Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3927/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยแจ้งการประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์สำหรับปี พ.ศ. 2515ถึง พ.ศ. 2519 ในวันเดียวกัน และโจทก์ได้รับแบบแจ้งการประเมินทั้งหมดพร้อมกัน แต่ในแบบแจ้งการประเมินสำหรับปี พ.ศ. 2518 มิได้มีรายละเอียดในช่องรายการประเมิน ข้อ 2(ก) ถึง (ง)ว่าเป็นเงินได้ประเภทใด และตามข้อ 7(ก) และ (ข) ไม่ระบุว่าเป็นภาษีเงินได้เฉลี่ย ไปในทางใด เหมือนที่ระบุไว้ในแบบแจ้งการประเมินของปีอื่น ๆ เนื่องจากความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ของจำเลยเมื่อปรากฏว่ารายการในข้อ 2(ก) ถึง (ง) และข้อ 7(ก) และ (ข)ในแบบแจ้งการประเมินของปีอื่นเหมือนกันทั้งหมด และโจทก์ทราบและเข้าใจแบบแจ้งการประเมินที่มิได้ระบุรายการไว้เป็นอย่างดีว่าข้อความในรายการที่มิได้ระบุไว้ดังกล่าวย่อมเป็นทำนองเดียวกับที่ระบุไว้ในแบบแจ้งการประเมินของปีอื่น จนถึงกับยินยอมรับชำระภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยพิมพ์รายการขาดตกบกพร่องในแบบแจ้งการประเมินดังกล่าว จึงไม่เป็นเหตุทำให้โจทก์ไม่เข้าใจหรือเสียหายแต่อย่างใด การประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์สำหรับปี พ.ศ. 2518 จึงชอบด้วยกฎหมาย ส. จ่ายค่าตอบแทนเกี่ยวกับกิจการระเบิดหินและโม่ หินให้แก่ภริยาโจทก์ทุกเดือน รายได้ของโจทก์และภริยาเป็นผลประโยชน์เกี่ยวกับการที่ให้ ส. ดำเนินกิจการระเบิดหินรวมทั้งโม่ หิน ซึ่งมิใช่การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ย่อมจัดอยู่ในบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 5 การให้เช่าทรัพย์สินซึ่งมิใช่อสังหาริมทรัพย์โจทก์และภริยามีหน้าที่เสียภาษีการค้า

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเห็นว่า โจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ ไว้ไม่ถูกต้อง จึงประเมินให้โจทก์เสียภาษีเงินได้และเงินเพิ่มเป็นเงิน ๒๑๓,๖๖๓.๗๕ บาท และประเมินภาษีการค้าว่าโจทก์มีรายรับจากการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ประจำเดือนมกราคมถึงธันวาคมสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ จึงประเมินภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มรวม ๘๙,๙๑๑.๔๕ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์การประเมินแล้ว คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวขอให้พิพากษาว่าโจทก์ไม่ต้องชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้าดังกล่าวกับให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้ารวมทั้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวทั้งหมด จำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ให้ความยินยอมแก่เจ้าพนักงานว่า ยินยอมชำระภาษีให้ครบถ้วนเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความผูกพันโจทก์ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลาง พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรฟังข้อเท็จจริงว่า นายสมศักดิ์ เชยกำแหจ่ายเงินให้แก่นางเงินยวงภริยาโจทก์เป็นค่าผลประโยชน์จากการระเบิดหินทำโรงโม่หิน โจทก์จึงต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ดังกล่าวและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ในปัญหาข้อสามที่ว่าจำเลยประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยมิได้ระบุว่าเป็นเงินได้อะไรเป็นการชอบหรือไม่นั้น ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑๐ แบบแจ้งการประเมินภาษีเงินได้แก่โจทก์ว่าไม่มีรายละเอียดในช่องรายการประเมิน ข้อ ๒(ก) ถึง (ง) ว่าเป็นเงินประเภทใดและตามข้อ ๗(ก) และ (ข) ไม่ระบุว่าเป็นภาษีเงินได้เฉลี่ยไปในทางใดข้อนี้นางจำนงพรเจ้าพนักงานประเมินเบิกความว่า

เอกสารแจ้งการประเมินของปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ไม่มีรายละเอียดระบุว่าเป็นเงินเดือนค่าเช่าสัมปทาน ค่าเช่าที่ดิน และค่าเช่าบ้าน เหมือนกับหนังสือแจ้งการประเมินของปี พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๑๗ และ พ.ศ. ๒๕๑๙ นั้นเข้าใจว่า เจ้าหน้าที่อาจจะพลั้งเผลอ แต่อย่างไรก็ตามยอดเงินที่ปรากฏในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ (ซึ่งรวมถึงเอกสารหมาย จ.๑๐ ด้วย)ตรงกับยอดเงินที่พยานได้แจ้งให้โจทก์ทราบตามเอกสารหมาย ล.๑แผ่นที่ ๑๔๖ และ ๑๔๗

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า แบบแจ้งการประเมินภาษีเงินได้ของปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๗ ถึง จ.๑๑นั้น ลงวันที่วันเดียวกันคือวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๒๒ ทั้งโจทก์เบิกความว่าโจทก์ได้รับแบบแจ้งการประเมินดังกล่าวในวันที่๑๒ ตุลาคม ๒๕๒๒ การที่โจทก์ได้รับแบบแจ้งการประเมินทั้งหมด ๕ ฉบับของปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ ดังกล่าวซึ่งมีรายการในข้อ ๒(ก)ถึง (ง) และข้อ ๗ (ก) และ (ข) เหมือนกันหมดในเอกสารหมาย จ.๗ถึง จ.๙ และ จ.๑๑ แต่ในเอกสารหมาย จ.๑๐ ไม่มีรายการดังกล่าวเนื่องจากเจ้าหน้าที่ของจำเลยพลั้งเผลอนั้น โจทก์ย่อมเข้าใจได้โดยง่ายว่าข้อความในรายการดังกล่าวก็ย่อมเป็นทำนองเดียวกับที่ระบุไว้เหมือน ๆ กับในปีอื่นนั่นเอง และต่อมาเมื่อโจทก์มาให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานประเมิน

ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.๑ หน้า ๑๔๖ และ ๑๔๗แสดงให้เห็นว่าโจทก์ทราบและเข้าใจแบบแจ้งการประเมินดังกล่าวเป็นอย่างดี จนถึงกับยินยอมรับชำระภาษีเพิ่มเติมดังที่จำเลยทำการประเมินเรียกเก็บจากโจทก์รวมทั้งในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่เป็นปัญหานี้ด้วย ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่พลั้งเผลอพิมพ์รายการขาดตกบกพร่องไปบ้างในเอกสารหมาย จ.๑๐ จึงไม่เป็นเหตุทำให้โจทก์ไม่เข้าใจหรือเสียหายอย่างใด ดังนี้ข้อบกพร่องดังกล่าวจึงไม่เป็นเหตุทำให้การประเมินภาษีเงินได้ของปี พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นการไม่ชอบ ในปัญหาข้อสี่ที่ว่า โจทก์ไม่มีหน้าที่เสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภท ๕ หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ได้วินิจฉัยมาแล้วว่านายสมศักดิ์ได้จ่ายค่าตอบแทนเกี่ยวกับกิจการระเบิดหินและโม่หินให้แก่ภริยาโจทก์เดือนละ ๒๕,๐๐๐ ถึง ๓๐,๐๐๐ บาทโจทก์และภริยาจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้า

เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าประเภทการค้า ๕ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าแห่งประมวลรัษฎากรซึ่งระบุว่าได้แก่การให้เช่าทรัพย์สินที่มิใช่อสังหาริมทรัพย์ รายได้ของโจทก์และภริยาเป็นผลประโยชน์เกี่ยวกับการที่ให้นายสมศักดิ์ดำเนินกิจการระเบิดหินรวมทั้งโม่หิน ซึ่งมิใช่การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ย่อมจัดเข้าอยู่ในประเภทการค้า ๕ ดังกล่าว เป็นการถูกต้องแล้ว โจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีการค้าดังที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินนั้นชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายวิชา มั่นสกุลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้