Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2472

พ.ศ. 2472 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อความที่พูดหรือเขียนเป็นการใส่ความอยู่ในตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงในการแปลข้อความมาประกอบก็เข้าลักษณะความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ถ้ายังไม่พอฟังว่าเป็นการใส่ความกันก็ต้องฟังเหตุผลว่าผู้ฟังผู้อ่านแปลความเป็นพิเศษออกไปจนถึงว่าเป็นการใส่ความหมิ่นประมาทจึงจะมีความผิด พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ การวินิจฉัยว่าข้อความที่พูดหรือเขียนจะเป็นผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย การวินิจฉัยพะยานหลักฐานในสำนวนว่าผู้ฟังผู้อ่านแปลข้อความนั้นเป็นพิเศษออกไปจนถึงเป็นการใส่ความหมิ่นประมาทเขาหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เทียบฎีกาที่ 179/2465 ย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ตัดสินข้อเท็จจริงใหม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์ตัดสินต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์ที่หาว่าจำเลยกล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทโจทก์ว่า หลวงยุทธสารฯ เป็นคนโกงเอาสัญญาปลอมมาฟ้องนายจุ้ย จะต้องฟ้องให้หลวงยุทธสารฯ ติดคุกไม่ต่ำกว่า ๓ ปี นั้นยังไม่มีผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ม.๒๘๒ โดยศาลเดิมไม่เชื่อพะยานโจทก์ว่าจำเลยได้กล่าวถ้อยคำดังนั้น แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าแม้จำเลยจะกล่าวจริง ก็เป็นใจความที่จำเลยแสดงความคิดเห็นโดยชอบธรรม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาอ้างว่าเป็นปัญหาในข้อกฎหมายต่อมา จึงมีปัญหาว่าจะควรรับฎีกาไว้พิจารณาหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า การวินิจฉัยข้อความที่พูดหรือเขียนว่าจะเป็นหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญา ม.๒๘๒ หรือไม่นั้น ในชั้นต้นเป็นปัญหาในข้อกฎหมายซึ่งศาลจะต้องแปลว่าเป็นการใส่ความเขาอันอาจจะให้เสียชื่อเสียงหรืออาจให้คนทั้งหลายดูหมิ่นเกลียดชังหรือไม่ ถ้าตามข้อความเห็นได้ว่าเป็นการใส่ความแล้ว รูปคดีก็เข้าในลักษณความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยไม่ต้องฟังข้อเท็จจริงใด ๆ ในการแปลนั้น แต่ถ้าข้อความนั้นยังไม่พอเป็นการใส่ความแล้ว คดีมีเหตุผลซึ่งจะทำให้ผู้ฟังผู้อ่านแปลความเป็นพิเศษออกไป จนถึงเป็นการใส่ความหมิ่นประมาทเขาหรือไม่แล้ว เป็นปัญหาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องพิจารณาจากพะยานหลักฐานในสำนวน ในคดีนี้ข้อความที่จำเลยพูดเป็นข้อความใส่ความหมิ่นประมาทอยู่ในตัวพอแล้ว

ไม่ต้องมีเหตุผลพิเศษมาประกอบฎีกาของโจทก์จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันควรรับไว้พิจารณา แลถ้าตามหลักฐานพะยานฟังได้ว่า จำเลยกล่าวข้อความนั้นแก่บุคคลตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไปแล้ว รูปคดีก็เป็นผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ม .๒๘๒ แต่ศาลอุทธรณ์ยังหาได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงอันนี้ไม่ จึงตัดสินยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และย้อนสำนวนให้พิจารณาพิพากษาใหม่ตามกฎหมายที่กล่าวข้างต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทพ · พรหม · มนู
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้