Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3946/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา95มิได้ห้ามโดยเด็ดขาดมิให้รับฟังพยานบอกเล่าหากพยานบอกเล่ากล่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผลศาลย่อมใช้ดุลพินิจรับฟังพยานบอกเล่าดังกล่าวนั้นประกอบพยานหลักฐานอื่นได้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ในมูลละเมิดอันไม่อาจแบ่งแยกได้เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ไม่ได้เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าของผู้ครอบครองเครื่องวัดกระแสไฟฟ้าจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์แม้จำเลยที่3จะอุทธรณ์แต่เพียงผู้เดียวศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่1และที่2ซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การขาดนัดพิจารณาและมิได้อุทธรณ์ด้วยได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา245(1)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียนม-1502 สุราษฎร์ธานี จำเลยทั้งสามเป็นเจ้าของครอบครองใช้ประโยชน์เครื่องวัดกระแสไฟฟ้าแล้วละเลยไม่ดูแลทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรเป็นเหตุให้เพลิงไหม้อาคารแล้วลุกลามมาไหม้รถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหาย โจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 140,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 3 ให้การว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดจากการกระทำของลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 มิใช่เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน175,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2534 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลย ที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้องโจทก์โจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์นำคำให้การของนายปราโมทย์ สมคะเณย์ ซึ่งมิได้เป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์มาวินิจฉัยเป็นการรับฟังพยานที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95(2) และการที่ศาลอุทธรณ์นำรายงานผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในสำนวนการสอบสวนเอกสารหมาย จ.24 ซึ่งเป็นเพียงรายงานความเห็นของผู้ที่ไม่รู้เห็นเหตุการณ์มาวินิจฉัยว่าเหตุเพลิงไหม้ไม่ได้เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการวินิจฉัยรับฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนที่แสดงว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร และเป็นการรับฟังพยานที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95 ด้วยนั้นเห็นว่า

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95 มิได้บัญญัติห้ามโดยเด็ดขาดมิให้รับฟังพยานบอกเล่าเสียเลยทีเดียว เมื่อพยานบอกเล่านั้นกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล ศาลย่อมใช้ดุลพินิจรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้ แม้นายปราโมทย์ สมคะเณย์จะไม่ได้รู้เห็นเหตุการณ์ขณะที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ แต่เมื่อเกิดเหตุแล้วนายปราโมทย์ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยที่ 3 ตำแหน่งวิศวกรประจำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุราษฎร์ธานีก็ได้รับแต่งตั้งจากจำเลยที่ 3 ให้เป็นประธานกรรมการตรวจสอบความเสียหายของทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ที่เกิดจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ นายปราโมทย์จึงเข้าไปสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ตลอดจนสำรวจตรวจสอบสภาพของเครื่องวัดกระแสไฟฟ้าในอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ จึงมีอำนาจรับฟังคำเบิกความของนายปราโมทย์ประกอบพยานหลักฐานอื่นในเรื่องเครื่องวัดกระแสไฟฟ้าที่พิพาทได้

ส่วนรายงานผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในสำนวนการสอบสวนเอกสารหมาย จ.24 นั้นก็เป็นพยานเอกสารซึ่งโจทก์เป็นผู้อ้างส่งศาล ศาลย่อมมีอำนาจหยิบยกข้อเท็จจริงในเนื้อหาของเอกสารดังกล่าวขึ้นรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้แม้จะขัดกับพยานเอกสารฉบับอื่นในสำนวนการสอบสวนนั้นก็ตามการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวจึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ชอบด้วยกฎหมายแล้วส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย โดยอ้างเหตุว่าเป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้นั้นไม่ชอบ เพราะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาทั้งมิได้นำสืบปฏิเสธฟ้องโจทก์ด้วย คดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่มีพยานมาสืบหักล้างพยานโจทก์แต่อย่างใดนั้นเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245(1)บัญญัติว่า

ถ้าคำพิพากษาหรือคำสั่งที่อุทธรณ์นั้นเกี่ยวกับด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ และคู่ความแต่บางฝ่ายเป็นผู้อุทธรณ์ซึ่งทำให้คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นมีผลเป็นที่สุดระหว่างคู่ความอื่น ๆ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรกลับคำพิพากษาหรือคำสั่งที่อุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจชี้ขาดว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้มีผลระหว่างคู่ความทุกฝ่ายในคดีในศาลชั้นต้นด้วย คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ในมูลละเมิดอันไม่อาจแบ่งแยกได้ เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังและเชื่อว่าเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ไม่ได้เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าของผู้ครอบครองเครื่องวัดกระแสไฟฟ้าจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ แม้จำเลยที่ 3 จะอุทธรณ์แต่เพียงผู้เดียวศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การ ขาดนัดพิจารณาและมิได้อุทธรณ์ด้วยได้ตามความในมาตรา 245(1) ดังกล่าวข้างต้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูชาติ ศรีแสง · จิระ บุญพจนสุนทร · วินัย วิมลเศรษฐ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8725/2561

การที่จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) เพราะเหตุที่อาจใช้สิทธิไล่เบี้ย อ้างว่าจำเลยร่วมมีส่วนประมาทเลินเล่อและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองด้วย จำเลยร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2541

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายในส่วนที่ยุยงพนักงานโจทก์ให้ทำงานกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเงิน 1,000,000 บาท และให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จากการจำหน่ายยา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3369/2540

การที่จำเลยที่ 1 ขับรถโดยสารซึ่งเป็นรถมีขนาดใหญ่ถอยหลังคนที่อยู่ด้านหลังรถดังกล่าวมีโอกาสที่จะถูกรถโดยสารที่จำเลยที่ 1 ขับเฉี่ยวชนได้ง่าย จำเลยที่ 1 จึงต้องใช้ความระมัดระวังดูแลบริเวณข้างหลังให้ปลอดภั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5545/2540

ความยินยอมของโจทก์ตามคำขอปักเสาพาดสายในที่ดินจัดสรรข้อ 9 วรรคแรก มีข้อความว่า ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะปฏิบัติตามข้อบังคับการใช้ไฟฟ้าและบริการของการไฟฟ้านครหลวง (จำเลยที่ 1) รวมทั้งที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6246/2540

โจทก์ฟ้องโดยเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยที่มีต่อจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ตาม ป.พ.พ.มาตรา 880 วรรคหนึ่ง สิทธิของโจทก์ผู้รับประกันภัยจึงมีเท่ากับสิทธิของผู้เอาประกันที่มีอยู่โดยมูลหนี้ต่อจำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้