Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3999/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บันทึกการจับกุมที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงชื่อ 16 คนแม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลงชื่อในบันทึกการจับกุมทั้งหมดจะไปร่วมจับกุมด้วยหรือไม่ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 คนร่วมทำการจับคนร้ายจริง แม้บันทึกบางส่วนจะไม่เป็นจริงก็ไม่ทำให้พยานหลักฐานโจทก์เสียไป จำเลยเข้าแย่งกระเป๋าจากผู้เสียหาย นาย อ.ซึ่งนั่งติดกับผู้เสียหายได้ช่วยเหลือผู้เสียหาย ในขณะที่มีการแย่งกระเป๋ากันอยู่ จำเลยก็อยู่ใกล้นาย อ.ทั้งมือจำเลยก็ไม่มีอะไรขัดขวางไม่ให้เคลื่อนไหว จำเลยย่อมมีโอกาสยิง นาย อ. ตรงส่วนใดของร่างกายก็ได้การที่จำเลยยิงที่มือนาย อ. เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าประสงค์จะให้นาย อ. ปล่อยกระเป๋า มิใช่ประสงค์จะฆ่านาย อ. จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 296 เท่านั้น โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289,339,340 ตรี ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 296 ซึ่งเป็นความผิดตามที่รวมอยู่ในการกระทำข้อหาพยายามฆ่า ศาลมีอำนาจลงโทษตามความผิดฐานทำร้ายร่างกายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268, 289, 339, 340 ตรี, 91, 80, 32, 33พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ กับขอให้ริบอาวุธปืน เครื่องกระสุนและปลอกกระสุนปืนของกลางให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาสร้อยคอและล็อกเกตที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 21,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานชิงทรัพย์และพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการเอาทรัพย์นั้นไปลงโทษตามมาตรา 289(7), 80 ประกอบมาตรา 52 ฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268, 265 ให้ริบอาวุธปืนของกลางและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า

เฉพาะข้อหาชิงทรัพย์จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคสาม, 340 ตรี โดยให้ลงโทษตามมาตรา 289(7), 80 และข้อหามีและพาอาวุธปืนมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 วรรคสามและมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะข้อหาชิงทรัพย์และพยายามฆ่าศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุผู้เสียหายกับนายอนันต์ได้โดยสารรถไฟขบวนสุราษฎร์ธานี-สุไหงโก-ลก จากสถานีรถไฟยะลาไปยังอำเภอสุไหงโก-ลก ขณะนั่งรถไฟจำเลยเอาปืนจี้ผู้เสียหายและชิงเอาทรัพย์วิ่งหนีไป นายอนันต์ถูกปืนคนร้ายที่ข้อมือขวาได้รับอันตราย

จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาชิงทรัพย์ กับข้อหาอาวุธปืน ส่วนข้อหาพยายามฆ่าให้การปฏิเสธ ผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่า หมายเลขทะเบียนปืนกับหมายเลขประจำปืนของกลางมีรอยขูดลบแก้ไขไม่ใช่หมายเลขเดิม จึงแจ้งข้อหาจำเลยเพิ่มเติมว่าปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม

จำเลยให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนร้ายชิงทรัพย์รายนี้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ปัญหามีว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าหรือไม่ การที่จำเลยยิงนายอนันต์ที่มือเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยประสงค์จะให้นายอนันต์ปล่อยกระเป๋า มิใช่ประสงค์จะฆ่า ถ้าจำเลยประสงค์จะฆ่าก็น่าจะเลือกยิงในส่วนที่สำคัญและทำให้ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296 ซึ่งเป็นความผิดที่รวมอยู่กับการกระทำในข้อหาพยายามฆ่า ศาลมีอำนาจลงโทษตามความผิดฐานทำร้ายร่างกายได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้ายศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 296 ให้ลงโทษตามมาตรา 339 วรรคสาม, 340 ตรี ซึ่งเป็นบทหนัก

จำเลยให้การรับสารภาพบางข้อหาในชั้นสองสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาพยายามฆ่า นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2538

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปล้นเอาเงินสดของส.ไป โดยร่วมกันใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทง ส. เป็นเหตุให้ ส.ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 288, 289 และ 340 คดีฟังได้แต่เพียงว่า จำเลยที่ 2 ได้ล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 584/2545

การที่จำเลยขับรถยนต์บรรทุกแซงออกไปทางด้านขวาเพื่อหลบหนีการจับกุมโดยมิได้ชนผู้เสียหายทั้งสองและรถที่จอดขวางทางนั้น มีเหตุสงสัยตามสมควรว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้งสองหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3779/2536

โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเพียงคนเดียวและไม่ได้ตัวมาเบิกความ คงมีแต่คำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหาย บันทึกการชี้ตัวผู้ต้องหาและภาพถ่าย การ ชี้ตัวผู้ต้องหา ที่ผู้เสียหายเป็นผู้ชี้เป็นพยานต่อศาลว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3473/2532

จำเลยถูกฟ้องหลายข้อหาในคดีที่มีข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกันศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลย เมื่อจำเลยฎีกาในข้อหาที่ไม่ต้องห้ามฎีกาหากศาลฎีกาเห็นว่า คดีมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยไม่ได้เป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2530

จำเลยกับพวกอีก 1 คน ชิงรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย โดยจำเลยเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ขวางหน้ารถผู้เสียหาย พวกของจำเลยซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจำเลยชักอาวุธปืนออกมาและบอกให้ผู้เสียหายหยุด เมื่อผู้เสียหายขัดขวางมิใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้