คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า จำเลยได้หลอกลวงบิดามารดาหรือผู้ปกครองเอาเด็กไปเพื่อหากำไรโดยเด็กเต็มใจไปกับจำเลย และบิดามารดาหรือผู้ปกครองก็ยินยอมให้เด็กไป เพราะหลงเชื่อจำเลยหลอกลวงโจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ตามมาตรา ๒๗๓, ๒๗๔, ๒๗๕, พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๖
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๗๓, ๒๗๔, มาตรา ๖ จำคุกคนละ ๑ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๗๕ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๖ กำหนดอัตราโทษเท่าศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดของจำเลยต้องด้วยมาตรา ๒๗๕ และศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามมาตรา นี้ได้ดังเหตุผลที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๒๙/๒๔๘๓
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์