Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 39414)

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของ ล. ผู้ตาย โดยอ้างว่าจำเลยเป็นบุตรของ ล.โจทก์ค้านว่าจำเลยไม่ใช่บุตรของ ล. ปัญหาว่าจำเลยเป็นบุตรของ ล. หรือไม่จึงเป็นประเด็นโดยตรงและสำคัญแห่งคดีซึ่งศาลจำเป็นต้องวินิจฉัยชี้ขาด หาใช่เป็นเรื่องที่จะให้ไปฟ้องร้องกันอีกคดีหนึ่งไม่ เพราะถ้าคดีฟังได้ว่าจำเลยไม่ใช่บุตรของ ล. ก็ย่อมไม่ใช่ทายาทไม่มีอำนาจร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก คำร้องของจำเลยต้องยกเสียถ้าหากคดีฟังได้ในทางตรงข้าม คือฟังว่าจำเลยเป็นบุตร ล. จำเลยก็เป็นทายาทในลำดับผู้สืบสันดาน ส. ซึ่งเป็นโจทก์ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะผู้รับมรดกแทนที่ บ. ซึ่งเป็นทายาทในลำดับน้องร่วมบิดาเดียวกับ ล. ผู้ตายส. ซึ่งเป็นโจทก์เป็นผู้รับมรดกแทนที่ บ. ซึ่งเป็นทายาทในลำดับเดียวกับจำเลย ส. ย่อมมีสิทธิรับมรดกและร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้เท่าเทียมกับจำเลยโจทก์ร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกโดยอ้างว่าโจทก์เป็นผู้รับพินัยกรรมทรัพย์บางอย่าง ฝ่ายจำเลยคัดค้านว่าพินัยกรรมปลอมจึงต้องวินิจฉัยปัญหาว่าพินัยกรรมปลอมหรือไม่ ถ้าฟังได้ว่าพินัยกรรมไม่ปลอม โจทก์ก็เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ที่ระบุในพินัยกรรมย่อมมีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ถ้าฟังได้ว่าพินัยกรรมปลอม คำร้องของโจทก์ก็ต้องยก เพราะโจทก์ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยชอบธรรมและในฐานะผู้รับพินัยกรรมคดีของโจทก์เป็นเรื่องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกโดยโจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นผู้รับพินัยกรรมเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาล 50 บาทเท่านั้น โจทก์หาได้เรียกร้องเอาทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมมาด้วยไม่จึงไม่ใช่คดีมีทุนทรัพย์ ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ในพินัยกรรม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องแต่ละสำนวนต่างยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของนางลุ้ยผู้ตาย และต่างคัดค้านซึ่งกันและกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ดำเนินคดีทั้งสองไปอย่างคดีมีข้อพิพาทโดยรวมพิจารณาและเรียกผู้ร้องในสำนวนแรกว่าโจทก์เรียกผู้ร้องทั้งสามในสำนวนหลังว่าจำเลยศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่านางอาภรณ์หรือสมพรจำเลยเป็นบุตรผู้ตายไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก พิพากษาตั้งโจทก์กับนายสุขนายทองหล่อจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกนางลุ้ย ให้ยกคำร้องของนางอาภรณ์หรือสมพรจำเลยจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ประเด็นเรื่องนางอาภรณ์จำเลยเป็นบุตรนางลุ้ยหรือไม่ กับพินัยกรรมปลอมหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันต่างหาก เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่ตั้งให้โจทก์ นายสุข นายทองหล่อจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกา ขอให้ยกคำร้องโจทก์และตั้งจำเลยทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกแต่ฝ่ายเดียวศาลฎีกาเห็นว่า

ฎีกาจำเลยมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามลำดับก่อนหลัง คือ1. นางอาภรณ์หรือสมพรจำเลย เป็นบุตรนางลุ้ยผู้ตายหรือไม่2. พินัยกรรมที่ฝ่ายโจทก์อ้างว่านางลุ้ยผู้ตายทำยกทรัพย์บางอย่างตามบัญชีทรัพย์หมาย ก. ให้นางสาวสมศรี นั้น เป็นพินัยกรรมปลอมหรือไม่ในประเด็นข้อ 1 ตามฎีกาจำเลยนั้น สืบเนื่องจากจำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางลุ้ยโดยอ้างว่านางอาภรณ์หรือสมพรจำเลยเป็นบุตรนางลุ้ยผู้ตาย ฝ่ายโจทก์คัดค้านว่านางอาภรณ์หรือสมพรจำเลยไม่ใช่บุตรนางลุ้ย ปัญหาว่านางอาภรณ์หรือสมพรจำเลยเป็นบุตรนางลุ้ยจริงหรือไม่ จึงเป็นประเด็นโดยตรงและสำคัญแห่งคดี ซึ่งศาลจำเป็นจะต้องวินิจฉัยชี้ขาด หาใช่เป็นเรื่องที่จะต้องให้ไปฟ้องร้องกันอีกคดีหนึ่งไม่

เพราะถ้าหากคดีฟังได้ว่านางอาภรณ์หรือสมพรจำเลยไม่ใช่บุตรนางลุ้ย นางอาภรณ์หรือสมพรจำเลยก็ไม่ใช่ทายาท ไม่มีสิทธิรับมรดก ไม่มีอำนาจร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก คำร้องของนางอาภรณ์หรือสมพรจำเลยต้องยกเสีย โดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อ 2 ว่าพินัยกรรมปลอมหรือไม่ เพราะฝ่ายโจทก์จะเป็นผู้รับพินัยกรรมหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อปรากฏจากบัญชีเครือญาติท้ายคำร้องของโจทก์จำเลยฟังได้ต้องกันว่า นางสาวสมศรีโจทก์เป็นผู้รับมรดกแทนที่นายบพิธบิดาซึ่งเป็นทายาทในลำดับเดียวกับนายสุข นายทองหล่อจำเลยนางสาวสมศรีโจทก์ก็ย่อมมีสิทธิรับมรดกและร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้เท่าเทียมกับนายสุขและนายทองหล่อจำเลยอยู่แล้วแต่ถ้าหากคดีฟังได้ในทางตรงกันข้าม

คือ ฟังว่านางอาภรณ์หรือสมพรจำเลยเป็นบุตรนางลุ้ย นางอาภรณ์หรือสมพรจำเลยก็เป็นทายาทในลำดับผู้สืบสันดาน นางสาวสมศรีโจทก์ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะผู้รับมรดกแทนที่นายบพิธบิดาซึ่งเป็นทายาทในลำดับน้องร่วมบิดาเดียวกับนางลุ้ยผู้ตาย แต่โดยเหตุที่โจทก์ร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกโดยอ้างว่านางสาวสมศรีโจทก์เป็นผู้รับพินัยกรรมทรัพย์บางอย่างตามบัญชี ก. ท้ายคำร้องมาด้วย ฝ่ายจำเลยคัดค้านว่าพินัยกรรมนั้นปลอม ก็ถึงปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามในฎีกาข้อ 2 ว่าพินัยกรรมปลอมหรือไม่ถ้าฟังได้ว่าพินัยกรรมไม่ปลอม นางสาวสมศรีโจทก์ก็เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ย่อมมีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ ถ้าฟังได้ว่าพินัยกรรมปลอม

คำร้องของโจทก์ก็ต้องยก เพราะนางสาวสมศรีโจทก์ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมและในฐานะผู้รับพินัยกรรมอนึ่ง คดีของโจทก์เป็นเรื่องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก โดยโจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นผู้รับพินัยกรรม เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลห้าสิบบาทเท่านั้น โจทก์หาได้เรียกร้องเอาทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมมาด้วยไม่ จึงไม่ใช่คดีมีทุนทรัพย์ ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ในพินัยกรรม ที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลมาห้าสิบบาทจึงเป็นการถูกต้อง อันศาลจะพึงรับวินิจฉัยคดีของโจทก์ได้แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยใหม่ตามลำดับประเด็นที่กล่าวถึงข้างต้น แล้วพิพากษาไปตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินตา บุณยอาคม · ชิต บุณยประภัศร · ประสม เภกะสุต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 16354)

จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของ ล. ผู้ตาย. โดยอ้างว่าจำเลยเป็นบุตรของ ล.. โจทก์ค้านว่าจำเลยไม่ใช่บุตรของ ล.. ปัญหาว่าจำเลยเป็นบุตรของล.หรือไม่.จึงเป็นประเด็นโดยตรงและสำคัญแห่งคดี. ซึ่งศาลจำเป็นต้องวิน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 105829)

จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของ ล. ผู้ตาย โดยอ้างว่าจำเลยเป็นบุตรของ ล. โจทก์ค้านว่าจำเลยไม่ใช่บุตรของ ล. ปัญหาว่าจำเลยเป็นบุตรของล.หรือไม่จึงเป็นประเด็นโดยตรงและสำคัญแห่งคดี ซึ่งศาลจำเป็นต้องวินิจฉัย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6528/2537

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์รับโอนที่ดินพิพาทโดยสุจริต เมื่อจำเลยและผู้ร้องสอดกล่าวอ้างว่า โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทและรับโอนมาโดยไม่สุจริต จำเลยและผู้ร้องสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2945/2537

ตามพินัยกรรมมีข้อความให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม ไม่มีข้อความใดจำกัดห้ามมิให้ผู้ร้องจัดการมรดกของผู้ตายที่ไม่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรม เมื่อพินัยกรรมตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกโดยมิได้จำก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1511/2532

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าผู้ร้องไม่ได้เป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก และทรัพย์สินตาม บัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องเป็นของผู้คัดค้าน ดังนี้ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้