Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4026/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นการฟ้องคดีโดยอาศัยสิทธิและเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ทั้งสองถือได้ว่าเป็นการฟ้องคดี แทนผู้เยาว์ทั้งสอง และฟ้องของโจทก์มีประเด็นอย่างเดียวกับที่ผู้เยาว์ทั้งสองโดยมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองเคยยื่นคำร้องในชั้นบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23203/2529ของศาลชั้นต้น ขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความและเพิกถอนการยึดที่ดินของผู้เยาว์ทั้งสอง ซึ่งศาลชั้นต้น ได้มีคำสั่งในคดีดังกล่าวให้ยกคำร้อง ของ ผู้เยาว์ทั้งสอง และคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ถือได้ว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีและประเด็นที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ฟ้องของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 144 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายยงค์ เผือกปลั่ง ได้กู้ยืมเงินจำเลยที่ 2โดยจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 59915 แขวงสีกันเขตบางเขน (ตลาดขวัญ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันไว้ ต่อมานายยงค์ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2ได้ฟ้องจำเลยที่ 1 เด็กชายอำพล เผือกปลั่ง และเด็กหญิงวราภรณ์เผือกปลั่ง ซึ่งเป็นภรรยาและบุตรผู้เยาว์ของผู้ตายต่อศาลชั้นต้นให้รับผิดชำระเงินกู้ยืมดังกล่าวตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23203/2529ของศาลชั้นต้น และมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีดังกล่าวซึ่งศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมแล้ว ปรากฏตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอม ฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2529ต่อมามีการผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญา

จำเลยที่ 2 ได้ดำเนินการบังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ผู้ตายจดทะเบียนจำนองเป็นประกันและที่ดินของเด็กชายอำพลกับเด็กหญิงวราภรณ์ผู้เยาว์คือที่ดินโฉนดเลขที่ 39091 แขวงทุ่งสองห้องเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2531 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองของเด็กชายอำพลและเด็กหญิงวราภรณ์ผู้เยาว์ได้ร้องต่อโจทก์ขอให้โจทก์ฟ้องเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีของศาลชั้นต้นดังกล่าวเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ทั้งสองเนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความไปโดยมิได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางตามกฎหมายสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ผูกพันผู้เยาว์ทั้งสอง

การยึดทรัพย์ของผู้เยาว์ทั้งสองจึงไม่ชอบ ขอให้ศาลพิพากษาว่า สัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23203/2529 ของศาลชั้นต้นไม่ผูกพันผู้เยาว์ทั้งสอง โดยเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้เยาว์ทั้งสองและสั่งยกเลิกเพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 39091 แขวงทุ่งสองห้องเขตบางเขน กรุงเทพมหานครจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23203/2529ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความถือได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนผู้เยาว์ทั้งสองและคดีถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันผู้เยาว์ทั้งสองการยึดทรัพย์กระทำโดยชอบ

ทั้งที่ดินโฉนดเลขที่ 39091แขวงทุ่งสองห้อง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นของจำเลยที่ 1 และสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้ตายการดำเนินคดีของโจทก์ในคดีนี้ซ้ำซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23203/2529 ของศาลชั้นต้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1ในฐานะส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ทั้งสอง เคยยื่นคำร้องในชั้นบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23203/2529ของศาลชั้นต้น ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความและเพิกถอนการยึดทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 39091 แขวงทุ่งสองห้องเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร มาครั้งหนึ่งแล้ว และศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ได้ดำเนินคดีเป็นคดีนี้อีก จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีดังกล่าวของศาลชั้นต้น ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมาย โจทก์แถลงรับว่าข้อเท็จจริงเป็นดังคำร้องของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยและวินิจฉัยว่าการที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ถือว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23203/2529 ของศาลชั้นต้น และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 จึงชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ที่โจทก์ฟ้องคดีนี้อ้างว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23203/2529 ของศาลชั้นต้น เด็กชายอำพลและเด็กหญิงวราภรณ์ผู้เยาว์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวโดยมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 2ในคดีนี้ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าว โดยมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองของผู้เยาว์ทั้งสองไม่ได้รับอนุญาตจากศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ผูกพันผู้เยาว์ทั้งสอง ขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความ และเพิกถอนการยึดที่ดินของผู้เยาว์ทั้งสองในคดีดังกล่าวนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นการฟ้องคดีโดยอาศัยสิทธิและเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ทั้งสองถือได้ว่าเป็นการฟ้องคดีแทนผู้เยาว์ทั้งสอง และฟ้องของโจทก์มีประเด็นอย่างเดียวกับที่ผู้เยาว์ทั้งสองโดยมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองเคยยื่นคำร้องในชั้นบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23203/2529ของศาลชั้นต้น ขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความและเพิกถอนการยึดที่ดินของผู้เยาว์ทั้งสอง ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในคดีดังกล่าวให้ยกคำร้องของผู้เยาว์ทั้งสอง และคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ถือได้ว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีและประเด็นที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ฟ้องของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรชัย สมรรถเวช · ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7019/2567

ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้โจทก์ถูกจำเลยฟ้องขับไล่ออกจากอาคารโรงงานพิพาทและเรียกค่าเสียหาย อ้างว่าผิดสัญญาเช่า เพราะโจทก์ขยายกิจการเป็นอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย ต่อมาโจทก์ฟ้องค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2567

คดีนี้กับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 502/2560 ของศาลชั้นต้น มีประเด็นข้อพิพาทอย่างเดียวกันว่า โจทก์หรือจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 4570 เนื้อที่ 138 ตารางวา ที่พิพาท และบ้านเลขที่ 5 ที่ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2088/2566

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีอ้างว่า จำเลยทั้งสองชำระหนี้ค่าเช่าให้แก่โจทก์ทั้งเก้าครบถ้วน มิได้ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ ต่อมาวันที่ 5 มกราคม 2561 จำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้