คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยได้ทำยอมต่อศาลจะชำระเงินค่าเช่าโรงร้านที่ค้างแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๘๐ บาท จำเลยผิดสัญญาโจทก์จึงนำยึดทรัพย์ของจำเลย แลแทนกรรไตรสำหรับตัดกระดาดซึ่งเป็นของผู้ร้องได้ขายให้นายนาคโดยลักษณเช่าซื้อ แลนายนาคยังค้างชำระเงินแก่ผู้ร้องอยู่อีก ผุ้ร้องจึงขอให้ ถอนการยึด ศาลล่างทั้ง ๒ สั่งให้ถอนอนุการยึด
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาปัญหากฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจยึดได้ตาม ม.๒๖๘ แห่งประมวลแพ่ง
ศาลฎีกาเห็นว่าสังหาริมทรัพย์รายพิพาทนี้ได้อยู่ในที่โจทก์ที่ให้เช่า ในขั้นแรกโจทก์ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ร้องย่อมต้องสันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้นำเข้ามาตาม ม.๒๖๑ แต่เมื่อผู้ร้องได้ยอมไม่ชนะคดีโจทก์ได้ จึงตัดสินกลับให้โจทก์มีอำนาจยึดทรัพย์รายพิพาทได้