Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3949/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์นำสืบถึงข้อเท็จจริงที่ว่าข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.5 แผ่นที่ 3 ระหว่าง ค. กับจำเลยเป็นการตกลงกันเฉพาะค่าเสียหายในส่วนของผลไม้ที่ ค. บรรทุกไปในรถยนต์กระบะเท่านั้นไม่เกี่ยวกับค่าเสียหายของตัวรถยนต์ที่ ค. เอาประกันไว้แก่โจทก์แต่อย่างใด เป็นการนำสืบว่า ค. และจำเลยมีการตกลงกันอย่างไร มิใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารหมาย จ.5 ที่ต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 (ข)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 165,956 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 159,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 165,956 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 159,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง ( ฟ้องวันที่ 26 พฤษภาคม 2554 ) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นนี้ว่า โจทก์รับประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บบ 4007 จันทบุรี ไว้จากนายควรคิด ผู้เอาประกันภัย มีอายุการคุ้มครอง 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 นายควรคิดขับรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไปตามถนนสายวัฒนานคร - แซร์ออ จากอำเภอวัฒนานคร มุ่งหน้าไปแซร์ออ เมื่อถึงบริเวณบ้านหนองน้ำใส ตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว จำเลยขับรถยนต์แล่นสวนทางมาโดยประมาทเลินเล่อชนรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยได้รับความเสียหายและผลไม้ที่นายควรคิดบรรทุกไปในรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ก็ได้รับความเสียหายด้วย จำเลยและนายควรคิดตกลงกันต่อหน้าพนักงานสอบสวน ข้อตกลงมีใจความว่าจำเลยยอมรับผิดและยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย 30,000 บาท แก่นายควรคิดโดยผ่อนชำระ 3 งวด งวดละ 10,000 บาท หลังจากนั้นโจทก์จัดการซ่อมแซมและส่งมอบรถคืนแก่นายควรคิดโดยมีค่าใช้จ่ายรวมเป็นเงิน 159,000 บาท

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่โจทก์นำพยานบุคคลเข้าสืบอ้างว่า ข้อตกลงระหว่างนายควรคิดกับจำเลย เป็นค่าเสียหายเฉพาะส่วนของผลไม้ เป็นการนำสืบที่ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข) หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังเป็นยุติว่า นายควรคิดได้รับความเสียหายเป็น 2 ส่วน คือผลไม้ที่นายควรคิดบรรทุกไปเต็มคันรถกับรถยนต์ที่นายควรคิดประกันภัยไว้กับโจทก์ที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก ค่าซ่อมแซมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่โจทก์ชำระไปเป็นเงิน 159,000 บาท ขณะเกิดเหตุรถยนต์ของนายควรคิดมีประกันภัยไว้กับโจทก์โดยมีทุนประกัน 250,000 บาท ซึ่งนายควรคิดเป็นผู้เอาประกันภัยไว้และย่อมทราบดีว่ารถยนต์ที่ได้ประกันภัยไว้นั้นโจทก์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าซ่อมแซมนั้น

กรณีจึงไม่น่าจะมีเหตุผลที่นายควรคิดจะเรียกร้องเอาค่าเสียหายส่วนที่เป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์ที่ตนประกันภัยไว้กับโจทก์จากจำเลย แต่ค่าเสียหายเฉพาะในส่วนผลไม้ที่นายควรคิดบรรทุกมาเต็มคันรถนั้นไม่ปรากฏว่ามีการประกันภัยไว้ กรณีจึงน่าเชื่อตามที่นายควรคิดพยานโจทก์เบิกความยืนยันและร้อยตำรวจเอกประยุทธ พนักงานสอบสวนพยานโจทก์ก็เบิกความสนับสนุนว่า การตกลงเรื่องค่าเสียหายระหว่างนายควรคิดกับจำเลยนั้น เป็นข้อตกลงเฉพาะค่าเสียหายในส่วนของผลไม้ของนายควรคิดเท่านั้น พยานจำเลยเองก็มีจำเลยมาเบิกความปากเดียวว่า ค่าเสียหายกรณีรถยนต์ชนกันนายควรคิดตกลงยอมรับชดใช้จากจำเลยจำนวน 30,000 บาท ซึ่งหมายถึงค่าเสียหายเกี่ยวกับตัวรถยนต์กระบะที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเห็นได้ว่าหากนายควรคิดจะตกลงกับจำเลยเกี่ยวกับค่าเสียหายในส่วนรถยนต์แล้วก็เห็นได้ชัดว่า เป็นจำนวนที่ต่ำมากเกินไป

เพราะสภาพรถยนต์กระบะหลังจากชนกันตามที่ปรากฏในภาพถ่าย จำนวนหลายภาพนั้นได้รับความเสียหายอย่างมาก ค่าซ่อมแซมน่าจะเกินกว่า 100,000 บาท เมื่อรวมกับค่าเสียหายของผลไม้แล้วย่อมไม่สมเหตุผลที่นายควรคิดจะตกลงเรียกค่าเสียหายทั้งหมดจากจำเลยเพียง 30,000 บาท เท่านั้น พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย น่าเชื่อว่าข้อตกลงตามเอกสารระหว่างนายควรคิดกับจำเลยเป็นการตกลงกันเฉพาะค่าเสียหายในส่วนของผลไม้ที่นายควรคิดบรรทุกไปในรถยนต์กระบะเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับค่าเสียหายของตัวรถยนต์ที่นายควรคิดเอาประกันไว้แก่โจทก์แต่อย่างใด การที่โจทก์นำสืบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นการนำสืบว่านายควรคิดและจำเลยมีการตกลงกันอย่างไร

มิใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารที่ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข) ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยและเมื่อกรณีฟังได้ว่าข้อตกลงระหว่างนายควรคิดกับจำเลยตามเอกสาร เป็นการตกลงกันเรื่องค่าเสียหายเฉพาะส่วนของผลไม้เท่านั้นดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเกี่ยวกับรถยนต์กระบะของนายควรคิดที่มีต่อจำเลยจึงยังไม่ระงับไป โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยซึ่งได้จัดการซ่อมแซมและมอบรถคืนให้แก่ผู้เอาประกันภัยโดยเสียค่าใช้จ่ายไป 159,000 บาท ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยได้ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี ศรีอรุณ · อนันต์ วงษ์ประภารัตน์ · ประสิทธิ์ สนามชวด
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสระแก้ว - นายประจวบ ลอบลัด
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นางเศรณี ศิริมังคละ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.371/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ241/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ55/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4209/2566

แม้สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง แต่กฎหมายไม่ให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะกล่าวอ้างและนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่า สัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2566

แม้ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองรวมแปดโฉนด ข้อ 5 ระบุให้สัญญาฉบับนี้เป็นหลักฐานการกู้เงิน ข้อ 6 ระบุว่า ไม่มีดอกเบี้ย กำหนดชำระคืนภายในหนึ่งปี และตามบันทึกข้อตกลง ข้อ 1 ระบุว่า หากผู้กู้ผิดสัญญากู้โดยไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5003/2565

ในการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทตามรายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะประธานที่ประชุมนั้น มีการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทหลายครั้งต่างวาระกัน แต่กลับระบุว่าเป็นการประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6607/2561

ป.วิ.พ. มาตรา 94 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อใดมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ แม้ถึงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ยินยอมก็ดี..." ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้