Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3916/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยใช้อาวุธปืนจี้ที่ขมับผู้เสียหายพร้อมกับพูดว่า กูจะฆ่ามึงทิ้ง ถ้ามึงไปถึงกิ่งอำเภอเมื่อไรกูจะฆ่าเมื่อนั้น ดังนี้คำพูดของจำเลยขณะที่ใช้อาวุธปืนจี้ผู้เสียหายมีความหมายชัดเจนว่าจำเลยจะยิงผู้เสียหายเมื่อไปถึงกิ่งอำเภอไม่ใช่ยิงในขณะนั้นเป็นการกระทำในลักษณะขู่ผู้เสียหายมากกว่า หากจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายก็คงใช้อาวุธปืนนั้นยิงผู้เสียหายทันทีโดยไม่ต้องใช้อาวุธปืนจี้และมีการพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตเช่นนั้น ประกอบกับผู้เสียหายกับจำเลยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน และจำเลยกระทำในขณะเมาสุรา การกระทำของจำเลยยังถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80, 371, 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคหนึ่ง และ 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ประกอบ มาตรา 80 และมาตรา 371 ลงโทษฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปีฐานพาอาวุธปืนให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นจำคุก 10 ปี

รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ก่อนเกิดเหตุมีเสียงปืนดังมาจากทางบ้านจำเลย แล้วจำเลยซึ่งมีอาการเมาสุราพาอาวุธปืนมาที่บ้านผู้เสียหาย และเกิดทะเลาะกับผู้เสียหายเพราะผู้เสียหายไม่ยอมให้ขึ้นบ้าน จำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวจี้ที่ขมับผู้เสียหายพร้อมกับพูดว่ากูจะฆ่ามึงทิ้ง ถ้ามึงไปถึงกิ่งอำเภอเมื่อไรกูจะฆ่าเมื่อนั้นขณะที่จำเลยใช้อาวุธปืนจี้ผู้เสียหายอยู่นั้น นายบุญ ดอกคำ ใช้เท้าเตะอาวุธปืนจนกระเด็นหลุดจากมือจำเลยและอาวุธปืนลั่นขึ้น 1 นัด แล้วนายบุญเอาตัวจำเลยไปส่งที่บ้านของจำเลยเพราะจำเลยมีอาการมึนเมาสุรามาก วันรุ่งขึ้นหลังเกิดเหตุผู้เสียหายนำความไปแจ้งต่อร้อยตำรวจเอกเลิศ

ศัพท์พันธ์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร อำเภอเนินมะปราง ร้อยตำรวจเอกเลิศออกไปตรวจที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนแก๊ปยาวไม่มีทะเบียนที่จำเลยนำติดตัวมาอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงยึดไว้เป็นของกลาง ร้อยตำรวจเอกเลิศสอบสวนแล้วเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจึงออกหมายจับจำเลยไว้ จำเลยหลบหนีไปและถูกจับเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2531พิเคราะห์แล้ว สำหรับข้อหามีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีคงมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้เพียงว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยใช้อาวุธปืนจี้ที่ขมับผู้เสียหาย แม้ไม่ได้ความว่าขณะนั้นนิ้วของจำเลยอยู่ในโกร่งไกปืนแต่อาวุธปืนก็ลั่นขึ้นเพราะนายบุญ

ดอกคำ เตะปืน แสดงว่าจำเลยพร้อมที่จะยิงผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายเห็นว่า คำพูดของจำเลยขณะที่ใช้อาวุธปืนจี้ผู้เสียหายมีความหมายชัดเจนว่าจำเลยจะยิงผู้เสียหายเมื่อไปถึงกิ่งอำเภอไม่ใช่ยิงในขณะนั้น เป็นการกระทำในลักษณะขู่ผู้เสียหายมากกว่าหากจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายก็คงใช้อาวุธปืนนั้นยิงผู้เสียหายทันทีโดยไม่ต้องใช้อาวุธปืนจี้และมีการพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตเช่นนั้นประกอบกับผู้เสียหายกับจำเลยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนและจำเลยกระทำในขณะเมาสุรามาก แม้ภายหลังจำเลยหนีไปก็เชื่อว่าจำเลยเข้าใจว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดแล้ว จะฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายไม่ถนัด การกระทำของจำเลยยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7139/2553

ขณะเกิดเหตุจำเลยเหน็บอาวุธปืนพกไว้ที่เอวอยู่ก่อนแล้ว เมื่อจำเลยตาม โจทก์ร่วมออกมาที่รถดึงประตูด้านคนขับเปิดนั้น จำเลยมีโอกาสดีที่จะชักอาวุธปืนที่เหน็บที่เอวออกมายิงใส่โจทก์ร่วมซึ่งจะสามารถฆ่าโจทก์ร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2553

จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุและใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียหายที่ 2 ที่อยู่บริเวณหน้าร้าน กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ซึ่งลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกยิงบริเวณหัวไห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2553

จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันมาในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดทำจากใบเลื่อยยาวถึง 1 เมตร ฟันบริเวณแสกหน้าของผู้เสียหายที่ 1 แต่ผู้เสียหายที่ 1 ใช้มือรับไว้ จึงทำให้เอ็นนิ้วนางและนิ้วก้อยของผู้เสีย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้