Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4037/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาจำเลยว่า ลักทรัพย์ รับของโจร และฉ้อโกง แล้วพนักงานสอบสวนได้สอบคำให้การ จ. ผู้รับมอบอำนาจจากธนาคารผู้เสียหายกรณีที่จำเลยใช้สมุดคู่ฝากถอน เงินสดจากธนาคารผู้เสียหายไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2539 ไว้ ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับว่า ในวันดังกล่าวจำเลยได้ใช้ สมุดคู่ฝากถอนเงินสดจำนวนดังกล่าวไปจากผู้เสียหายจริง ดังนี้ เห็นได้ว่าพนักงานสอบสวนได้สอบสวนในข้อหาความผิด ฐานฉ้อโกงด้วยแล้ว แม้ว่าในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกง พนักงานสอบสวนจะไม่ได้สอบปากคำว่าจำเลยได้ไปฉ้อโกง หรือหลอกลวงผู้ใดไว้ก็ตาม ก็ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญ เพราะ ในการสอบสวนไม่มีข้อห้ามตามกฎหมายว่าพนักงานสอบสวนจะต้องสอบสวนมากน้อยเพียงใด เมื่อมีการสอบสวนใน ความผิดฐานฉ้อโกงโดยชอบแล้ว พนักงานอัยการจึงมี อำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกง โดยวินิจฉัยว่าฟังไม่ได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดฐานฉ้อโกง โดยชอบ โดยศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิด ฐานฉ้อโกงหรือไม่ ดังนี้เพื่อให้การวินิจฉัยความผิดของจำเลย เป็นไปตามลำดับศาลเพราะผลแห่งการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ อาจนำไปสู่การจำกัดสิทธิการฎีกาของคู่ความ ศาลฎีกา ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 334, 335 และ 341 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 575,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334, มาตรา 335(1) วรรคแรก, 341 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานลักทรัพย์ จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 30 กระทง เป็นจำคุก 30 ปี ฐานฉ้อโกงจำคุก 1 ปี รวมจำคุก 31 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงลงโทษจำคุก 23 ปี 3 เดือน แต่ความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) วรรคแรก ซึ่งเป็นความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 10 ปี จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยรวมทั้งสิ้น 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 575,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยมีความผิดฐานร่วมกับพวกตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไปลักทรัพย์ 25 กรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก และมีความผิดฐานร่วมกับพวกตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 5 กรรม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7) วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 30 กระทง เป็นจำคุก 30 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 20 ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 575,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงเพราะได้มีการสอบสวนในข้อหาความผิดดังกล่าวแล้วหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวโจทก์นำสืบว่า

เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อร้อยตำรวจโทอาภากร โกมลสุทธิ พนักงานสอบสวนร้อยตำรวจโทอาภากรได้แจ้งข้อหาจำเลยว่าลักทรัพย์รับของโจรและฉ้อโกงแล้วได้สอบคำให้การของฝ่ายผู้เสียหายไว้ ต่อมาเมื่อจับกุมจำเลยได้ก็ได้สอบคำให้การจำเลย เห็นว่าตามบันทึกคำให้การของนางจันทร์เพ็ญ พุฒิวรชัย ผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายในชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.13ร้อยตำรวจโทอาภากรได้สอบคำให้การนางจันทร์เพ็ญ กรณีที่จำเลยใช้สมุดคู่ฝากถอนเงินสดจำนวน 10,000 บาท ไปจากผู้เสียหายเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2539 ซึ่งเป็นเหตุให้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกง และตามบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.15จำเลยก็ให้การรับว่าเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2539 จำเลยได้ใช้สมุดคู่ฝากถอนเงินสดจำนวน 10,000 บาท

ไปจากผู้เสียหายจริง แสดงให้เห็นว่าร้อยตำรวจโทอาภากรได้สอบสวนในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงด้วยแล้วแม้ว่าร้อยตำรวจโทอาภากรจะเบิกความตอบคำถามค้านว่าข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงไม่ได้มีการสอบปากคำว่าจำเลยได้ไปฉ้อโกงหรือหลอกลวงผู้ใดก็ตาม ก็ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญเพราะการสอบสวนพนักงานสอบสวนจะสอบสวนมากน้อยเพียงใดก็หาต้องด้วยข้อห้ามตามกฎหมายไม่ จึงถือได้ว่าคดีนี้ได้มีการสอบสวนในความผิดฐานฉ้อโกงโดยชอบแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 120 ดังนั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงปัญหาประการต่อไปมีว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงโดยวินิจฉัยว่า ถือไม่ได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดฐานฉ้อโกงโดยชอบ

ต้องห้ามมิให้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 โดยศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ เพื่อให้การวินิจฉัยความผิดของจำเลยเป็นไปตามลำดับศาลเพราะผลแห่งการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อาจนำไปสู่การจำกัดสิทธิการฎีกาของคู่ความได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวพิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฉ้อโกง ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยในข้อหานี้ให้ครบถ้วนแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดิมพัน จรรยามั่น · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · ชวลิต ธรรมฤาชุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้