Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยจอดรถกีดขวางการจราจร เป็นผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 64 ต่อมามีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ยกเลิกและใช้ความใหม่แทน ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะว่ากล่าวตักเตือนก็ได้ ดังนี้ เมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามคำว่ากล่าวตักเตือนของเจ้าพนักงานจราจรแล้วเห็นได้ว่ากฎหมายไม่ประสงค์เอาโทษแก่จำเลย การกระทำของจำเลยซึ่งเดิมเป็นความผิดก็ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป จำเลยพ้นจากการเป็นผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรค 2 อำนาจฟ้องของโจทก์ซึ่งฟ้องภายหลังที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวใช้บังคับ ย่อมหมดสิ้นไปในตัว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจอดรถเข็นหน้าตลาดสดเทศบาล เป็นการกีดขวางการจราจรและพูดค่าดูหมิ่นเจ้าพนักงานตำรวจที่เข้าไปตักเตือนห้ามปรามจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477มาตรา 14, 66 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508มาตรา 13 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้ปฏิบัติตามคำว่ากล่าวตักเตือนของเจ้าพนักงานตำรวจแล้ว เมื่อเจ้าพนักงานเลือกปฏิบัติว่ากล่าวตักเตือนแล้ว เจ้าพนักงานย่อมไม่มีอำนาจสอบสวนความผิดของจำเลยอีก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และฟังไม่ได้ว่าจำเลยดูหมิ่นเจ้าพนักงาน พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องทั้งสองฐานความผิดศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า

โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหาฐานจอดล้อเลื่อนกีดขวางการจราจรศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อตำรวจจราจรได้เข้าไปตักเตือนจำเลยให้นำรถเข็นนั้นไปจอดที่อื่น จำเลยก็เชื่อและเข็นรถไปที่อื่นเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2514 อันเป็นขณะที่พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 64 ใช้บังคับ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2515 ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ข้อ 9 ออกใช้บังคับอันเป็นเวลาภายหลังการกระทำความผิด โดยให้ยกเลิกความในมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 และให้ใช้ความใหม่แทนซึ่งให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะว่ากล่าวตักเตือนก็ได้ การที่จ่าสิบตำรวจเสนอว่ากล่าวตักเตือนจำเลยและจำเลยปฏิบัติตามคำว่ากล่าวตักเตือนแล้ว เป็นที่เห็นได้ว่ากฎหมายไม่ประสงค์เอาโทษแก่จำเลย

ฉะนั้น การกระทำของจำเลยซึ่งเดิมเป็นความผิด ก็ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป จำเลยจึงพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรค 2 อำนาจฟ้องของโจทก์ (โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2515) ภายหลังที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวใช้บังคับ ย่อมหมดสิ้นไปในตัวที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม · จันทร์ ระรวยทรง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้