Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 40/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองร่วมวงเสพสุรากันจำเลยที่ 2 พูดว่าจะทำร้ายผู้เสียหายจำเลยที่ 2 ไปหาผู้เสียหายจำเลยที่ 1 ก็ตามไปด้วย และยืนอยู่ด้วยเป็นการสมทบกำลังให้จำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 2 ถือมีดตรงเข้าจะแทงผู้เสียหายและวิ่งไล่แทงผู้เสียหายซึ่งยืนห่างในระยะ 1 วา สามารถจะทำร้ายได้หากผู้เสียหายโดดหนีและวิ่งขึ้นเรือนได้ทัน จึงแทงไม่ได้สมความตั้งใจเป็นความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกาย จำเลยที่ 1 วิ่งไล่ไปด้วยถือว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดร่วมกัน การกระทำที่ก่อให้เกิดความกลัวหรือตกใจรวมอยู่ เป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายแล้วและเป็นความผิดที่มีโทษเบากว่า จึงลงโทษฐานพยายามทำร้ายร่างกายอันเป็นบทหนักกว่าแต่บทเดียว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบได้ความว่า นายเง้าจำเลยที่ 1 เป็นคนรถประจำคันที่นายศิริจำเลยที่ 2 เป็นคนขับ ตอนเช้าวันเกิดเหตุเรื่องนี้ คนรถของบริษัทเดียวกับรถที่นายศิริชัยถูกคนขับรถสองแถวแทงผู้เสียหายเป็นคนประจำรถสองแถวคันนั้น ครั้นตอนเย็น นายเง้า กับนายศิริจำเลยได้ร่วมวงเสพสุรากันอยู่ที่รถของตน นายศิริจำเลยได้พูดขึ้นในวงเสพสุราว่าจะทำร้ายนายมั่นผู้เสียหาย เมื่อนายศิริ ไปหานายมั่นที่เรือนนายไม้ นายเง้าจำเลยก็ตามไปด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า"ตามพฤติการณ์นายเง้าย่อมรู้อยู่ว่านายศิริจำเลยจะไปทำร้ายนายมั่นผู้เสียหายตามที่พูดไว้ การที่นายเง้าจำเลยตามนายศิริไปที่เรือนนายไม้และยืนอยู่ด้วยในขณะที่เรียกนายมั่นลงมาจากเรือนนายไม้ แสดงให้เห็นในตัวว่าเป็นการสมทบกำลังให้แก่ฝ่ายนายศิริ ยิ่งกว่านั้นเมื่อนายศิริถือมีดตรงเข้าไปจะแทงนายมั่นฝ่ายปรปักษ์และวิ่งไล่แทงนายเง้าจำเลยยังวิ่งไล่ไปด้วย ตอนนี้ก็เห็นได้ชัดว่าร่วมกับนายศิริในการที่จะแทงทำร้ายนายมั่น ไม่เช่นนั้นจะวิ่งไล่ตามนายมั่นผู้หนีภัยไปด้วยเหตุใด ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่ฟังว่านายเง้าจำเลยได้ร่วมกับนายศิริในการกระทำผิดนี้ด้วย การกระทำที่นายเง้าจำเลยร่วมกับนายศิริจำเลยนั้น

นายศิริถือมีดตรงเข้าจะแทงนายมั่นซึ่งยืนห่างในระยะ 1 วา สามารถที่จะทำร้ายได้ หากนายมั่นโดดหนีและวิ่งหนีขึ้นเรือนได้ทัน จึงแทงนายมั่นไม่ได้สมความตั้งใจการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามทำร้ายนายมั่นตามที่โจทก์ฟ้อง ส่วนข้อที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่พอฟังเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญอันเป็นความผิดลหุโทษนั้นศาลฎีกายังไม่เห็นพ้องในคำวินิจฉัย แม้จะไม่ได้ตัวนายมั่นผู้เสียหายมาสืบว่า เกิดความกลัวหรือตกใจในการกระทำของจำเลยหรือไม่ก็ดีกิริยาอาการและคำพูดที่นายมั่นผู้เสียหายแสดงออกโดยพูดว่า ผมไม่สู้และวิ่งหนีไปในเมื่อนายศิริถือมีดตรงเข้ามาจะแทง แสดงว่านายมั่นกลัวภัยที่จะเกิดขึ้นแก่ตนแล้ว แต่ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำที่ก่อให้เกิดความกลัวหรือตกใจในเบื้องต้นรวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายแล้วและเป็นความผิดที่มีโทษเบากว่า จึงลงโทษฐานพยายามทำร้ายร่างกายอันเป็นบทหนักกว่าแต่บทเดียว " ฯลฯ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ · เกษม ทิพยจันทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 619414)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 10 มีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80 ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 75 จำคุก 16 ปี 8 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2555

แม้โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้ายกับความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ เป็นความผิดหลายกรรม และจำเลยให้การรับสารภาพในค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6494/2552

ผู้เสียหายที่ 4 เป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อนโดยกระโดดถีบหน้าอกจำเลย แต่เมื่อผู้เสียหายที่ 4 เห็นจำเลยชักปืนพกออกมาจึงร้องบอกให้ผู้เสียหายอื่นทราบ แล้วผู้เสียหายทั้งสี่ต่างก็วิ่งหนีเช่นนี้ ภยันตรายซึ่งเกิดจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5487/2548

จำเลยทั้งสองสมคบกันเป็นตัวการร่วมกับพวกกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยร่วมกันมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ทั้งเฮโรอีนของกลางมีน้ำหนักสารบริสุทธิ์ถึง 6,000 กรัม ซึ่งเกินกว่า 20 กรัม จึงต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4222/2545

จำเลยที่ 3 เป็นผู้เช่าร้านค้า โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ประกอบกิจการอยู่ในร้านค้านั้น ต่อมาจำเลยที่ 3 เป็นผู้นำใบบันทึกการขายปลอมรวม 4 ฉบับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของใบบันทึกการขายปลอมจำนวน 25 ฉบับ ไปยื่นต่อโจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้