Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามรายงานความเห็นของสมุห์บัญชีและปลัดเทศบาล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจฎีกา และผู้เสนอความเห็นในฎีกาและเป็นส่วนหนึ่งของฎีกาเบิกจ่ายค่าบำเหน็จให้แก่ลูกจ้าง ได้เสนอเห็นควรให้เบิกจ่ายเงินบำเหน็จลูกจ้างให้แก่ลูกจ้าง จำเลยที่ 2 ในฐานะนายกเทศมนตรีผู้มีอำนาจอนุมัติฎีกา ได้มีคำสั่งอนุญาตในรายงานดังกล่าว ซึ่งมีความหมายว่าอนุญาตให้เบิกจ่ายเงินบำเหน็จลูกจ้างให้แก่ลูกจ้างได้นั่นเอง จึงเป็นการอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินบำเหน็จตามฎีกาดังกล่าวได้ แต่เนื่องจากเทศบาลไม่ได้ตั้งงบประมาณประเภทเงินค่าทดแทนและประเภทเงินบำเหน็จไว้ในงบประมาณประจำปี จำเลยที่ 2 จึงทำหนังสือขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัดขอยืมเงินสะสมของเทศบาลมาทดรองจ่ายไปพลางก่อน เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติมา ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีไปตามวาระแล้ว อ. นายกเทศมนตรีต่อจากจำเลยที่ 2 จึงได้ลงชื่ออนุมัติในหน้าฎีกาให้เบิกเงินตามฎีกามาจ่ายได้ เป็นที่เห็นได้ว่าถ้าหากเทศบาลได้ตั้งงบประมาณประเภทเงินทดแทนและประเภทเงินบำเหน็จไว้แล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 อนุญาตในรายงานดังกล่าว ก็ย่อมตั้งฎีกาเบิกเงินมาจ่ายได้ไม่ต้องขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อขอยืมเงินสะสมของเทศบาลมาทดรองจ่ายไปพลางก่อนแต่อย่างใด ดังนั้นการที่จำเลยที่ 2 มีคำสั่งอนุญาตในรายงานดังกล่าวย่อมเป็นการอนุมัติฎีกาตามความหมายในระเบียบกระทรวงมหาดไทย ฯ ข้อ 24 นั่นเอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุคดีนี้จำเลยที่ 1 เป็นปลัดเทศบาล จำเลยที่ 2 เป็นนายกเทศมนตรี เมื่อระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2517 ถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2517 จำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันจ่ายเงินบำเหน็จลูกจ้างเกินกว่าที่ควรจะจ่าย กล่าวคือ จำเลยร่วมกับพวกจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่นายสมกิจเกินไป8,050 บาท จ่ายเงินบำเหน็จให้แก่นายสุนทรเกินไป 5,000 บาท รวมเงินที่จ่ายเกินไป 13,050 บาท ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยให้หัวหน้าหน่วยการคลังเป็นผู้ตรวจฎีกาและให้ปลัดเทศบาลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนเสนอความเห็นในฎีกา ส่วนการอนุมัติฎีกาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกเทศมนตรีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย หากมีการจ่ายเงินไม่ถูกระเบียบ ให้ผู้อนุมัติฎีกา

ผู้จ่ายเงิน และผู้ตรวจฎีกา ผู้เสนอความเห็นในฎีกาและผู้เบิกเงินร่วมกันรับผิดชดใช้เงินจนครบ นายประกอบและนายองอาจได้ร่วมกันชดใช้เงินส่วนที่ตนต้องรับผิดชอบจำนวน 7,250 บาทคืนแก่โจทก์แล้วคงเหลือเงินที่จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชดใช้คืนให้โจทก์อีก 5,800 บาท ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 5,800บาทแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า นายองอาจเป็นนายกเทศมนตรีต่อจากจำเลยที่ 2เป็นผู้อนุมัติฎีกาในขั้นสุดท้าย ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินแก่โจทก์จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมายว่าจำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ข้อ 24 หรือไม่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารหมาย จ.9 เป็นรายงานความเห็นของสมุห์บัญชีและปลัดเทศบาลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจฎีกาและผู้เสนอความเห็นในฎีกาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ 24 ดังกล่าว ได้เสนอเห็นควรให้เบิกจ่ายเงินบำเหน็จลูกจ้างให้แก่นายสมกิจซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฎีกาเบิกจ่ายค่าบำเหน็จให้แก่ลูกจ้าง จำเลยที่ 2 ในฐานะนายกเทศมนตรีผู้มีอำนาจอนุมัติฎีกาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ 24 ดังกล่าวได้มีคำสั่งอนุญาต ซึ่งมีความหมายว่า

อนุญาตให้เบิกจ่ายเงินบำเหน็จลูกจ้างให้แก่นายสมกิจได้นั่นเอง จึงเป็นการอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินบำเหน็จตามฎีกาดังกล่าวได้ แต่เนื่องจากเทศบาลเมืองอุทัยธานีไม่ได้ตั้งงบประมาณประเภทเงินค่าทดแทนและประเภทเงินบำเหน็จไว้ในงบประมาณ พ.ศ. 2518 จำเลยที่ 2 จึงทำหนังสือขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีขอยืมเงินสะสมของเทศบาลมาทดรองจ่ายไปพลางก่อน เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีอนุมัติแล้ว ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานีไปตามวาระแล้ว นายองอาจนายกเทศมนตรีต่อจากจำเลยที่ 2 จึงได้ลงชื่ออนุมัติให้เบิกเงินตามฎีกามาจ่ายได้ตามเอกสารหมาย จ.2 เป็นที่เห็นได้ว่าถ้าหากเทศบาลเมืองอุทัยธานีได้ตั้งงบประมาณประเภทเงินทดแทนและประเภทเงินบำเหน็จไว้แล้ว

เมื่อจำเลยที่ 2 อนุญาตตามเอกสารหมาย จ.9 ก็ย่อมตั้งฎีกาเบิกเงินมาจ่ายได้โดยไม่ต้องขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เพื่อขอยืมเงินสะสมของเทศบาลมาทดรองจ่ายไปพลางก่อนแต่อย่างใด ดังนั้นการที่จำเลยที่ 2 มีคำสั่งอนุญาตในเอกสารหมาย จ.9 ย่อมเป็นการอนุมัติฎีกาตามความหมายในระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ 24 ดังกล่าวนั่นเอง เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ได้ตรวจสอบฎีกาให้ถูกต้องเสียก่อนลงชื่ออนุญาตให้เบิกจ่ายได้แล้ว ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ทักท้วงเป็นลายลักษ์อักษรแต่อย่างใด แม้จำเลยที่ 2 ไม่ได้ลงชื่ออนุมัติในหน้าฎีกาเอกสารหมาย จ.2 เพราะพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีไปตามวาระแล้วก็ดี จำเลยที่ 2 ก็ไม่พ้นความรับผิดพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้