเรื่องความสามารถแต่อย่างใด อุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยประการที่ 3 มีว่า

องค์ประกอบของคณะอนุญาโตตุลาการหรือกระบวนพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการไม่ชอบ เนื่องจากมิได้เป็นไปตามที่คู่พิพาทได้ตกลงกันไว้ จึงควรปฏิเสธไม่บังคับตามคำชี้ขาดหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ได้กำหนดกรณีมีความเห็นไม่ตรงกันของคู่สัญญาว่าให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการของสมาคมอนุญาโตตุลาการอเมริกัน ภายใต้มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการของประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าด้วย "อนุญาโตตุลาการ" การที่อนุญาโตตุลาการของสมาคมอนุญาโตตุลาการอเมริกันเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านจึงเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา

ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า หลังจากผู้คัดค้านเสนอข้อพิพาทแล้ว ต่อมาได้ขอถอนเรื่องจากอนุญาโตตุลาการแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ถอนเรื่อง ผู้คัดค้านไม่มีโอกาสแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการที่มีสัญชาติไทย ผู้คัดค้านไม่สามารถเข้าร่วมในการพิจารณาข้อพิพาท เพราะทนายความของผู้คัดค้านถอนตัวโดยไม่แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบ ผู้คัดค้านจึงไม่อาจนำพยานหลักฐานเข้าแสดงต่อนุญาโตตุลาการได้ อนุญาโตตุลาการไม่ได้แจ้งให้ผู้คัดค้านแต่งตั้งทนายความคนใหม่แต่กลับด่วนวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาททั้งๆ ที่ผู้คัดค้านไม่มีทนายความและผู้คัดค้านไม่สามารถจัดส่งเอกสารให้ตามที่ผู้ร้องร้องขอ อนุญาโตตุลาการจึงยกประโยชน์ให้แก่ผู้ร้องว่าเอกสารเหล่านั้นเป็นคุณแก่ผู้ร้องนั้น

ผู้คัดค้านก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าข้ออ้างดังกล่าวของผู้คัดค้านมีผลให้องค์ประกอบของอนุญาโตตุลาการหรือกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการขัดต่อกฎข้อบังคับของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวข้อไหนอย่างไร ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่าองค์ประกอบของอนุญาโตตุลาการหรือกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการมิได้เป็นไปตามที่คู่พิพาทได้ตกลงกันไว้อุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยประการที่ 4 มีว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ชอบเนื่องจากเป็นคำชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ไม่สามารถจะระงับโดยการอนุญาโตตุลาการได้ตามกฎหมายหรือไม่ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า อนุญาโตตุลาการแห่งสหรัฐอเมริกาวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้คัดค้านเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของผู้ร้อง เป็นการก้าวล่วงอำนาจของศาลไทย จึงเป็นข้อพิพาทที่ไม่อาจระงับได้โดยวิธีอนุญาโตตุลาการ

เห็นว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ผู้คัดค้านอ้างเป็นกรณีพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิในเครื่องหมายการค้าระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านว่าใครมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทดีกว่ากัน เมื่อคณะอนุญาโตตุลาการเห็นว่าผู้ร้องมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทดีกว่าผู้คัดค้าน ก็ได้มีคำชี้ขาดตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ โดยให้ผู้คัดค้านดำเนินการตามความจำเป็นในการยกเลิกทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทหรือโอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทให้แก่ผู้ร้องแล้วแต่ผู้คัดค้านจะเลือก อันเป็นคำชี้ขาดให้คู่สัญญากระทำการตามสัญญาหรืองดเว้นจากการกระทำผิดสัญญาต่อไป กรณีจึงไม่ใช่ข้อพิพาทที่ไม่อาจระงับได้โดยวิธีอนุญาโตตุลาการ อุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านประการสุดท้ายมีว่า การบังคับตามคำชี้ขาดเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า อนุญาโตตุลาการอเมริกันกำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมจำนวน 166,452.30 ดอลลาร์สหรัฐ และให้ผู้คัดค้านจ่ายค่าธรรมเนียมในการบริการจัดการของสมาคมอนุญาโตตุลาการอเมริกันด้วย จึงเป็นจำนวนที่สูงเกินสมควรศาลไทยชอบที่จะใช้ดุลพินิจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร เห็นว่า ข้อบังคับอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศของสมาคมอนุญาโตตุลาการอเมริกันได้กำหนดเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการดังกล่าวไว้ เมื่อผู้คัดค้านเป็นฝ่ายนำข้อพิพาทเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ

ผู้คัดค้านจึงต้องตระหนักและผูกพันตามข้อบังคับอนุญาโตตุลาการดังกล่าวอันเป็นข้อบังคับที่ใช้แก่คู่สัญญาทั่วไปที่เข้าสู่กระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศของสมาคมอนุญาโตตุลาการอเมริกันโดยไม่เลือกปฏิบัติต่อประเทศหรือสัญชาติของคู่สัญญา ผู้คัดค้านไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ผู้คัดค้านต้องชำระตามที่คณะอนุญาโตตุลาการของสมาคมอนุญาโตตุลาการอเมริกันกำหนดขัดต่อข้อบังคับอนุญาโตตุลาการดังกล่าวอย่างไรผู้คัดค้านจึงต้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามที่คณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าวกำหนด การบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการอันเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมต่างๆ ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการหาเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใดไม่

อุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างในอุทธรณ์ว่า คณะอนุญาโตตุลาการมิได้ส่งคำวินิจฉัยชี้ขาดให้แก่ผู้คัดค้านนั้น เห็นว่า ผู้คัดค้านไม่ได้ต่อสู้ไว้ในคำคัดค้านเรื่องดังกล่าวจึงเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจาณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 38 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศจึงไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · เกรียงชัย จึงจตุรพิธ
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9476/2558

คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในคดีนี้เป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการแห่งวาเรน - แฟร์ไอน์ แดร์ ฮามบัวร์เกอร์ เบอร์เซ อี.วี. ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี จึงเป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ซึ่งตาม พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2045/2557

การที่ผู้คัดค้านได้ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องและเรียกร้องแย้งให้ผู้ร้องชำระเงินให้ผู้คัดค้านอีกจำนวน 430,010.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันยื่นคำคัดค้านเป็นต้นไปจนกว่าจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2050/2566

การที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคําชี้ขาดให้ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 เข้าทำสัญญาเงินกู้หรือบันทึกข้อตกลงค้ำประกันการชําระหนี้และสัญญาจำนำหุ้น และในสถานการณ์นี้จะสั่งให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างระหว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4627/2565

กรมธรรม์ประกันภัยทางทะเลมีข้อตกลงโดยชัดแจ้งว่า สัญญาประกันภัยทางทะเลระหว่างผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 21 ผู้รับประกันภัย กับผู้ร้องที่ 22 ผู้เอาประกันภัย ให้อยู่ภายใต้กฎหมายและแนวปฏิบัติของประเทศอังกฤษ กรณีจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1527/2562

เมื่อข้อตกลงตามกรมธรรม์ประกันภัย 2 ฉบับนี้เป็นสัญญาอนุญาโตตุลาการที่ผู้รับประกันภัยค้ำจุนทำกับผู้เอาประกันภัยให้สิทธิผู้มีสิทธิเรียกร้องซึ่งก็คือ ผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลผู้ต้องเสียหายจากวินาศภัยมีสิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้