Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ทางราชการมิได้ใช้ที่ดินพิพาทที่ได้รับการให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ทำการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตามความประสงค์ของผู้ให้ ก็ไม่ได้ทำให้จำเลยทั้งสองเกิดสิทธิที่จะบุกรุกเข้าไปในที่ดินพิพาทก่อสร้างอาคารหรือปลูกสร้างท่าจอดเรือลงในแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้อาคารที่ก่อสร้างจะถูกรื้อไปแล้วก็ไม่ทำให้ความผิดที่เกิดขึ้นสำเร็จแล้วกลายเป็นไม่ผิด การกระทำของบริษัทจำเลยที่ 2 ที่กระทำลงไปนั้น จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นกรรมการต้องร่วมรับผิดในฐานะส่วนตัวด้วย จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดตาม ป.ที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสอง และ ป.อ. มาตรา 360 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 360 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 360 ป.ที่ดิน มาตรา 108 ป.อ. มาตรา 83 ป.อ. มาตรา 90 ป.ที่ดิน มาตรา 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กรรมการของบริษัทจำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวและจำเลยที่ 2 ร่วมกันปลูกสร้างอาคาร 8 หลัง ลงบนถนนเจริญนครซึ่งเป็นทางสาธารณะ และปลูกสร้างท่าจอดเรือลงในแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ถนนเจริญนครและแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์และเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเสียหาย เสื่อมค่า หรือไร้ประโยชน์ ผู้อื่นไม่สามารถใช้ได้ตามปกติ และเป็นการเข้าไปยึดถือครอบครองก่นสร้างที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 83, 360 ป.ที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากถนนเจริญนครและแม่น้ำเจ้าพระยาที่เข้ายึดถือครอบครอง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.ที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสอง ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี และปรับ 4,000 บาท ปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 4,000 บาท จำเลยทั้งสองรับข้อเท็จจริงเรื่องการก่อสร้างอาคารตามฟ้องเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 เดือน และปรับ 3,000 บาท ปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 3,000 บาท จำเลยที่ 1 ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนสมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดีสักครั้งหนึ่งโดยรอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับ สำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 ส่วนจำเลยที่ 2 จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากถนนเจริญนครและแม่น้ำเจ้าพระยาในส่วนที่จำเลยทั้งสองและบริวารเข้าไปยึดถือครอบครอง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนายน้อยและนางจิ้มลิ้ม ต่อมาบุคคลทั้งสองจดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้ทางราชการเป็นสาธารณประโยชน์ การกล่าวอ้างว่าทางราชการมิได้ใช้ที่ดินพิพาทก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตามความประสงค์ที่มีผู้ยกให้ ไม่ได้ทำให้จำเลยทั้งสองเกิดสิทธิที่จะบุกรุกเข้าไปก่อสร้างอาคารหรือปลูกสร้างท่าจอดเรือลงในแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และแม้อาคารที่ก่อสร้างจะถูกรื้อไปแล้วก็ไม่ทำให้ความผิดที่เกิดขึ้นสำเร็จแล้วกลายเป็นไม่ผิดแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยที่ 2 ที่กระทำลงไปนั้น จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นกรรมการต้องร่วมรับผิดในฐานะส่วนตัวด้วย จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดตามฟ้อง แต่ที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองมาโดยไม่ปรับบทลงโทษตาม

ป.อ. มาตรา 360 ด้วยนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษบทนี้มาด้วย ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้โจทก์มิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขปรับบทลงโทษให้ถูกต้องโดยลงโทษไม่สูงกว่าเดิมได้ กรณีไม่ต้องด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบด้วยมาตรา 225

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 360 อีกบทหนึ่ง เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 360 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 แต่โทษให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ดลจรัส รัตนโศภิต · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
ศาลล่าง
ศาลอาญาธนบุรี - นางอรอุมา วชิรประดิษฐพร
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายรุ่ง เรืองโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3314/2545

การที่จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองคลองควายซึ่งเป็นคลองสาธารณะโดยใช้เสาคอนกรีตปักปิดขวางช่วงปากคลอง ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถใช้ประโยชน์สัญจรผ่านไปมาในคลองเพื่อออกสู่แม่น้ำได้นั้น การกระทำของจำเลยเป็นคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2365/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นที่ชายทะเล และอยู่นอกเขต น.ส. 3 ก. ของบิดาจำเลย โดยไม่ปรากฏว่าบุคคลใดมีเอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าว จึงถือว่าเป็นที่ดินของรัฐ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7536/2557

ที่ดินของจำเลยและที่ดินของผู้เสียหายกับที่ดินแปลงอื่นแบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงใหญ่ โดยตกลงให้มีการกันที่ดินทุกแปลงเป็นทางเดินเพื่อออกสู่ซอยราชดำเนิน 3 เพื่อประโยชน์ของเจ้าของที่ดินในกลุ่มนี้และผู้รับโอนเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3024/2556

ทางหรือถนนซึ่งเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน อันจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2) ย่อมต้องเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน หา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16410/2555

คดีก่อนพนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2371/2550 ของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในความผิดฐานร่วมกันประกอบกิจการโรงงานโดยทำการดูดทรายบนที่ดินอันเป็นการแปรสภาพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้