Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3986/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกับพวกใช้หลักฐานปลอมหลอกลวงโจทก์ร่วม โดยอ้างว่า ว.ขอเอาประกันชีวิตต่อบริษัทโจทก์ร่วม ซึ่งความจริง ว. ตัวจริงได้ถึงแก่ความตายไปแล้ว โจทก์ร่วมหลงเชื่อจึงออกกรมธรรม์ประกันชีวิตอันเป็นเอกสารสิทธิให้ การกระทำของจำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงเสร็จเด็ดขาดกรรมหนึ่งแล้ว ต่อมาจำเลยกับพวกได้สร้างสถานการณ์ว่าว. ผู้เอาประกันได้รับอุบัติเหตุถึงแก่ความตาย เพื่อหลอกลวงโจทก์ร่วม จนโจทก์ร่วมหลงเชื่อจึงจ่ายเงินตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ให้กับพวกของจำเลย แม้การกระทำครั้งหลังนี้จำเลยได้นำเอาผลของการกระทำครั้งก่อนมาเป็นส่วนประกอบ แต่การกระทำของจำเลยมีเจตนาจะทำให้ผลของการหลอกลวงทั้งสองครั้งเกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วมแต่ละส่วนกัน การกระทำของจำเลยครั้งหลังนี้จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงต่างกรรมกับการกระทำครั้งแรก.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,264, 265, 267, 268, 341, 342, 83, 84, 91จำเลยให้การปฏิเสธบริษัทประกันชีวิตศรีอยุธยา จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก,83 ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมแต่กระทงเดียวตามมาตรา 268วรรคสองและมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุก 2 ปีโจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าเมื่อเดือนพฤษภาคม 2522 จำเลย นายสุรศักดิ์และนายสุวิทย์ร่วมกันปลอมเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานในการยื่นคำขอเอาประกันชีวิตต่อโจทก์ร่วม โดยนายสุรศักดิ์ใช้หลักฐานปลอมเพื่อแสดงตนว่าชื่อนายวิชัย

เกียรติศิริกุล ซึ่งถึงแก่ความตายไปแล้ว แต่ยังไม่ได้จำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้าน มายื่นคำขอเอาประกันชีวิตต่อโจทก์ร่วมในนามของนายวิชัย ระบุให้นายสุวิทย์และนางกิมชุ้นเป็นผู้รับประโยชน์โจทก์ร่วมหลงเชื่อจึงได้ออกกรมธรรม์ประกันชีวิตให้ ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2523 นายวันลูกจ้างญาติของนายสุวิทย์ตาย จำเลยแนะนำให้นายสุวิทย์แจ้งต่อทางราชการว่า ผู้ตายชื่อนายวิชัยที่ได้ทำประกันชีวิตไว้ตามกรมธรรม์ ตายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อได้หลักฐานจากทางราชการแล้ว นายสุวิทย์แจ้งโจทก์ร่วมว่า นายวิชัยผู้เอาประกันชีวิตได้ถึงแก่ความตายขอรับประโยชน์ตามที่กำหนดในกรมธรรม์ จำเลยทำรายงานรับรองว่านายวิชัยตายจริง โจทก์ร่วมหลงเชื่อจึงจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์จำนวน 2,000,000 บาท

คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ร่วมเฉพาะข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดฐานฉ้อโกงต่างกรรมกันหรือไม่ เห็นว่าการที่จำเลยกับพวกได้นำหลักฐานอันเป็นเท็จมาหลอกลวงโจทก์ร่วมเมื่อเดือนพฤษภาคม2522 จนโจทก์ร่วมหลงเชื่อแล้วออกกรมธรรม์ประกันชีวิตอันเป็นเอกสารสิทธิให้ไปกันผู้ที่จำเลยอ้างว่าเป็นผู้เอาประกันชีวิตนั้นเป็นการกระทำตอนหนึ่งซึ่งสำเร็จเป็นความผิดฐานฉ้อโกงและได้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วมจากการกระทำของจำเลยในครั้นนั้นแล้วขั้นตอนในการกระทำผิดฐานฉ้อโกงของจำเลยในส่วนนี้เป็นที่เห็นได้ว่าเสร็จสิ้นไปนับแต่ที่โจทก์ร่วมได้ออกกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กรณีในเดือนเมษายน 2523 ที่จำเลยได้เอาความอันเป็นเท็จว่าผู้เอาประกันตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้หลอกลวงให้โจทก์ร่วมออกให้ตายโดยอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อและจ่ายเงินให้ผู้รับประโยชน์ไปนั้น เป็นการกระทำที่จำเลยกระทำขึ้นใหม่และก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วมขึ้นอีกส่วนหนึ่ง

ต่างจากความเสียหายที่โจทก์ร่วมได้รับอยู่จากการกระทำผิดของจำเลยครั้งก่อนถึงแม้ว่าการกระทำของจำเลยครั้งหลังนี้จำเลยได้นำเอาผลของการกระทำผิดครั้งก่อนมาเป็นส่วนประกอบในการหลอกลวงครั้งหลังด้วยก็ตาม แต่เมื่อการกระทำของจำเลยนั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่ามีเจตนาจะทำให้ผลของการหลอกลวงทั้งสองครั้งเกิดความเสียหายแก่โจทก์ในแต่ละส่วนกันเช่นนี้ จึงมิใช่กรณีที่การกระทำผิดของจำเลยครั้งก่อนเกลื่อนกลืนไปกับที่ได้กระทำผิดครั้งหลัง ดังนั้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงสองกรรมต่างกันคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 83 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก 1 ปี รวมเป็นจำคุก 3 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยโดยทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จผ่านทางโปรแกรมเฟซบุ๊กตามฟ้อง เสนอขายสินค้าซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่มีเจตนาขายสินค้าดังกล่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า จำเลยประกอบอาชีพให้บริการรับยื่นขอวีซ่า ใบถิ่นที่อยู่ ใบต่างด้าว และสามารถยื่นคำขอเปลี่ยนสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2563

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท ศ. หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกค้าและทำสัญญาประกันชีวิตไว้กับบริษัท ศ. ว่าบริษัท ศ. มีนโยบายสมนาคุณให้แก่ลูกค้าพิเศษ มีโครงการรับฝากเงินแบบออมทรัพย์พิเศษจากลูกค้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้