Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 39468)

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 14 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 3 พ.ศ.2494 ที่บัญญัติไว้ว่า ถ้าผู้รับอนุญาตไม่ชำระค่าภาคหลวงให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาที่บัญญัติไว้ให้ไม้ตกเป็นของแผ่นดินนั้นแสดงอยู่ในตัวว่าโจทก์จะเรียกเก็บค่าภาคหลวงตามมาตรา 14(2) ได้ก็ต่อเมื่อมีไม้อยู่ในเวลาที่เรียกเก็บค่าภาคหลวงมิฉะนั้นเมื่อผู้รับอนุญาตไม่ชำระ ก็ไม่มีไม้ตกเป็นของแผ่นดิน โจทก์มีหนังสือเรียกเก็บค่าภาคหลวงจากจำเลยภายหลังที่ไม้ซึ่งมีรอยตราค่าภาคหลวงสูญหายไปหมด ไม่มีไม้เหลืออยู่จึงเป็นการเรียกเก็บค่าภาคหลวงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งโจทก์จะเอาเงินมัดจำการตรวจตีตราค่าภาคหลวงจำนวน 30,000บาท นั้นไปหักชำระเป็นส่วนหนึ่งของเงินค่าภาคหลวงไม่ได้ทั้งโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องเรียกค่าภาคหลวงที่โจทก์ยังอ้างว่ายังขาดอยู่นั้นอีกด้วย โจทก์ชอบที่จะคืนเงิน 30,000 บาท ให้แก่จำเลยแต่ละรายตามส่วนการทำไม้ของจำเลย โจทก์เรียกเก็บค่าภาคหลวงจากจำเลยภายหลังที่ไม้ที่มีตราค่าภาคหลวงทั้ง 1,021 ท่อนนั้นได้สูญหายไปหมด ไม่มีไม้เหลืออยู่จึงไม่มีไม้ที่ทำออกซึ่งจะต้องเสียค่าภาคหลวงโจทก์จึงเอาเงิน 30,000 บาทมาหักกลบลบกับค่าภาคหลวง ซึ่งจำเลยจะต้องชำระตามที่โจทก์อ้างหาได้ไม่ จำเลยแต่ละรายมีสิทธิที่จะได้รับค่าภาคหลวงล่วงหน้าตามใบอนุญาตของตนคืน

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้ง 15 สำนวนนี้ศาลสั่งทำการพิจารณาพิพากษารวมกันคดีดำที่ 1/10 ถึง ที่ 13 และที่ 15/10

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยร่วมกันรับผิดชำระเงินค่าภาคหลวงและค่าบำรุงป่าที่ค้างอยู่แต่ละสำนวนให้แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยคดีดำที่ 14/10

โจทก์ฟ้องให้คืนเงินค่าภาคหลวงและเงินบำรุงป่าให้โจทก์จำเลยทุกสำนวนให้การและบางสำนวนจำเลยฟ้องแย้งด้วยศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งบางสำนวน และพิพากษาในบางสำนวนให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ ฯลฯกรมป่าไม้กับพวกโจทก์อุทธรณ์ โดยศาลชั้นต้นได้รับรองว่าข้อเท็จจริงมีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนกรมป่าไม้กับพวกโจทก์ฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์เอาเงินที่จำเลยชำระเป็นค่าภาคหลวงล่วงหน้า 2,610 บาท กับเงินมัดจำค่าภาคหลวง 30,000 บาท หักเป็นค่าภาคหลวงไม้ส่วนหนึ่ง ตามเอกสารหมาย จ.6 นั้น ชอบด้วยพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 14, 16แล้วประการหนึ่งกับอีกประการหนึ่ง ตามกฎหมายดังกล่าวนั้น

โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาเงินค่าภาคหลวงที่ยังขาดตามฟ้องจากจำเลยได้จนครบ กับว่าจำเลยแต่ละสำนวนไม่มีสิทธิฟ้องแย้งเรียกค่าภาคหลวงล่วงหน้าที่วางไว้เพราะเป็นเงินของนายยีข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยกับพวกรวม 16 ราย ตามรายละเอียดในเอกสาร จ.6 ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตัดฟันไม้กระยาเลยในป่าอำเภอเชียงดาว จำเลยกับพวกได้มอบให้นายยีผู้รับมอบให้ตัดฟันไม้ชำระเงินค่าภาคหลวงล่วงหน้าไว้ 2,610 บาท ต่อมาเมื่อจำเลยกับพวกทำการตัดฟันไม้ตามใบอนุญาตได้เป็นจำนวน 3,804 ท่อนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เรียกเก็บมัดจำเงินค่าภาคหลวงและเงินค่าบำรุงป่าจากนายยีชำระแทนพวกจำเลย 30,000 บาท และได้ออกไปตีตราค่าภาคหลวงไม้ให้ได้เป็นจำนวน 1,021 ท่อน และคำนวณค่าภาคหลวงที่จะต้องเสียแท้จริงให้ว่าค่าภาคหลวงที่จะต้องเสียแต่ละคนรวมเป็นเงิน 50,128.80 บาท ซึ่งโจทก์อ้างว่าจำเลยแต่ละคนมีหน้าที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามส่วน แต่ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ได้ตีตราค่าภาคหลวงไม้ 1,021 ท่อนแล้วนั้น

นายสถิตย์ป่าไม้เขตได้ทำการจับกุมยึดไม้ที่จำเลยกับพวกตัดฟันไว้ทั้งหมดเป็นจำนวน 3,804 ท่อนซึ่งรวมทั้งไม้ 1,021 ท่อน ที่จำเลยทำออกโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้วนั้นด้วย กล่าวหาว่าจำเลยกับพวกทำไม้โดยผิดกฎหมาย ต่อมาก่อนที่โจทก์เรียกเก็บค่าภาคหลวงที่อ้างว่ายังขาดอยู่อีกนั้น ปรากฏว่าไม้จำนวน 1,021 ท่อนนั้น สูญหายไปหมด โดยถูกคนร้ายลักบ้าง ไฟป่าไหม้ไปบ้างศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 14ซึ่งแก้โดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2484 ที่บัญญัติไว้ว่า ถ้าผู้ได้รับอนุญาตไม่ชำระค่าภาคหลวงให้เสร็จสิ้นภายในเวลาดังกล่าว ให้ไม้ตกเป็นของแผ่นดินนั้น แสดงอยู่ในตัวว่าโจทก์จะเรียกเก็บค่าภาคหลวงตาม มาตรา 14(2)

ได้ก็ต่อเมื่อมีไม้อยู่ในเวลาที่เรียกเก็บค่าภาคหลวง มิฉะนั้นเมื่อผู้ได้รับอนุญาตไม่ชำระ ก็ไม่มีไม้ตกเป็นของแผ่นดินข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้มีหนังสือเรียกเก็บค่าภาคหลวงจากจำเลยภายหลังที่ไม้ซึ่งมีรอยตราค่าภาคหลวงทั้ง 1,021 ท่อนนั้นสูญหายไปหมด ไม่มีไม้เหลืออยู่แล้ว จึงเป็นการเรียกเก็บค่าภาคหลวงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวมาข้างต้นซึ่งโจทก์จะเอาเงินมัดจำการตรวจตีตราค่าภาคหลวงจำนวน 30,000 บาทนั้นไปหักชำระเป็นส่วนหนึ่งของเงินค่าภาคหลวงไม่ได้ ทั้งโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องเรียกเงินค่าภาคหลวงที่โจทก์อ้างว่ายังขาดอยู่นั้นอีกด้วย โจทก์ชอบที่จะต้องคืนเงิน 30,000 บาทรายนี้ให้แก่จำเลยแต่ละรายตามส่วนการทำไม้ของจำเลยข้อที่โจทก์อ้างว่าจำเลยได้ทำไม้ออก 1,021 ท่อน

ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว จึงต้องเอาเงินค่าภาคหลวงล่วงหน้าไปหักเป็นค่าภาคหลวงไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 16 นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้เรียกเก็บค่าภาคหลวงจากจำเลย ภายหลังที่ไม้ที่มีตราค่าภาคหลวงทั้ง 1,021 ท่อนนั้นได้สูญหายไปหมด ไม่มีไม้เหลืออยู่แล้วจึงไม่มีไม้ที่ทำออกซึ่งจะต้องเสียค่าภาคหลวง โจทก์จึงเอาเงิน 30,000 บาท มาหักกลบกับค่าภาคหลวงซึ่งจำเลยจะต้องชำระที่โจทก์อ้างหาได้ไม่ จำเลยแต่ละรายจึงมีสิทธิที่จะได้รับค่าภาคหลวงล่วงหน้าตามใบอนุญาตของตนคืนพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิคม ชัยอาญา · ยง เหลืองรังษี · ถาวร หุตะโกวิท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้