Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3991/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หน้าที่พิสูจน์ว่าสินค้าผ้าของกลางที่นำเข้ามาจากต่างประเทศได้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ตกอยู่แก่จำเลยผู้ซื้อสินค้าผ้าของกลางจะต้องมีภาระการพิสูจน์ว่าได้มีการเสียภาษีถูกต้องแล้วตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 100 หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะนำสืบไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 100

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้นำผ้าจำนวน 924 เมตร ที่ยังมิได้เสียค่าภาษีและยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง รวมราคาผ้าและค่าภาษีอากรขาเข้าทั้งสิ้นเป็นเงิน 11,218.68 บาท จากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร โดยเจตนาฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล หรือมิฉะนั้นตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว จำเลยซื้อ รับไว้ซึ่งสินค้าผ้าของกลางจำนวน 924 เมตร รวมราคาสินค้าและค่าภาษีอากรขาเข้าเป็นเงิน11,218.68 บาท จากผู้ลักลอบนำผ้าดังกล่าวจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาในราชอาณาจักร โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นผ้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร

พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 27 ทวิที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิดพ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 ริบของกลาง จ่ายสินบนนำจับและจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2499 (ที่ถูกต้องพ.ศ. 2489) มาตรา 6, 9 ปรับ 40,704 บาท ริบของกลาง กับให้จ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับ และจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมายข้อหาอื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน แต่ให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับร้อยละ 30 ของค่าปรับ และให้จ่ายรางวัลร้อยละ 15 ของค่าปรับแก่เจ้าพนักงานผู้จับจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยซื้อผ้าของกลางในตลาดสุขาภิบาลที่วางขายโดยเปิดเผย ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นสินค้าผ้าที่หลบหนีภาษีศุลกากร และไม่ได้ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนนั้น เห็นว่า โจทก์มีนายเซิ่น เหงียน อาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า นางพันมหา หนูเผือก อาชีพค้าขายสินค้าที่นำมาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เบิกความยืนยันว่าสินค้าผ้าของกลาง ผลิตขึ้นในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม แล้วนำมาจำหน่ายในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอีกทอดหนึ่งนอกจากนี้ปรากฏว่าจังหวัดนครพนมได้กวดขันเรื่องการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าผ้าที่ผลิตในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามแล้วลักลอบเข้ามาในประเทศไทยจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีรายละเอียดตามหนังสือราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม

เอกสารหมาย จ.7 เนื่องจากกระทบกระเทือนอุตสาหกรรมครอบครัวของประชาชนในจังหวัดดังที่พันตำรวจตรีอำนวยนิยมค้า เบิกความว่า ผ้าดังกล่าวมีคุณภาพดีกว่าและถูกกว่าผ้าพื้นเมือง จำเลยเองซึ่งมีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าก็นำสืบรับว่าสินค้าผ้าของกลางนำมาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเหตุที่ซื้อก็เพราะมีคุณภาพดีและราคาถูก ดังนั้น ข้อเท็จจริงในคดีจึงฟังได้ว่าผ้าของกลางเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งโดยปกติการนำเข้ามาในราชอาณาจักรจะต้องเสียค่าภาษีหรือได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องจำเลยฎีกาโต้แย้งต่อไปว่า จำเลยซื้อสินค้าผ้าที่วางขายโดยเปิดเผยในตลาด ต้องถือว่าสินค้านั้นเป็นผ้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย

จำเลยไม่ควรมีความผิดนั้นในข้อนี้ เห็นว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ ที่แก้ไขแล้วจะต้องเป็นการซื้อของที่ตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังได้แล้วว่าเป็นสินค้าจากต่างประเทศที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร คงมีข้อโต้เถียงกันเพียงว่าจำเลยรู้หรือไม่ว่าสินค้าผ้าของกลางไม่ได้เสียค่าภาษี ซึ่งหน้าที่พิสูจน์ในกรณีนี้ตกอยู่แก่จำเลยที่จะต้องมีภาระการพิสูจน์ว่าสินค้าผ้าของกลางได้เสียภาษีโดยถูกต้องแล้ว ดังที่พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 100 บัญญัติไว้ หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะนำสืบไม่ เมื่อจำเลยไม่นำสืบ เพียงแต่อ้างว่าเป็นสินค้าที่จำหน่ายโดยถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นความเข้าใจของจำเลยที่ไม่ได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวกับกรณีนี้ และไม่เป็นข้อแก้ตัวให้พ้นผิดคดีต้องฟังว่า จำเลยซื้อผ้าของกลางโดยรู้ว่ายังไม่ได้เสียค่าภาษี ทั้งนี้ ไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดและลงโทษมาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ สุขสุมิตร · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 789/2506

ในการฟ้องร้องเกี่ยวด้วยของซึ่งต้องยึดเพราะไม่เสียภาษีหรือเพราะเหตุริบโดยประการอื่นก็ดีหรือยึดเพื่อเอาค่าปรับก็ดีนั้น พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 100 บัญญัติให้หน้าที่พิสูจน์ตกอยู่แก่จำเลยถ้ามี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2506

เมื่อคดียังเป็นที่โต้เถียงกันอยู่ว่าสินค้าของกลางเป็นของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศอันจะต้องเสียภาษีศุลกากรหรือว่าเป็นของที่ผลิตขึ้นในประเทศ โจทก์ย่อมมีหน้าที่นำสืบให้ได้ความก่อน ถ้าได้ความว่าเป็นของที่น…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2482 (เลขอ้างอิง 79370)

จำเลยซื้อสินค้าที่ทำจากต่างประเทศภายในพระราชอาณาจักรสยามโดยสุจริต ไม่รู้ว่าสินค้านั้นยังมิได้เสียภาษีดังนี้ จำเลยไม่มีความผิดและกรณีเช่นนี้เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบจะยก ม.100 มาปรับแก่คดีมิได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6427/2567

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 104 เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจลงโทษผู้กระทำผิดให้ใช้เบี้ยปรับนอกจากโทษจำคุกในทางอาญาอีกก็ได้ แต่คดีนี้เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษค่าปรับในทางอาญาตาม พ.ร.บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3465/2566

การลงโทษปรับแก่ผู้กระทำความผิดหลายคนที่ร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรในขณะที่ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 มีผลใช้บังคับ ต้องกำหนดให้ผู้ร่วมกระทำความผิดรับผิดรวมก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้