คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า นายบุญมีได้ออกเช็ค ๒ ฉบับ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์เพื่อชำระหนี้เงินกู้แก่โจทก์ โดยมีจำเลยลงชื่อเป็นผู้รับอาวัล ต่อมาโจทก์ทราบว่านายบุญมีตายจึงนำเช็คไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คและดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า การที่โจทก์ยึดถือเช็คไว้ถึง ๖ ปีแล้วจึงมาประทับตราลงวันที่เพื่อขอรับเงินตามเช็คเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต คดีโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ปล่อยปละละเลยไม่ทวงหนี้ตามเช็คจากนายบุญมีในขณะที่นายบุญมียังมีชีวิตอยู่ เท่ากับเป็นการผ่อนเวลาให้ผู้สั่งจ่าย จำเลยในฐานะผู้รับอาวัลย่อมหลุดพ้นความรับผิด
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เห็นว่าการออกเช็คเพื่อสั่งจ่ายเงินนั้น ถ้าผู้สั่งจ่ายประสงค์จะกำหนดวันสั่งจ่ายที่แน่นอน ผู้สั่งจ่ายก็จะจดแจ้งวันสั่งจ่ายลงในเช็คเลย แต่ถ้าไม่ประสงค์ที่จะกำหนดวันสั่งจ่าย ก็จะละเว้นไว้เพื่อให้ผู้ทรงเช็คจดวันสั่งจ่ายเอาเอง ซึ่งผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายคนหนึ่งคนใดทำการโดยสุจริตจะจดวันตามที่ถูกต้องแท้จริงลงก็ได้ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๐ วรรคห้าประกอบด้วยมาตรา ๙๘๙ การจดวันสั่งจ่าย "ตาที่ถูกต้องแท้จริง" ตามบทบัญญัติกฎหมายมาตรานี้หมายความว่า วันที่ผู้ทรงเช็คเห็นสมควรที่จะจดหรือกรอกลงในเช็คนั่นเอง หรืออีกนัยหนึ่งผู้ทรงมีสิทธิที่จะจดหรือกรอกวันสั่งจ่ายได้โดยพลการไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้สั่งจ่ายหรือผู้ใดผู้หนึ่งบอกกล่าวหรือแจ้งให้จด และคำว่า
"ทำการโดยสุจริต"นั้น กฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนทำการโดยสุจริตตามนัยมาตรา ๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากจำเลยหรือผู้ใดอ้างว่าการจดหรือกรอกวันสั่งจ่ายดังกล่าวไม่สุจริต ผู้กล่าวอ้างจะต้องระบุให้แจ้งชัดถึงเหตุที่ไม่สุจริตนั้นและมีหน้าที่นำสืบตามที่ตนกล่าวอ้างด้วย การที่โจทก์จดวันสั่งจ่ายลงในเช็คภายหลังจากทราบว่าผู้สั่งจ่ายถึงแก่ความตายนั้น ถือได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็คทำการโดยสุจริตเพราะมีอำนาจที่จะกระทำได้ดังกล่าวข้างต้น มิใช่เป็นการกระทำโดยไม่สุจริตดังที่จำเลยฎีกา ในกรณีที่ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังถึงแก่ความตาย ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้ความรับผิดตามตั๋วเงินหรือเช็คระงับสิ้นไป บุคคลผู้ลงลายมือชื่อของตนในตั๋วเงินหรือเช็คยังคงต้องรับผิดตามเนื้อความแห่งตั๋วเงินหรือเช็คนั้น
กรณีที่ผู้สั่งจ่ายเงินตามเช็คถึงแก่ความตายนั้น ผู้ทรงเช็คมีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาจากกองมรดกของผู้ตายได้ และผู้ทรงมีวิธีเรียกร้อง ๒ ประการคือ ประการแรกผู้ทรงนำเช็คไปยื่นแก่ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินตามเช็คหรือนำไปเรียกเก็บเงินตามเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๙๙๐ ถ้าธนาคารไม่ทราบการตายของผู้สั่งจ่ายเงินธนาคารก็อาจใช้เงินตามเช็คนั้นหรือปฏิเสธการใช้เงินตามเช็คนั้นด้วยเหตุต่าง ๆ แล้วแต่กรณี ถ้าธนาคารทราบว่าผู้สั่งจ่ายตายก็จะปฏิเสธการจ่ายเงินตามมาตรา ๙๙๒(๒) เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินด้วยประการใดก็ตาม ผู้ทรงเช็คก็มีสิทธิฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากทายาทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดกของผู้สั่งจ่าย ตลอดจนมีสิทธิฟ้องผู้สลักหลังตามเช็คด้วยประการที่สองถ้าผู้ทรงไม่ประสงค์ที่จะกระทำตามประการแรก
ผู้ทรงมีสิทธิที่จะทวงถามให้ชำระเงินตามเช็คจากทายาทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดกของผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังได้เลย ถ้าผู้ถูกทวงถามไม่ชำระเงินตามเช็ค ผู้ทรงก็มีสิทธิฟ้องเรียกเงินตามเช็คได้ ทั้งนี้เพราะเมื่อธนาคารรู้ว่าผู้สั่งจ่ายตาย หน้าที่และอำนาจของธนาคารซึ่งจะใช้เงินตามเช็คอันเบิกแก่ตนนั้นเป็นอันสิ้นสุดไปตามมาตรา ๙๙๒(๒) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ทรงไม่จำเป็นต้องนำเช็คไปยื่นหรือเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามมาตรา ๙๙๐ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๐๓/๒๕๒๔)
อนึ่งที่จำเลยฎีกาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความนั้น ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยจะได้ให้การต่อสู้ไว้ แต่จำเลยมิได้ขอให้ศาลชั้นต้นยกขึ้นเป็นประเด็นเพื่อวินิจฉัย ถือว่าจำเลยสละข้อต่อสู้ในประเด็นข้อนี้แล้ว และศาลก็ไม่รับฎีกาข้อนี้ของจำเลย จึงไม่มีประเด็นที่จะวินิจฉัยในข้อนี้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน