Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานได้ออกคำสั่งเรียกให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งเอกสารหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 นำหนังสือรับรองการทำประโยชน์นั้นไปมอบให้แก่จำเลยที่ 2 ยึดถือไว้เมื่อตอนไปกู้ยืมเงินจากจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่จะได้รับคำสั่งเรียกเอกสารจากเจ้าพนักงาน เอกสารดังกล่าวมิได้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จะคืนเอกสารนั้นให้ก็ต่อเมื่อจำเลยที่ 1 ชำระหนี้แล้ว ขณะได้รับหมายเรียก จำเลยที่ 1 ยังมิได้ชำระหนี้แก่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ก็ได้ไปพบเจ้าพนักงานชี้แจงให้ทราบถึงเหตุที่ไม่ส่งเอกสารว่า หากส่งให้แก่เจ้าพนักงานแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 นำเงินมาชำระหนี้ตามสัญญากู้ก็จะไม่มีเอกสารคืนให้แก่จำเลยที่ 1 แสดงว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน การที่จำเลยทั้งสองไม่ส่งเอกสารหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามคำสั่งเรียก จึงไม่มีความผิด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 59 ป.ที่ดิน มาตรา 74 ป.ที่ดิน มาตรา 109

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายสาย รอดอภิวงษ์ ปลัดอำเภอโท รักษาราชการแทนนายอำเภอบ้านนา ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินในท้องที่อำเภอบ้านนาได้ออกคำสั่งเรียกให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งเอกสารหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ที่ดินเลขที่ 75 ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนาซึ่งจำเลยที่ 1 มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินและจำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ที่ดินดังกล่าวไว้เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้นำไปให้จำเลยที่ 2ยึดถือเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินให้แก่ทางอำเภอบ้านนา เพื่อทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม จำเลยทั้งสองทราบคำสั่งนั้นแล้ว บังอาจร่วมกันฝ่าฝืนไม่ส่งเอกสารนั้นให้แก่นายอำเภอบ้านนา

อันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายอำเภอบ้านนา ซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยจำเลยทั้งสองไม่มีเหตุอันสมควร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 74,109 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83จำเลยทั้งสองให้การว่าไม่มีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งของนายอำเภอบ้านนาวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปและพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 18 มิถุนายน 2518 ว่า

โจทก์ขอสืบพยานบุคคลเพื่อประกอบรับรองเอกสารรวม 6 ฉบับเท่านั้น คือ หมายเรียกเอกสารจากจำเลยทั้งสอง 2 ฉบับบันทึกถ้อยคำที่จำเลยทั้งสองให้ไว้ต่อนายอำเภอบ้านนา 2 ฉบับ บันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสอง 2 ฉบับ โดยมิได้ขอสืบพยานบุคคลในข้ออื่นตามฟ้องอีก เท่ากับว่าโจทก์สละสิทธิไม่ติดใจสืบพยานบุคคลภายนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงตามเอกสารนั้น เอกสารดังกล่าวจำเลยทั้งสองก็ยอมรับว่าเป็นเอกสารที่จำเลยทั้งสองได้รับ ได้ให้ถ้อยคำและให้การตามที่บันทึกไว้จริง ดังนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 นำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับที่โจทก์อ้างไปมอบให้แก่จำเลยที่ 2 ยึดถือไว้เมื่อตอนไปกู้ยืมเงินจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่จะได้รับคำสั่งเรียกเอกสารจากเจ้าพนักงานเอกสารดังกล่าวมิได้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จะคืนเอกสารนั้นให้ก็ต่อเมื่อจำเลยที่ 1 ชำระหนี้แล้วขณะได้รับหมายเรียก

จำเลยที่ 1 ยังมิได้ชำระหนี้แก่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2ก็ได้ไปพบเจ้าพนักงานชี้แจงให้ทราบ ถึงเหตุที่ไม่ส่งเอกสารเนื่องจากจำเลยที่ 1นำเอกสารนั้นมาให้จำเลยที่ 2 ยึดถือประกันเงินกู้จำนวน 25,000 บาท หากส่งให้แก่เจ้าพนักงานแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 นำเงินมาชำระหนี้ตามสัญญากู้แล้ว ก็จะไม่มีเอกสารคืนให้แก่จำเลยที่ 1 ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว แสดงว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานบุคคลของโจทก์และพิพากษายกฟ้อง เป็นการชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ทรัพยวณิช · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6876/2568

แม้จำเลยไม่อาจยกเอาความสำคัญผิดในตัวบุคคลตาม ป.อ. มาตรา 61 มาเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายก็ตาม แต่การจะรับฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าบุพการีอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นหรือไม่นั้น จำเลยจะต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4366/2566

การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กหลังพิพาท โดยจำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองอาคารและไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมาย ซึ่งจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ฟ้องโจทก์จึงครบอง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2566

เดิมโจทก์ร่วมฟ้อง ส. เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 902/2556 หมายเลขแดงที่ 2060/2557 ของศาลชั้นต้น ขอให้ขับไล่และรื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามออกไปจากที่ดินโจทก์ร่วม และห้าม ส. กับบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยเป็นผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2563

การที่จำเลยทั้งสองกับพวกใช้อาวุธปืนยิงกราดไปที่บริเวณบ้านทั้งจุดที่ผู้เสียหายทั้งสามยืนและนั่งอยู่ในครั้งแรกจนถึงจุดที่หลบซ่อนอยู่ภายในตัวบ้าน จำเลยทั้งสองย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2563

การที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ต่อศาลชั้นต้นโดยขอลดจำนวนทุนทรัพย์จาก 3,000,000 บาท ลงเหลือ 300,000 บาท มิใช่เป็นการแก้ไขประเด็นในอุทธรณ์ ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ การขอแก้ไขเพิ่มเติม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้