Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2522 (เลขอ้างอิง 39167)

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทนายจำเลยป่วย โจทก์ไม่คัดค้านคำขอเลื่อนไม่มีเหตุผลพอฟังว่าประวิงคดี ศาลไม่ให้เลื่อนเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณา แต่พยานโจทก์ที่ศาลสืบในวันนั้นโดยจำเลยไม่มีทนายซักค้านเป็นพยานเกี่ยวกับการรับรองเอกสารซึ่งจำเลยก็นำสืบรับรองว่ามีอยู่จริง จึงไม่ต้องพิจารณาสืบพยานโจทก์ในวันนั้นใหม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 2,356,204.10บาท กับดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยที่ 2 ฎีกาเป็นข้อแรกว่าการที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี และสืบพยานโจทก์ไปโดยจำเลยไม่มีโอกาสซักค้านเป็นการไม่ชอบ ได้พิจารณาแล้ว ได้ความว่าในวันที่ 3มีนาคม 2519 ซึ่งศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์นั้น จำเลยยื่นคำร้องว่าทนายจำเลยเดินทางไปธุรกิจที่จังหวัดศรีสะเกษและเกิดป่วยขึ้น ตามสำเนาใบรับรองของแพทย์ที่เสนอไว้ท้ายคำร้อง เมื่อปรากฏว่าทนายจำเลยป่วยโดยมีใบรับรองของแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษแสดงว่าทนายจำเลยเป็นโรคหลอดลมอักเสบ ให้พักรักษาตัวจนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2519 และฝ่ายโจทก์ก็ไม่ได้คัดค้านว่าทนายจำเลยไม่ป่วยเจ็บ เพียงแต่แถลงว่าพยานโจทก์มาพร้อมแล้ว สุดแล้วแต่ศาลจะเห็นควร

ศาลฎีกาเห็นว่าความเจ็บป่วยของทนายจำเลยถือว่าเป็นกรณีที่มีความจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ ทั้งคู่ความอีกฝ่ายก็มิได้คัดค้านศาลชอบที่จะให้เลื่อนคดีไปในกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร ส่วนที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าการขอเลื่อนคดีของฝ่ายจำเลยมีลักษณะเป็นการประวิงคดีนั้น ได้พิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่าก่อนหน้าวันที่ 3 มีนาคม 2519 ศาลชั้นต้นได้นัดสืบพยานคดีนี้มาแล้ว 19 ครั้ง แต่ทำการสืบพยานโจทก์ได้เพียง 6 ครั้งโดยฝ่ายโจทก์ขอเลื่อนคดีถึง 7 ครั้ง โจทก์จำเลยขอเลื่อนคดีร่วมกัน 1 ครั้งฝ่ายจำเลยขอเลื่อน 5 ครั้ง โดยอ้างว่าทนายเจ็บป่วย 4 ครั้ง และอ้างกิจธุระของทนายจำเลยอีก 1 ครั้ง รูปคดีเช่นนี้ยังฟังไม่ถนัดว่าการขอเลื่อนคดีของฝ่ายจำเลยในครั้งนี้เป็นการประวิงคดี

การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีในวันดังกล่าวจึงเป็นการที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา แต่การที่จะมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่หรือไม่นั้น ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลฎีกาซึ่งจะได้พิจารณาโดยคำนึงถึงเหตุผลอันสมควรเป็นเรื่อย ๆ ไปสำหรับคดีนี้

ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีเป็นผลเพียงให้จำเลยไม่มีโอกาสซักค้านพยานโจทก์ 2 ปากที่ได้เข้าเบิกความในวันนั้น ปรากฏว่าพยานโจทก์ปากหนึ่งคือนายวารี แสวงกิจ ได้เข้าเบิกความรับรองลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 ในเอกสารหมาย จ.2 และรับรองเอกสารการคืนเช็คของธนาคาร หมาย จ.7 ซึ่งจำเลยก็มิได้ปฏิเสธในเรื่องนี้ ส่วนพยานโจทก์อีกปากหนึ่ง คือ สิบตำรวจเอกสุพจน์ ทักสิมา ได้เข้าเบิกความรับรองสำเนาบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เอกสารหมาย จ.8และ จ.9 ซึ่งจำเลยก็มิได้ปฏิเสธเอกสารทั้ง 2 ฉบับนี้ ทั้งยังได้นำพันตำรวจโทธนู หอมหวล เข้าเบิกความเป็นพยานจำเลยยืนยันถึงความมีอยู่ของเอกสาร2 ฉบับนี้ด้วย

การที่จำเลยไม่ได้มีโอกาสซักค้านพยานโจทก์ทั้ง 2 ปากมิได้ทำให้จำเลยต้องเสียเปรียบในเชิงคดีแต่ประการใด จึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องให้มีการสืบพยานโจทก์ในนัดนั้นใหม่ดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา" ฯลฯ"ส่วนที่จำเลยที่ 2 อ้างว่า โจทก์ส่งภาพถ่ายเช็คพิพาทเป็นพยานไม่ได้ส่งต้นฉบับ จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้นั้น ได้ความว่าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้งยึดเช็คพิพาทไว้ตามเอกสารหมาย จ.8 และโจทก์ยังไม่ได้รับคืนมา ซึ่งโจทก์ได้ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกต้นฉบับเช็คพิพาทจากสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง แต่สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้งมีหนังสือแจ้งมาว่า ไม่สามารถที่จะส่งให้ได้เนื่องจากเอกสารของสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้งถูกไฟไหม้หมดทุกชิ้น (เอกสารลำดับที่ 26ในสำนวน) เมื่อปรากฏว่าต้นฉบับของเช็คพิพาทหาไม่ได้ เพราะถูกไฟไหม้ไปแล้วซึ่งถือได้ว่าต้นฉบับเช็คพิพาทถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัย โจทก์จึงนำภาพถ่ายซึ่งเท่ากับเป็นสำเนาของเช็คพิพาทตามเอกสารหมาย จ.6 มาสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2)"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรัส เขมะจารุ · ชุบ วีระเวคิน · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5474/2550

ตามคำร้องขอเลื่อนคดีของทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ปรากฏว่าทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ป่วยเป็นไข้ มีอาการวิงเวียนศีรษะ ส่วนที่จำเลยที่ 2 แจ้งว่าป่วยเป็นไข้หวัดนั้น โดยไม่มีใบรับรองแพทย์มายืนยันว่าป่วยถึงขนาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2823/2536

ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยนัดแรก วันที่ 12 มิถุนายน 2530 ถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างเหตุทนายจำเลยป่วย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีไปในวันที่ 29 กรกฎาคม 2530 ซึ่งจำเลยก็นำพยานมาสืบปากเดียวแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2568

จำเลยทั้งเจ็ดคัดค้านว่าสัญญาซื้อขายทรัพย์สินด้อยคุณภาพเป็นสำเนาเอกสารมิใช่ต้นฉบับ ไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ และสำเนาเอกสารดังกล่าวปลอมและไม่ถูกต้องตรงกับต้นฉบับ เมื่อศาลให้โอกาสจำเลยทั้งเจ็ดซั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5661/2567

แบบขออนุญาตสร้างทางเป็นเพียงแบบพิมพ์ แม้จำเลยที่ 1 ไม่ได้นำพนักงานเจ้าหน้าที่มาเบิกความรับรองนั้น แต่ในชั้นพิจารณาโจทก์มิได้คัดค้านการนำเอกสารดังกล่าวมาสืบ จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5037/2565

ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้