Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4000/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การใช้ทางที่จะเป็นทางภาระจำยอมโดยอายุความนั้น โจทก์ต้องได้ใช้ทางพิพาทในลักษณะปรปักษ์ต่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 เมื่อโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทเข้าออกสู่ทางสาธารณะโดยได้รับความยินยอมจาก พ. เจ้าของเดิม การที่โจทก์เอาหินกรวดมาทำถนนบนทางพิพาทเท่ากับเป็นการถือวิสาสะที่อาศัยความเกี่ยวพันในฐานะที่จำเลยจะเข้ามาเป็นเครือญาติของโจทก์เป็นสำคัญ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทในลักษณะปรปักษ์ต่อจำเลยตามมาตรา 1382 แม้โจทก์จะใช้ทางพิพาทผ่านที่ดินของจำเลยมากว่า 10 ปี ทางพิพาทก็หาตกเป็นทางภาระจำยอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1401 ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเปิดทางภาระจำยอมบนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2931 ตำบลออนเหนือ อำเภอสันกำแพง (กิ่งอำเภอแม่ออน) จังหวัดเชียงใหม่ มีความกว้าง 4 เมตร ตลอดแนวของความยาวประมาณ 75 เมตร บนที่ดินดังกล่าวทางด้านทิศใต้จากที่ดินของโจทก์ถึงทางสาธารณประโยชน์ในหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลออนเหนือ กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาและให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมให้แก่โจทก์ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้จำเลยเปิดทางพิพาทในส่วนที่ระบายสีแดงตามแผนที่พิพาท มีความกว้าง 2 เมตร ความยาวตลอดที่ดินของจำเลยทางด้านทิศใต้ตั้งแต่ส่วนที่ติดกับที่ดินของโจทก์จนถึงถนนสาธารณะเป็นทางภาระจำยอมให้จำเลยจดทะเบียนทางภาระจำยอมให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่จดทะเบียนภาระจำยอมให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ส่วนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 23301 ตำบลออนเหนือ อำเภอสันกำแพง (กิ่งอำเภอแม่ออน) จังหวัดเชียงใหม่ จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2931 ตำบลออนเหนือ อำเภอสันกำแพง (กิ่งอำเภอแม่ออน) จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดินของจำเลยตั้งอยู่หน้าที่ดินของโจทก์ โดยทางทิศตะวันออกของที่ดินของจำเลยติดถนนสาธารณะ โจทก์ใช้ที่ดินของจำเลยทางด้านทิศใต้ตามแนวเขตที่ระบุสีแดงในแผนที่เอกสารหมาย จ.5 เป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ ก่อนโจทก์นำคดีมาฟ้อง จำเลยได้สร้างรั้วลวดหนามล้อมที่ดินของจำเลยโดยปิดกั้นทางเข้าออกดังกล่าว หลังจากนั้นโจทก์ใช้ทางด้านทิศตะวันตกจากบ้านโจทก์ผ่านบ้านนายพิรุณ

ธิอินโต และนายสุข ธิอินโต ไปทางซอยหนองหอย ซอย 1 และซอย 3 เพื่อเป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ทางพิพาทตามแนวเขตที่ระบายสีแดงในแผนที่เอกสารหมาย จ.5 เป็นทางภาระจำยอมโดยอายุความหรือไม่ เห็นว่า แม้ผู้รับมอบอำนาจโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์ปลูกสร้างบ้านอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 23301 ตามเอกสารหมาย จ.1 มาตั้งแต่ปี 2509 โดยที่ดินดังกล่าวเดิมเป็นที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ก็ตาม แต่โจทก์หามีหลักฐานที่ดินตามที่กล่าวอ้างมาแสดงไม่ อีกทั้งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 2931 เอกสารหมาย จ.4 คงมีแต่ชื่อนางพัทราเป็นผู้มีสิทธิครอบครองมาแต่ต้น ทั้งโจทก์ก็ไม่มีหลักฐานที่บ่งแสดงว่าโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทผ่านเข้าออกถนนสาธารณะบนที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นของผู้มีสิทธิครอบครองคนใดก่อนหน้านางพัทรา จึงฟังไม่ได้ว่า

โจทก์อยู่อาศัยในที่ดินโฉนดเลขที่ 23301 และใช้ทางพิพาทบนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2931 มาตั้งแต่ปี 2509 ตามที่กล่าวอ้าง โดยพยานหลักฐานโจทก์ตามสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ 23301 เอกสารหมาย จ.1 ประกอบสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย จ.2 ที่ระบุว่าโจทก์เข้ามาอยู่ในบ้านเลขที่ 2/1 หมู่ที่ 2 ตำบลออนเหนือ กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2527 คงฟังได้แต่เพียงว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทผ่านเข้าออกถนนสาธารณะในปี 2527 เป็นต้นมาจนถึงปี 2543 มีระยะเวลาเกินกว่า 10 ปี และจำเลยล้อมรั้วห้ามมิให้โจทก์ผ่านเข้าออกที่ดินของจำเลย ทั้งนี้การใช้ทางที่จะเป็นทางภาระจำยอมโดยอายุความนั้น โจทก์ต้องพิสูจน์ได้ว่าโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทในลักษณะปรปักษ์ต่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 จะเห็นได้ว่าจากคำเบิกความของผู้รับมอบอำนาจโจทก์ในชั้นไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในกรณีมีเหตุฉุกเฉินเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2543 และในชั้นขอเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2544 ก็ดี

ตลอดจนคำเบิกความของผู้รับมอบอำนาจโจทก์ในชั้นสืบพยานโจทก์เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2544 ก็ดี ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ล้วนแต่ยืนยันว่าขณะที่นางพัทราเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2931 โจทก์ได้ใช้ทางพิพาทบนที่ดินดังกล่าวเข้าออกสู่ทางสาธารณะโดยได้รับความยินยอมจากนางพัทราแล้ว ซึ่งเจือสมกับคำเบิกความของนางพัทราพยานจำเลยที่ว่าโจทก์ได้ขออนุญาตใช้ทางพิพาทดังกล่าวจากพยาน อีกทั้งผู้รับมอบอำนาจโจทก์เองก็กล่าวอ้างว่าจำเลยกับตนเคยอยู่กินฉันสามีภริยากันมาก่อนและจำเลยซื้อที่ดินจากนางพัทราเพื่อปลูกบ้านเป็นที่อยู่อาศัยร่วมกัน การที่โจทก์เอาหินกรวดมาทำถนนบนทางพิพาทเท่ากับเป็นการถือวิสาสะที่อาศัยความเกี่ยวพันในฐานะที่จำเลยจะเข้ามาเป็นเครือญาติของโจทก์เป็นสำคัญ

ดังนั้น กรณีดังกล่าวข้างต้นจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทในลักษณะปรปักษ์ต่อจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แม้โจทก์จะใช้ทางพิพาทผ่านที่ดินของจำเลยมากว่า 10 ปี ทางพิพาทก็หาตกเป็นทางภาระจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่าทางพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สดศรี สัตยธรรม · สุมิตร สุภาดุลย์ · นันทชัย เพียรสนอง
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้