Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3981/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีหน้าที่นำพยานเข้าสืบก่อน เมื่อโจทก์ไม่มาศาลในวันนัด โดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาซึ่งศาลอาจสั่งจำหน่ายคดีเสียได้ แต่การที่จำเลยที่ 1 แถลงไม่ติดใจสืบพยาน แม้มิได้แถลงให้ชัดแจ้งว่าจำเลยตั้งใจจะให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ก็ถือได้ว่าจำเลยตั้งใจจะให้ศาลทำการพิจารณาต่อไป ศาลจึงต้องมีคำพิพากษา ไม่ชอบที่จะสั่งจำหน่ายคดี

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำนวนค่าเสียหายไม่เป็นไปตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ในวันสืบพยานโจทก์ไม่มาศาลและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลให้ทราบศาลชั้นต้นจึงถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ได้ความว่า วันนัดสืบพยาน โจทก์และพยานไม่มาศาล และไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ทนายจำเลยที่ 1 แถลงไม่ติดใจสืบพยาน

ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 ต้องพิพากษาชี้ขาดไปตามรูปคดี นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 201 บัญญัติว่า "ถ้าได้ส่งหมายกำหนดวันนัดสืบพยานให้โจทก์ทราบโดยชอบแล้วโจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความเว้นแต่จำเลยจะได้แจ้งต่อศาลในวันหรือก่อนวันสืบพยานว่า ตนตั้งใจจะให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป..."ปัญหามีว่า การที่ทนายจำเลยที่ 1 แถลงไม่ติดใจสืบพยานจะถือว่าตั้งใจจะให้ศาลดำเนินการพิพากษาคดีต่อไปหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มีหน้าที่นำพยานเข้าสืบก่อน เมื่อไม่นำมาสืบในวันนัดโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาศาลจึงอาจสั่งจำหน่ายคดีได้ การที่ทนายจำเลยที่ 1 แถลงไม่ติดใจสืบพยานโดยมิได้แถลงให้ชัดแจ้งว่าจำเลยตั้งใจจะให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป แต่เมื่อจำเลยแถลงเช่นนั้น และศาลก็ไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างใดต่อไปอีก กระบวนพิจารณาในคดีนี้จึงเป็นอันสิ้นสุดถือได้ว่าการที่จำเลยแถลงดังกล่าว จำเลยตั้งใจจะให้ศาลทำการพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป ศาลชั้นต้นจึงต้องมีคำพิพากษาในเรื่องนี้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาไปตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้