คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2495 เวลากลางวันกระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทง โดยจำเลยบังอาจสูบฝิ่นนอกร้านมิได้รับอนุญาตพิเศษ และมีกล้องสูบฝิ่น 1 กล้องมูลฝิ่น 1 กรัม ฝิ่น 3 กรัมไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับได้พร้อมด้วยของกลาง และเครื่องอุปกรณ์ในการสูบฝิ่น ฯลฯ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติฝิ่น 2472 มาตรา 8, 11, 14, 34, 53, 66,69 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 6) 2494 มาตรา 6, 7 และให้ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่นพ.ศ. 2472 มาตรา 8, 11, 34, 53, 66, 69 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 6)2494 มาตรา 6, 7 ให้จำคุกจำเลย 6 เดือน ปรับ 550 บาทปรานีลดโทษให้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 คงจำคุก 4 เดือนปรับ 275 บาท
โทษจำคุกให้รอการลงอาญาไว้ ฯลฯโจทก์อุทธรณ์ขอให้เรียงกระทงลงโทษฐานมีมูลฝิ่น กับสูบฝิ่นนอกร้านศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ฎีกาต่อมาศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ตามที่โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยสูบฝิ่นนอกร้านมิได้รับอนุญาตพิเศษ และว่ามีกล้องสูบฝิ่น มีฝิ่นและมูลฝิ่นมิได้รับอนุญาตและยังกล่าวว่า เจ้าพนักงานจับได้พร้อมด้วยของกลางและเครื่องอุปกรณ์ในการสูบฝิ่นด้วย ข้อเท็จจริงเท่าที่กล่าวในฟ้องไม่ปรากฏชัดว่า เป็นผิดหลายบทหรือหลายกระทง การกระทำผิดกฎหมายหลายบทหมายความว่า กระทำการอันเป็นผิดกฎหมายหลายบทในกรรมอันเดียวกัน แต่เป็นการผิดกฎหมายหลายบท กระทำผิดกฎหมายหลายกระทงหมายความว่ากระทำต่างกรรมต่างวาระกัน การกระทำหรือกรรมอันเดียวจะเรียกว่าเป็นผิดหลายกระทงไม่ได้
ฉะนั้นต้องพิจารณาว่า การกระทำของจำเลยต่างกรรมต่างวาระกันอย่างไรหรือไม่ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่า จำเลยมีฝิ่น มีมูลฝิ่น มีเครื่องประกอบในการสูบฝิ่น และสูบฝิ่นต่างกรรมต่างวาระกัน อันฟังได้ว่าเป็นความผิดหลายกระทงแล้ว พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2476 มาตรา 9 บัญญัติให้เรียงกระทงลงโทษตามรายตัวผู้กระทำผิด ศาลจะไม่พิพากษาลงโทษเรียงกระทงความผิดไม่ได้แต่เมื่อข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยจะเป็นผิดหลายกระทง กล่าวคือยังอาจเป็นผิดหลายบทได้ จะพิพากษาลงโทษจำเลย เรียงกระทงความผิดดังโจทก์ฎีกาขึ้นมาไม่ได้ จึงให้ยกฎีกาของโจทก์เสียพิพากษายืน