Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 39393)

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2509 ปรากฏว่าผู้ร้องทั้ง 10 แถลงรับว่าได้เช่าบ้านจำเลยอยู่ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้ง 10 ออกไปภายใน 2 เดือนนับแต่วันนั้น (อันเป็นมูลให้ผู้ร้องอุทธรณ์ฎีกาต่อมา) นับจากนั้นมาภายในระยะเวลา 1 เดือน ผู้ร้องทั้ง 10 หาได้อุทธรณ์คำสั่งอย่างใดไม่ คำสั่งที่กล่าวจึงถึงที่สุด แม้ผู้ร้องทั้ง 10 จะได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 30 มิถุนายน 2509 ในเวลาภายหลังต่อมาอ้างว่ามิใช่บริวารจำเลย ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ซึ่งเป็นข้ออ้างอย่างอื่นขึ้นมาใหม่อันเป็นคนละประเด็น และเป็นการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อเท็จจริงที่ยุติในสำนวนที่ศาลไม่ชอบที่จะฟังเป็นอย่างอื่นได้ศาลจึงไม่จำต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นมาใหม่การที่ผู้ร้องแถลงรับต่อศาลไว้ว่า ได้เช่าบ้านจำเลยอยู่ โดยไม่ปรากฏข้ออ้างข้อเถียงอย่างอื่นนั้นแสดงว่าผู้ร้องอ้างสิทธิการเช่าจากจำเลย จึงเป็นบริวารจำเลยนั่นเอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีเนื่องจากได้มีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยกับบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินโฉนดเลขที่ 1278 ออกไปตามฟ้องใน 5เดือน ครบกำหนดโจทก์ร้องว่าบริวารจำเลยรวม 36 คนยังไม่ออกไปขอให้ออกหมายจับมากักขัง ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2509 บริวารบางคนมาศาลเฉพาะบริวารที่มาคือผู้ร้องทั้ง 10 แถลงว่าได้เช่าบ้านจำเลยยังหาที่อยู่ไม่ได้ ศาลสั่งให้ออกไปจากที่พิพาทภายใน 2 เดือนผู้ร้องทั้ง 10 คน ไม่ยอมลงนามทราบคำสั่ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งต่อไปในวันนั้น ให้ขังผู้ร้องทั้ง 10 มีผู้ขอประกัน ครบกำหนดตามสัญญาประกัน ผู้ร้องทั้ง 10 ก็ยังไม่ออก

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปรับนายประกันทั้งให้ออกหมายจับผู้ร้องทั้ง 10 ผู้ร้องทั้ง 10 อุทธรณ์ว่ามิใช่เป็นบริวารจำเลย หากเช่าช่วงบ้านกับที่ดินจากจำเลย โดยความยินยอมของผู้ให้เช่าเดิมเพื่ออยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินฯ ผู้ร้องคดีหลังจำนวน 31 คนรวมทั้งผู้ร้องทั้ง 10 ก็ยื่นคำร้องทำนองเดียวกันศาลชั้นต้นสั่งเมื่อวันที่ 18 กรกฏาคม 2509 ว่าผู้ร้องทั้ง 31 คนจะอ้างว่ามิใช่บริวารจำเลยเป็นการประวิง ไม่มีสิทธิอยู่ในที่พิพาทให้ยกคำร้องให้ออกหมายจับผู้ร้องทั้ง 10ผู้ร้อง 31 คนอุทธรณ์ว่า มิใช่เป็นบริวารจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องโดยมิได้ไต่สวนเป็นการไม่ชอบ

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยกรณีแรกว่า คำสั่งถึงที่สุดแล้ว พิพากษายืนเฉพาะกรณีหลังที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง โดยมิได้ไต่สวน พิพากษาแก้เกี่ยวกับผู้ร้องอันดับที่ 11 ถึง 31 รวม 21 คน ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้อง แล้วมีคำสั่งใหม่ผู้ร้องทั้ง 10 ฎีกา คดีเกี่ยวกับผู้ร้องอันดับที่ 11 ถึง 31 เป็นอันยุติศาลฎีกาเห็นว่า ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 6พฤษภาคม 2509 ว่าผู้ร้องทั้ง 10 แถลงรับว่า ได้เช่าบ้านของจำเลยอยู่ทั้งสิ้นจึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้ง 10 ออกไปภายใน 2 เดือนนับแต่วันนั้น อันเป็นข้อมูลให้ผู้ร้องอุทธรณ์ฎีกาต่อมาส่วนหนึ่งนับจากนั้นมาภายในระยะเวลา 1 เดือน ผู้ร้องทั้ง 10 หาได้อุทธรณ์คำสั่งอย่างใดไม่ คำสั่งที่กล่าวจึงถึงที่สุดไปตามกฎหมาย การที่ผู้ร้องทั้ง 10 ยื่นคำร้องลงวันที่ 30 มิถุนายน 2509 อ้างว่ามิใช่บริวารจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้ร้องได้แถลงรับต่อศาลชั้นต้นไว้ดังกล่าวข้างต้นว่าได้เช่าบ้านของจำเลยอยู่ โดยไม่ปรากฏข้ออ้างข้อเถียงอย่างอื่นในชั้นนั้นแสดงว่าผู้ร้องอ้างสิทธิการเช่าจากจำเลย จึงเป็นบริวารจำเลยนั่นเองข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ร้องเป็นบริวารจำเลย เป็นอันยุติแล้วการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องภายหลังเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2509 มี ข้ออ้างเป็นอย่างอื่นขึ้นมาใหม่ อันเป็นคนละประเด็น และเป็นการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อเท็จจริงที่ยุติในสำนวนที่ศาลไม่ชอบที่จะฟังเป็นอย่างอื่นได้ จึงไม่จำต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นมาใหม่ มิฉะนั้นจะเกิดให้มีการประวิงคดีไม่รู้จักจบจักสิ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธี โรจนธรรม · ไฉน บุญยก · ศริ มลิลา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 16333)

ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2509 ปรากฏว่าผู้ร้องทั้ง 10 แถลงรับว่าได้เช่าบ้านจำเลยอยู่.ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้ง 10 ออกไปภายใน 2เดือนนับแต่วันนั้น (อันเป็นมูลให้ผู้ร้องอุทธรณ์ฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 68215)

ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2509 ปรากฏว่าผู้ร้องทั้ง 10 แถลงรับว่าได้เช่าบ้านจำเลยอยู่ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้ง 10 ออกไปภายใน 2 เดือนนับแต่วันนั้น (อันเป็นมูลให้ผู้ร้องอุทธรณ์ฎ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4747/2540

โจทก์ฟ้องไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมกับโจทก์ในคดีก่อนให้ชดใช้เงินที่โจทก์ชำระหนี้แทนไป จำเลยให้การต่อสู้คดีและนำสืบว่าการกระทำของจำเลยเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนของโจทก์ จำเลยไม่ได้กร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2540

โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยโดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำเลยเช่าที่ดินพิพาททำนา จำเลยก็มิได้ให้การต่อสู้ว่าเช่าที่พิพาททำนา คดีจึงไม่ตกอยู่ในบังคับที่จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4626/2540

ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์แบ่งที่ดินส่วนที่เป็นของ ม.ให้จำเลยทั้งสอง การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวของจำเลยทั้งสองเป็นการได้มาโดยผลของคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่ได้มาโดยทางมรดกในฐานะที่เป็นท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้