Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3954/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์กับจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องเป็นจำเลยด้วยกันในคดีก่อนก็ต้องถือว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลในคดีก่อน คำพิพากษาในคดีก่อนจึงมีผลผูกพันโจทก์และจำเลยที่ 1คดีนี้ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรก ในคดีก่อนจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องเป็นจำเลยด้วย จำเลยที่ 1สามารถต่อสู้คดีได้เต็มที่ รวมทั้งยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียก อ.เข้าเป็นจำเลยร่วม และเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้ว จำเลยที่ 1ก็มีสิทธิยื่นฎีกาได้ การที่โจทก์ไม่ขอให้ศาลหมายเรียก อ.เข้ามาเป็นจำเลยร่วมและไม่ฎีกาก็เป็นสิทธิของโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 1ไม่ขอให้ศาลหมายเรียก อ. เข้ามาเป็นจำเลยร่วมและยื่นฎีกาเองทั้ง ๆ ที่ตนมีสิทธิกระทำได้ จะถือว่าโจทก์กระทำโดยไม่ชอบหาได้ไม่ จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อ พ. และการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำตามหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้แทนของโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคล โจทก์จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น แต่โจทก์มีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยที่ 1 ได้เมื่อโจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายไปแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นพยาบาล จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วยพยาบาลประจำอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา จำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2523 จำเลยทั้งสองร่วมกันทำคลอดนางอุทัยที่คลอดบุตรแฝด คือ เด็กหญิงสมหญิงและเด็กหญิงพจนาถ แล้วจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้กระติกน้ำร้อนเพื่อให้ความอบอุ่นแก่เด็กหญิงพจนาถ ซึ่งจำเลยที่ 2 มีหน้าที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาที่ใช้กระติกน้ำร้อน และจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของจำเลยที่ 2 อย่างใกล้ชิดเช่นกัน แต่จำเลยทั้งสองกลับไม่เอาใจใส่ดูแล เป็นเหตุให้เด็กหญิงพจนาถถูกน้ำร้อนที่ไหลซึมจากกระติกลวกถูกลำตัวด้านขวาและมือขวาบาดเจ็บสาหัส พิการตลอดชีวิตต่อมาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2524 นายวินิจและนางอุทัยผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิงพจนาถฟ้องคดีแพ่งให้จำเลยทั้งสองรับผิดในฐานะผู้กระทำละเมิดและโจทก์รับผิดในฐานะนายจ้าง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน510,328.76 บาท

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุด โจทก์ได้ชำระเงินตามคำพิพากษาให้แก่นายวินิจและนางอุทัยแล้ว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 510,328.76 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ให้การว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 งดเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่อยู่ในห้องเกิดเหตุ และปล่อยปละละเลยให้นายอนุพงศ์นักศึกษาพยาบาลปีที่สี่หยิบกระเป๋าน้ำร้อนที่ชำรุดมาใช้เพื่อให้ความอบอุ่นแก่เด็กหญิงพจนาถแล้วเกิดเหตุขึ้นจำเลยที่ 1 ไม่ได้ร่วมกระทำละเมิดด้วย โจทก์ไม่เรียกนายอนุพงศ์เข้าเป็นจำเลยร่วมในคดีก่อนจึงไม่มีสิทธิที่จะไล่เบี้ยจากจำเลยที่ 1โจทก์ไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้ง

ๆ ที่มีเหตุที่จะฎีกาเกี่ยวกับค่าเสียหายที่นายวินิจและนางอุทัยเรียกร้องสูงกว่าความเป็นจริงเพราะก่อนฟ้องคดีก่อนนายวินิจและนางอุทัยเรียกร้องค่าเสียหายจากโจทก์เพียง 300,000 บาท ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า วันเกิดเหตุแม้จำเลยที่ 2 อยู่เวรในฐานะผู้ช่วยพยาบาลเวร แต่นายอนุพงศ์นักศึกษาพยาบาลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในความควบคุมของพยาบาลเวร ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องเป็นเหตุให้น้ำร้อนลวกเด็กหญิงพจนาถ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 510,328.76 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า

จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำละเมิดต่อเด็กหญิงพจนาถบุตรนายวินิจและนางอุทัย นั้นเห็นว่า คดีที่นายวินิจและนางอุทัยฟ้องโจทก์ จำเลยทั้งสองและพวกตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 456/2525 ของศาลชั้นต้น แม้โจทก์กับจำเลยที่ 1 คดีนี้จะเป็นจำเลยด้วยกันก็ตาม ก็ต้องถือว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลในคดีก่อนด้วยคำพิพากษาในคดีก่อนจึงมีผลผูกพันโจทก์และจำเลยที่ 1 คดีนี้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรก ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อเด็กหญิงพจนาถบุตรนายวินิจและนางอุทัยที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์เป็นผู้ก่อให้ต้องชดใช้ค่าเสียหายสูงขึ้น โจทก์ไม่เรียกนายอนุพงศ์เข้าเป็นจำเลยร่วม

โจทก์ไม่ยื่นฎีกา เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ในคดีก่อนจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องเป็นจำเลยด้วย จำเลยที่ 1 สามารถต่อสู้คดีได้เต็มที่รวมทั้งยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกนายอนุพงศ์เข้าเป็นจำเลยร่วมและเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้ว จำเลยที่ 1 ก็มีสิทธิยื่นฎีกาได้ การที่โจทก์ไม่ขอให้ศาลหมายเรียกนายอนุพงศ์เข้าเป็นจำเลยร่วมและไม่ฎีกาก็เป็นสิทธิของโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ขอให้ศาลหมายเรียกนายอนุพงศ์เข้ามาเป็นจำเลยร่วมและยื่นฎีกาเอง ทั้ง ๆ ที่ตนมีสิทธิกระทำได้จะถือว่าโจทก์กระทำโดยไม่ชอบหาได้ไม่และที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยที่ 1 นั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อเด็กหญิงพจนาถบุตรนายวินิจและนางอุทัยจนเป็นเหตุให้เด็กหญิงพจนาถได้รับอันตรายสาหัสและพิการตลอดชีวิต และการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำตามหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้แทนของโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลโจทก์จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้นแต่โจทก์มีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยที่ 1 ผู้กระทำละเมิดได้เมื่อโจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายไปแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1813/2493

แม้จะปรากฎว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชนะคดีจำเลยจึงเข้าทำนาพิพาทก็ตามเมื่อในชั้นที่สุดศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาท เป็นของโจทก์แต่เดิมมา จำเลยรับซื้อไว้จากผู้มีชื่อโดยไม่สุจริต และคดีถึงที่สุดแล้วด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2566

แม้คดีก่อนมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยฟ้องเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง และเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจากโจทก์ได้ดังฟ้องของจำเลยเพียงใดหรือไม่ แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12750/2558

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้แทน จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่ อันถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นกรมในรัฐบาล และมีฐานะเป็นนิติบุคคล ตาม พ.ร.บ.จัดปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5282/2554

ในคดีก่อนโจทก์ถูกพนักงานอัยการฟ้องเป็นคดีอาญาว่า โจทก์บุกรุกเข้าไปครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เมื่อศาลในคดีก่อนวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ให้โจทก์และบริวาร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้