Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 399/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 จัดสรรที่ดิน โจทก์ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งไว้จึงอยู่ในฐานะเจ้าหนี้ที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาซื้อขาย เมื่อจำเลยที่ 1 เอาที่ดินแปลงที่ขายให้โจทก์ไปจำนองแก่จำเลยที่ 2 ทั้งที่รู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ และจำเลยที่ 2 รับจำนองที่ดินไว้โดยทราบแล้วว่าจำเลยที่ 1 จัดสรรขายให้บุคคลอื่นไปแล้ว ซึ่งเป็นการรู้ถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบนั้นด้วย โจทก์จึงชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซึ่งนิติกรรมจำนองดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ก่อนครบหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ทราบถึงการจำนอง ได้มีคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติให้อายัดที่ดินของจำเลยที่ 1 และให้ตกเป็นของรัฐ แต่ให้โจทก์มีสิทธิยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่แสดงสิทธิในที่ดินของโจทก์ได้ เมื่อโจทก์ได้ยื่นเอกสารแสดงสิทธิของโจทก์แล้ว ย่อมถือเสมือนหนึ่งว่าโจทก์ทำการอื่นใดอันนับว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกับการฟ้องคดี อายุความย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ จัดสรรที่ดินขายที่ถนนงามวงศ์วาน ร้อยตรีประพันธ์ตกลงซื้อจากจำเลยที่ ๑ หนึ่งแปลงเนื้อที่ ๒๐๐ ตารางวา และได้ผ่อนชำระเงินให้จำเลยที่ ๑ ไปแล้วบางส่วน ต่อมาโจทก์ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวจากร้อยตรีประพันธ์โดยชำระราคาที่เหลือแก่จำเลยที่ ๑ โจทก์ปลูกบ้านหนึ่งหลังในที่ดินแปลงนี้ ต่อมาโจทก์ทราบว่าจำเลยที่ ๑ แบ่งแยกที่ดินแปลงที่จัดสรรออกเป็น ๑๗ โฉนด แปลงที่โจทก์ซื้อคือโฉนดที่ ๒๗๘๖๐ แต่จำเลยทั้งสองได้สมคบกันฉ้อฉลโจทก์โดยจำเลยที่ ๑ เอาที่ดินโฉนดที่ ๒๗๘๖๐ จำนองให้แก่บุคคลอื่นไปแล้ว ขอให้พิพากษาเพิกถอนนิติกรรมจำนองที่ดินโฉนดที่ ๒๗๘๖๐ ระหว่างจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยที่ ๑ รับเงินที่ยังมิได้ชำระแล้วโอนกรรมสิทธิให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่ารับจำนองที่พิพาทไว้โดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต กับได้จดทะเบียนจำนองไว้โดยสุจริต จึงขอให้เพิกถอนมิได้ และคดีขาดอายุคามเพราะเกิน ๑ ปี ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองที่ดินระหว่างจำเลยทั้งสองให้จำเลยที่ ๑ รับเงินที่ค้างชำระและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องในส่วนที่ขอให้เพิกถอนนิติกรรมจำนอง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ก่อนรับจำนองจำเลยที่ ๒ ได้ไปดูที่ดินและเห็นบ้านของโจทก์กับบ้านของผู้อื่นปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทที่จำเลยที่ ๑ จัดสรรขาย ซึ่งจำเลยที่ ๒ ทราบอยู่แล้ว และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ดังนั้นเมื่อจำเลยที่ ๒ ไปดูที่ดินทั้ง ๑๓ โฉนดก่อนรับจำนอง เห็นบ้านของโจทก์ปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดที่ ๒๗๘๖๐ และเห็นบ้านของนายชุบปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดที่ ๒๗๘๕๙ กับเห็นบ้านอื่น ๆ ที่ปลูกอยู่ในที่ดินแปลงอื่น จำเลยที่ ๒ ย่อมทราบทันทีว่าที่ดินแปลงที่มีบ้านปลูกอยู่นั้นจำเลยที่ ๑ จัดสรรขายให้แก่บุคคลอื่นแล้ว การที่จำเลยที่ ๒ รับจำนองที่ดินโฉนดที่ ๒๗๘๖๐ กับที่ดินแปลงอื่นที่มีบ้านปลูกอยู่ โดยจำเลยที่ ๒ ทราบแล้วว่าจำเลยที่ ๑ จัดสรรขายให้บุคคลอื่นไปแล้ว

จะเป็นทางให้บุคคลผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจากจำเลยที่ ๑ เสียเปรียบ โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดที่ ๒๗๘๖๐ ต่อจากร้อยตรีประพันธ์โดยความยินยอมของจำเลยที่ ๑ โจทก์จึงอยู่ในฐานะเจ้าหนี้ของจำเลยที่ ๑ ที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ปฏิบัติตามสัญญาซื้อขาย เมื่อจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้ของโจทก์เอาที่ดินแปลงที่จำเลยที่ ๑ ขายให้โจทก์ไปจำนองแก่จำเลยที่ ๒ ทั้งที่รู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบและจำเลยที่ ๒ รับจำนองที่ดินดังกล่าวไว้โดยรู้ถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบนั้นด้วย โจทก์ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซึ่งนิติกรรมจำนองที่ดินโฉนดที่ ๒๗๘๖๐ ระหว่างจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ และไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาที่ว่าโจทก์อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนหรือไม่ ปัญหาเรื่องอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๔๐

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นับจากวันที่โจทก์ทราบว่าจำเลยที่ ๑ เอาที่ดินโฉนดที่ ๒๗๘๖๐ ไปจำนองแก่จำเลยที่ ๒ โดยทราบเมื่อปราย พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึงวันที่คณะปฏิวัติมีคำสั่งที่ ๕๒/๒๕๑๕ ยังไม่พ้น ๑ ปี การที่คณะปฏิวัติมีคำสั่งดังกล่าวให้ที่ดินหรือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดของจำเลยที่ ๑ กับพวกตกเป็นของรัฐ และให้กระทรวงมหาดไทยตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่งมีอำนาจตำลงกับผู้มีสิทธิเรียกร้องจากรัฐเกี่ยวกับที่ดินหรือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ ๑ ซึ่งต่อมากระทรวงมหาดไทยออกประกาศแจ้งให้ผู้มีสิทธิภาระผูกพันกับที่ดนิของจำเลยที่ ๑ กับพวกนำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอันมีชื่อจำเลยที่ ๑ กับพวกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์พร้อมด้วยเอกสารอื่นอันเป็นหลักฐานว่าที่ดินนั้นมีภาระผูกพันยื่นต่อกรมที่ดินภายใน ๓๐ วันนับแต่วันประกาศเป็นต้นไปนั้น

ทำให้โจทก์หมดสิทธิที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองที่ดินระหว่างจำเลยทั้งสองและฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ โอนที่ดินโฉนดที่ ๒๗๘๖๐ ให้แก่โจทก์ต่อศาล โจทก์คงมีสิทธิเพียงยื่นเรื่องราวขอแจ้งสิทธิอันเป็นภาระผูกพันเกี่ยวกับที่ดินโฉนดที่ ๒๗๘๖๐ ของจำเลยที่ ๑ พร้อมทั้งเสนอหลักฐานอันแสดงว่าที่ดินดังกล่าวมีภาระผูกพันต่อกรมที่ดินเท่านั้น เมื่อโจทก์ยื่นเรื่องราวขอแจ้งสิทธิอันเป็นภาระผูกพันเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวพร้อมทั้งเสนอหลักฐานอันแสดงว่าที่ดินมีภาระผูกพันต่อกรมที่ดินภายในระยะเวลาที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดแล้ว ย่อมถือเสมือนหนึ่งว่าโจทก์ทำการอื่นใดอันนับว่ามีผลเป็นอย่างเดียวกับการฟ้องคดี อายุความย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๓

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสุรินทร์ นาควิเชียร
ศาลอุทธรณ์ - นายเสมา รัตนมาลัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 222/2521

เมื่อโจทก์รู้ถึงการที่จำเลยที่ 1 เอาที่ดินที่จำเลยที่ 1 ตกลงจะขายให้โจทก์โดยโจทก์ได้ชำระราคาบางส่วน และจำเลยได้ยอมให้โจทก์เข้าครอบครองที่นั้นแล้วไปจำนองจำเลยที่ 3 เป็นต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนการฉ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1679/2517

จำเลยที่ 1 ได้ยื่นเรื่องราวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ขอขายที่พิพาทแก่โจทก์โดยโจทก์ตกลงซื้อและทำสัญญามัดจำไว้แล้ว ตามสัญญาจำเลยที่ 1 ยินยอมให้โจทก์เข้าครอบครองที่พิพาททันที และจะโอนกรรมสิทธิ์กันต่อเจ้าพนักง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5686/2561

การฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 อันจะต้องตกอยู่ในบังคับแห่งอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 240 กรณีต้องเป็นเรื่องที่ลูกหนี้เป็นเจ้าของทรัพย์มีอำนาจทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้น อันเป็นนิติกรรมที่ส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19883/2555

การเพิกถอนการฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 เป็นเรื่องที่กฎหมายให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมอันลูกหนี้ได้กระทำกับผู้ได้ลาภงอก แต่เมื่อลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19413/2555

แม้การโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินและสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินพิพาทระบุว่าเป็นการขายก็ตาม แต่จำเลยที่ 3 และที่ 4 เบิกความทำนองเดียวกันว่า จำเลยที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้