คำฟ้องและคำให้การ
กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยซึ่งจำนองไว้กับโจทก์เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเช่าที่ดินดังกล่าวจากจำเลยแล้วปลูกต้นสนจำนวน 500 ต้นลงบนที่ดินนั้นโดยสุจริต คิดเป็นเงิน150,000 บาท การที่โจทก์ขอบังคับคดีเอาจากที่ดินซึ่งมีมูลค่าเพียง15,000 บาท โจทก์จึงต้องใช้ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นแก่จำเลยโจทก์คัดค้านว่า โจทก์นำยึดเฉพาะที่ดินเท่านั้น มิได้นำยึดต้นสนด้วย และผู้ร้องเป็นเพียงผู้เช่าที่ดินจากจำเลย กรณีมิใช่ผู้ร้องปลูกต้นไม้ในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1314 ประกอบด้วยมาตรา 1310จึงไม่มีสิทธิเรียกให้โจทก์ใช้ค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นเป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะว่ากล่าวกับจำเลยผู้เป็นเจ้าของโดยตรงศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
"โจทก์เป็นเพียงผู้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินซึ่งผู้ร้องปลูกต้นสนลงไว้ หากต้นสนนั้นเป็นส่วนควบของที่ดิน โจทก์ก็มิได้เป็นเจ้าของที่ดินที่ผู้ร้องปลูกต้นสนนั้นแต่อย่างใด ที่ดินดังกล่าวจำเลยเป็นเจ้าของ ดังนี้ แม้ผู้ร้องปลูกต้นสนโดยสุจริตในที่ดินที่โจทก์นำยึด และค่าแห่งที่ดินเพิ่มขึ้น ผู้ร้องก็ชอบที่จะเรียกร้องเอาค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นนั้นจากจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของ หามีสิทธิเรียกร้องจากโจทก์ซึ่งมิใช่เจ้าของที่ดินไม่ อีกทั้งหามีกฎหมายบัญญัติให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินเรียกเอาค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นเพราะผู้ร้องปลูกต้นสนลงในที่ดินที่เช่าจากโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ของเจ้าของที่ดินไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่งที่ผู้ร้องนำสืบว่า ผู้ร้องกับนายวิเชียรร่วมหุ้นกันเช่าที่ดินดังกล่าวของจำเลยปลูกต้นสนเพื่อตัดขายเป็นรายได้ของผู้ร้องและนายวิเชียรนั้น โจทก์ก็มิได้นำยึดต้นสนที่ผู้ร้องปลูกในที่ดินดังกล่าว การที่โจทก์นำยึดที่ดินนี้จึงไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ร้องเกี่ยวกับต้นสนที่ผู้ร้องปลูก ผู้ร้องไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นจากโจทก์"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.