Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3934/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินได้ที่นายจ้างออกให้เป็นค่าภาษีเงินได้ของลูกจ้าง ก่อนที่จะทราบว่าเป็นเงินได้จำนวนเท่าใด ต้องทราบเสียก่อนว่าลูกจ้างนั้นจะต้องเสียภาษีเงินได้จากเงินได้พึงประเมินของตนเป็นจำนวนเท่าใด และภาษีเงินได้ซึ่งลูกจ้างจะต้องเสีย หากนายจ้างออกให้ก็ต้องนำมารวมกับเงินได้พึงประเมินเดิมของลูกจ้าง เพื่อถือเป็นเงินได้พึงประเมินทั้งสิ้นของลูกจ้างผู้นั้น การที่จำเลยนำเอาจำนวนเงินค่าภาษีเงินได้ที่นายจ้างออกแทนให้นั้นมาคำนวณทุกทอดซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้จบ อันเป็นการคำนวณภาษีเงินได้ในอัตราที่สูงกว่าอัตราภาษีเงินได้ที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ของ ป.รัษฎากรที่ใช้บังคับในขณะนั้น วิธีการคำนวณของจำเลยจึงไม่ชอบ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 40 ป.รัษฎากร มาตรา 50 ป.รัษฎากร มาตรา 52

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ที่ ต.1/1037/1/20952 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่70/2532/1จำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาแต่เพียงว่า โจทก์ได้หักภาษีเงินได้ของนายลีโอนาคัส ซี.แรพเคอมา หรือ แรพคีมาร์ กับนายเฮ็นรี โฮเก็นเด็คนำส่งจำเลยครบถ้วนหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่คู่ความแถลงรับกันฟังเป็นยุติว่า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ของนายลีโอนาคัสซี.แรพเคอมาหรือแรพคีมาร์ กับนายเฮ็นรี

โฮเก็นเด็ค ซึ่งเป็นพนักงานของโจทก์และโจทก์ได้ออกค่าภาษีให้โดยโจทก์ใช้วิธีหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ของบุคคลทั้งสองด้วยการนำเงินในแต่ละปีมาคำนวณภาษี จากนั้นจึงนำจำนวนภาษีบวกกับเงินได้ของบุคคลดังกล่าวแล้วคำนวณภาษีจากเงินได้ที่รวมกันนั้น เป็นเงินภาษีเท่าใดโจทก์ก็นำไปชำระให้จำเลยทั้งสามปีที่พิพาท ส่วนจำเลยมีวิธีการคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย โดยจะต้องนำภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 2 และครั้งต่อ ๆ ไปมาบวกกับเงินได้แล้วคิดภาษีอีกจนกระทั่งไม่มีจำนวนภาษีที่ต้องเสีย ซึ่งเมื่อคิดโดยวิธีนี้โจทก์จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวน 795,241.60 บาท852,167.12 บาท และ 1,870,545.22 บาท

สำหรับปี 2521, 2522และ 2523 ตามลำดับ และเงินเพิ่มจะเป็นจำนวนตามที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัย ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า วิธีการคำนวณภาษีเงินได้ของโจทก์หรือของจำเลยเป็นวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 50(1) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่พนักงานทั้ง 2 คนของโจทก์ต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับปีที่พิพาทกันบัญญัติว่า"มาตรา 40 เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้(1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้านเงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างออกให้เป็นค่าภาษีเงินได้หรือภาษีอากรอื่น

เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ที่ลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระและเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน"จากบทบัญญัติดังกล่าว เห็นได้ว่า เงินได้ที่นายจ้างออกให้เป็นค่าภาษีเงินได้ของลูกจ้างผู้ใดนั้น ก่อนที่จะทราบว่าเป็นเงินได้จำนวนเท่าใด ก็จะต้องทราบเสียก่อนว่า ลูกจ้างผู้นั้นจะต้องเสียภาษีเงินได้จากเงินได้พึงประเมินของตน (หากนายจ้างมิได้ออกค่าภาษีเงินได้ให้) เป็นจำนวนเท่าใด และภาษีเงินได้ซึ่งลูกจ้างจะต้องเสียจำนวนนี้ หากนายจ้างออกให้ก็จะต้องนำมารวมกับเงินได้พึงประเมินเดิมของลูกจ้างเพื่อถือเป็นเงินได้พึงประเมินทั้งสิ้นของลูกจ้างผู้นั้น ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 40(1) ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งโจทก์ได้ใช้วิธีการคำนวณดังกล่าวนี้หักภาษีเงินได้ของลูกจ้างทั้งสองของโจทก์และนำส่งจำเลย จึงเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้ว

ส่วนวิธีคำนวณของจำเลยนั้นเป็นการนำเอาจำนวนเงินค่าภาษีเงินได้ที่นายจ้างออกแทนให้นั้นมาคำนวณทุกทอดซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้จบอันเป็นการคำนวณภาษีเงินได้ในอัตราที่สูงกว่าอัตราภาษีเงินได้ที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ของประมวลรัษฎากร โดยมาตรา40(1) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น มิได้บัญญัติให้ใช้วิธีการคำนวณดังกล่าวได้ วิธีการคำนวณของจำเลยดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยมาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · ก้าน อันนานนท์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4487/2550

ในการรับจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ ประมวลรัษฎากร มาตรา 50 (5) บัญญัติให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งขายอสังหาริมทรัพย์ให้หักภาษีเงินได้ไว้และมาตรา 52 วรรคสอง ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6203/2549

เงินได้จากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินได้พึงประเมินตาม ป.รัษฎากร มาตรา 40 (8) และผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ตามมาตรา 50 (5) (ข) และนำส่งต่อพนักงานเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 267933)

สัญญาว่าจ้างที่ปรึกษาที่จำเลยที่ ตกลงให้โจทก์ที่ 3 ดำเนินการเกี่ยวกับการดัดแปลงอพาร์ตเม้นต์เป็นโรงแรม จัดหาบุคลากรที่เหมาะสมมาทำงานที่โรงแรม และวางแผนการตลาดให้โรงแรมมีกำไร เป็นการทำการอย่างใดอย่างหนึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12104/2547

สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยได้ระบุถึงเงินช่วยเหลือที่จำเลยจะต้องจ่ายให้โจทก์ไว้ในข้อ 1 ว่า "โจทก์ตกลงรับเงินช่วยเหลือที่จำเลยเสนอจ่ายเป็นเงิน 3,000,000 บาท โดยจำเลยจะนำเงินจำนวนดังกล่าวมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8685/2543

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8)แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้จ่ายเงินได้ต้องหักไว้ตามจำนวนที่กำหนดไว้แน่นอนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50(5) แล้วนำส่งต่อพนักงานเจ้าหน้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้