Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3925/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่1จดทะเบียนรับซื้อที่ดินจากผู้ที่ปลอมชื่อเป็นเจ้าของที่ดินซึ่งลักโฉนดที่ดินมาจากโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงแล้วจดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวกับจำเลยที่2ดังนี้จำเลยที่1ไม่ได้ซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์นิติกรรมซื้อขายเกิดจากการทุจริตโดยโจทก์ไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วยเป็นการสำคัญผิดในตัวบุคคลอันเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา119ถือเสมือนว่าไม่มีนิติกรรมการโอนเกิดขึ้นแม้การซื้อขายจะทำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และจำเลยที่1ได้เสียค่าตอบแทนโดยสุจริตจำเลยที่1ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โจทก์มีสิทธิขอให้เพิกถอนการโอนขายที่ดินดังกล่าวได้.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินรวม 8 โฉนด ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอรังวัดรวมโฉนดทั้ง 8 โฉนดเป็นโฉนดเดียว เจ้าพนักงานจึงออกโฉนดให้แก่โจทก์และโจทก์แจ้งให้เจ้าพนักงานทราบว่าจะกระทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวด้วยตนเอง ภายหลังได้มีชาย 2 คนมาขอซื้อที่ดินดังกล่าว และระหว่างที่มีการขอดูโฉนดที่ดินนั้นได้มีการสับเปลี่ยนโฉนดที่แท้จริงไป และคืนฉบับปลอมให้แก่โจทก์ โดยที่โจทก์ไม่ทราบ ต่อมามีผู้หวังดีโทรศัพท์มาบอกโจทก์จึงได้ไปตรวจสอบที่สำนักงานที่ดิน พบว่าเป็นโฉนดปลอม และมีผู้แอบอ้างเป็นโจทก์โอนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้จำนองไว้เป็นประกันเงินกู้แก่จำเลยที่ 2โจทก์จึงไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และแจ้งด้วยว่าได้มีคนร้ายลักโฉนดของโจทก์ไป

โจทก์ถือว่าที่ดินดังกล่าวยังเป็นของโจทก์ มีพฤติการณ์ว่าจำเลยที่ 1 มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการทุจริต จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิตามสัญญาจำนองเป็นประกัน ส่วนจำเลยที่ 3-6 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดิน ก็มีส่วนรู้เห็นเป็นใจหรือกระทำโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อต่อหน้าที่ เป็นการกระทำของตัวแทนภายในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 7 กรมที่ดิน จึงต้องร่วมกันรับผิดขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการขายและจำนอง หากเพิกถอนไม่ได้ ให้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้น 16,896,000 บาท จำเลยที่ 1 ถึง 7 ให้การปฏิเสธว่าไม่ต้องรับผิดตามที่โจทก์ฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างผู้ที่อ้างว่าเป็นโจทก์กับจำเลยที่ 1 และนิติกรรมจำนองที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2ให้จำเลยที่ 7 แก้สารบัญโฉนดที่ดินทั้งฉบับของโจทก์และของสำนักงานที่ดินให้คืนสภาพเดิม จำเลยที่ 1, 3, 6 อุทธรณ์ แต่จำเลยที่ 3, 6 ทิ้งอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 3, 6 และพิจารณาคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ต่อไป

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนที่จะมีการจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 ได้มีชาวอินเดียทำทีมาติดต่อขอดูโฉนดแล้วฉวยโอกาสลักโฉนดที่ดินพิพาท และมอบโฉนดปลอมให้โจทก์ หลังจากนั้นได้มอบให้ผู้หญิงคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นโจทก์จดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1ไม่ได้ซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์หรือผู้มีอำนาจกระทำแทนโจทก์ นิติกรรมซื้อขายเกิดจากการทุจริต โดยโจทก์ไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย เป็นการสำคัญผิดในตัวบุคคลอันเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม การโอนขายที่ดินจึงเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 119 ถือเสมือนว่าไม่มีนิติกรรมการโอนเกิดขึ้น ดังนั้นแม้การซื้อขายจะทำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และจำเลยที่ 1ได้เสียค่าตอบแทนโดยสุจริต จำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทยังเป็นของโจทก์อยู่โจทก์จึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนการโอนขายที่ดินพิพาทระหว่างผู้ที่อ้างว่าเป็นตัวโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มา
ADMINแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้