Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 396/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรค 3, 18 วรรค 2, 3 และ 5 จะเห็นระบบการดังนี้คือ ในชั้นตรวจคำฟ้องหรือคำคู่ความนั้น ศาลอาจจะกระทำได้เพียง 3 ประการ คือ สั่งรับ สั่งไม่รับ และสั่งคืนไป เท่านั้น เมื่อสั่งไม่รับฟ้องไว้พิจารณาแล้วก็จะพิพากษายกฟ้องไม่ได้ คำว่า "ให้ยกเสีย" ในมาตรา 172 กับคำว่า "มีคำสั่งไม่รับ" ในมาตรา 18 กฎหมายประสงค์ให้มีผลอย่างเดียวกัน เพราะคำว่า "ให้ยกเสีย" ตามมาตรา 172 จะถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีตามมาตรา 131 ไม่ได้ ในคดีก่อน ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษารายเดียวสั่งในคำฟ้องว่า ไม่มีมูลหนี้ที่โจทก์จะฟ้องจำเลยในคดีนี้ได้ ไม่รับฟ้องไว้พิจารณา ให้ยกฟ้องโจทก์ คำสั่งนี้เป็นคำสั่งเหมือนให้ยกเสียตามมาตรา 172 ซึ่งมีผลเช่นเดียวกับคำสั่งไม่รับคำคู่ความตามความในมาตรา 18 เพราะไม่ได้มีการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีตามมาตรา 131 ่เลย เมื่อโจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ในเรื่องเดียวกันอีก จึงไม่เป็นการฟ้องซ้ำ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำฟืนส่งให้โรงงานจำเลย เป็นเงิน ๘๙,๑๘๗ บาท จำเลยขอผัดขำระราคาเรื่อยมา นายสุชาตกับพวกตัวแทนของจำเลยได้ร่วมกับนางทับทิมใส่ชื่อนางทับทิมในใบรับฟืนและลงราคาต่ำกว่าที่ตกลงไว้เพื่อฉ้อโกงโจทก์ ๆ จึงฟ้องบุคคลเหล่านี้ ว่าฉ้อโกงเป็นคดีอาญา ต่อมาได้ประนีประนอมยอมชำระเงินให้โจทก์ ๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์ขอถอนฟ้องคดีนั้น คือ คดีอาญาแดงที่ ๑๙๗๕/๒๕๐๐ ส่วนจำเลยยังไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลย

จำเลยให้การปฏิเสธ ว่าโจทก์ขายฟืนให้นายสุชาติกับพวก ต่อมาโจทก์ฟ้องคนเหล่านั้นในคดีอาญาแดงที่ ๑๙๗๕/๒๕๐๐ แล้วได้ประนีประนอมกันโดยโจทก์ได้รับเงินค่าฟืนไปแล้ว ๕๐,๐๐๐ บาท ต่อมาโจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าฟืนจากจำเลยตามคดีแพ่งแดงที่ ๒๓๓/๒๕๐๑ ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ ฟ้องคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง ในวันชี้สองสถาน

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้น ศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริงแล้วชี้ขาดว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยนี้ในคดีแพ่งแดงที่ ๒๓๓/๒๕๐๑ ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษานายเดียวมีคำสั่งว่า หนี้รายที่โจทก์ฟ้องนั้นเป็นหนี้รายเดียวกับหนี้ในคดีอาญาแดงที่ ๑๙๓๕/๒๕๐๐ ฯลฯ ไม่มีมูลหนี้ที่โจทก์จะฟ้องอีกได้ ไม่รับฟ้องไว้พิจารณาให้ยกฟ้องโจทก์ ดังนี้ น่าจะเห็นได้ว่า เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว ศาลจะพิพากษายกฟ้องอย่างไรได้ เมื่อพิเคราะห์ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ วรรค ๓ กับมาตรา ๑๘ วรรค ๒, ๓ และ ๕ แล้วจะเห็นได้ว่า ในชั้นตรวจคำฟ้องหรือคำคู่ความนั้น ศาลอาจทำได้เพียง ๓ ประการ คือ สั่งรับ สั่งไม่รับ และสั่งคืนไป เท่านั้น แม้คำว่า "ให้ยกเสีย" ในมาตรา ๑๗๒ ไม่ตรงกับคำว่า

"มีคำสั่งไม่รับ" ในมาตรา ๑๘ แต่ความหมายของคำทั้งสองนี้สำหรับในชั้นก่อนสั่งรับฟ้อง กฎหมายประสงค์ให้มีผลอย่างเดียวกัน เพราะคำว่า "ให้ยกเสีย" ตามมาตรา ๑๗๒ จะถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีตามมาตรา ๑๓๑ ไม่ได้ คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งแดงที่ ๒๓๓/๒๕๐๑ จึงเป็นคำสั่งเสมือนว่าให้ยกเสียตามมาตรา ๑๗๒ ซึ่งมีผลเหมือนคำสั่งไม่รับคำคู่ความตามมาตรา ๑๘ ฟ้องคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ (อ้างนัยฎีกาที่ ๗๒๔/๒๔๙๐)

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปตามกระบวนความ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไชยเจริญ สันติศิริ · โพยม เลขยานนท์ · เจน เวชศิลป์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายแก้ว ปริญญานุสรณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนสิงหะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4005/2552

โจทก์มีสิทธิขอบังคับตามตั๋วสัญญาใช้เงินโดยไม่จำต้องบังคับจำนำเอากับหุ้นก่อน แต่โจทก์ต้องตั้งรูปบรรยายฟ้องและคิดคำนวณยอดหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินอย่างเดียวโดยไม่กล่าวถึงการบังคับจำนำเอากับหุ้นที่จำเลยจำน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5630/2548

ในการพิจารณาตรวจรับคำฟ้องของศาลภาษีอากรกลางนั้น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม จึงต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7138/2544

จำเลยได้ทำสัญญาขายรถยนต์ให้แก่โจทก์ โจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยในวันทำสัญญาบางส่วน ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นเวลา 48 เดือน ต่อมาโจทก์และจำเลยได้ตกลงเปลี่ยนสัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นสัญญาเช่าซื้อโดยบันทึกสัญญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2544

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับชำระเงิน 5,575,551.53 บาทจากโจทก์ โดยกล่าวอ้างว่าโจทก์ยังเป็นหนี้ค่าซื้อสินค้าอยู่แก่จำเลย 5,575,551.53 บาท แต่จำเลยเรียกให้โจทก์ชำระหนี้ 6,565,377.55 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่แตกต่าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3278/2538

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้จัดการมรดกของ ล.เป็นโมฆะนั้น ตามกฎหมายคำสั่งของศาลที่ชี้ขาดคดีจะถูกศาลพิพากษาเป็นโมฆะไม่ได้ เว้นแต่จะถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสียโดยคำพิพากษ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้