Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 404/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างจำเลยกับสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งโจทก์เป็นสมาชิกอยู่ มีว่าเมื่อจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนพนักงานของจำเลย กรณีที่มีการกล่าวหาว่าพนักงานของจำเลยถูกกล่าวหาหรือมีความผิดเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค จำเลยต้องให้ผู้แทนของสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสวนด้วย โดยให้สหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคเป็นผู้เสนอชื่อผู้แทนไม่น้อยกว่า 1 คน ดังนั้น การออกคำสั่งของจำเลยหรือทำการสอบสวนพนักงาน จำเลยต้องปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยเคร่งครัด การที่จำเลยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนโจทก์ทางวินัยโดยไม่มีผู้แทนของสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสวนและจำเลยสั่งให้โจทก์ออกจากงานนั้น เป็นคำสั่งที่ขัดต่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบและกรณีต้องถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมีการสอบสวนที่ไม่ชอบอันเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 10 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 19

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานของจำเลย ตำแหน่งสุดท้ายเป็นพนักงานการเงินและการบัญชี 5 และเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2527 จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานอ้างว่าโจทก์อาศัยอำนาจหน้าที่แสวงหาประโยชน์ส่วนตัวและทุจริตต่อหน้าที่แต่คณะกรรมการที่จำเลยแต่งตั้งขึ้นสอบสวนโจทก์นั้นไม่มีกรรมการฝ่ายสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคร่วมสอบสวนตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง การตั้งคณะกรรมการสอบสวนของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้ยกเลิกคำสั่งที่ให้โจทก์ออกจากงานและให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่ง อัตราค่าจ้าง กับสวัสดิการไม่น้อยกว่าเดิม ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างระหว่างไม่ได้ทำงานถึงวันฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ย กับให้จำเลยจ่ายค่าจ้างตั้งแต้วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน

จำเลยให้การว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนของจำเลยถูกต้องตามข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคว่าด้วยการกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การถอดถอนระเบียบวินัย การลงโทษและการอุทธรณ์การลงโทษของพนักงาน พ.ศ.2522 แล้ว ส่วนบันทึกข้อตกลงระหว่างการประปาส่วนภูมิภาคกับสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2525 ที่ต้องยอมให้สหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคร่วมเป็นกรรมการสอบสวนพนักงานหรือลูกจ้างที่ถูกกล่าวหาหรือมีความผิด เฉพาะกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือมีความผิดที่เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค โดยสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคเป็นผู้เสนอชื่อผู้แทนไม่น้อยกว่า 1 คน ให้การประปาส่วนภูมิภาคพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการ

โจทก์ได้ทราบข้อตกลงนี้แล้วกลับไม่รักษาสิทธิของตนเอง โดยแจ้งให้สหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคเสนอชื่อสมาชิกเข้าร่วมเป็นกรรมการ เมื่อข้อตกลงกำหนดไว้ชัดแจ้งเช่นนี้จึงไม่ใช่หน้ที่ของจำเลยจะต้องแจ้งให้โจทก์ทราบอีก คณะกรรมการสอบสวนของจำเลยได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนแล้วมีความเห็นว่าโจทก์ทำความผิด จึงได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงาน โจทก์ไม่เคบโต้แย้งว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนไม่ชอบ และมิได้อุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ซึ่งแสดงว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้มีผู้แทนสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคเข้าร่วมเป็นกรรมการ และเป็นการให้สัตยาบันการกระทำของจำเลยแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทุกกรณี ขอให้ยกฟ้อง วันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์แถลงว่า โจทก์ไม่ได้แจ้งให้สหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคให้เสนอชื่อผู้แทนเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสวนด้วย และเข้าใจว่าสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคไม่ทราบเรื่อง จำเลยแถลงว่า จำเลยไม่ได้แจ้งให้สหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคทราบเช่นกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางเห็นว่าคดีวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยานต่อไป จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าวัตถุประสงค์ของข้อตกลงระหว่างการประปาการประปาส่วนภูมิภาคกับสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค ลงวันที่14 ธันวาคม 2525 ข้อ 3 ก็เพื่อให้สหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคคุ้มครองและรักษาประโยชน์ของสมาชิก จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะแจ้งให้สหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคทราบเพื่อเสนอชื่อผู้แทนเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสวน ถือได้ว่าโจทก์ได้สละสิทธิการสอบสวนของจำเลยชอบแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า 'ตามข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคว่าด้วยการกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การถอดถอน ระเบียบวินัย การลงโทษและการอุทธรณ์การลงโทษของพนักงาน พ.ศ. 2522 เอกสารหมาย ล.1 นั้น ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาคมีอำนาจออกคำสั่งใดๆ เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ได้ ดังนั้น การออกคำสั่งของผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาคเพื่อทำการสอบสวนพนักงานของจำเลยจึงต้องอยู่ในบังคับของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคกับจำเลยด้วย โดยจำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติโดยเคร่งครัดว่า เมื่อจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนพนักงานของจำเลยกรณีที่มีการกล่าวหาว่าพนักงานของจำเลยถูกกล่าวหาหรือมีความผิดเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคจำเลยจะต้องให้ผู้แทนของสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสวนด้วยโดยให้สหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคเป็นผู้เสนอชื่อผู้แทนไม่น้อยกว่า 1 คนให้จำเลยพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการ

เมื่ออำนาจออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อทำการสอบสวนพนักงานของจำเลยเป็นอำนาจของผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาคเช่นนี้ ก่อนมีคำสั่งก็ชอบที่จำเลยจะต้องแจ้งให้สหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคทราบ เพื่อให้มีการปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นเสียก่อน และศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยได้ตระหนักถึงความจริงเกี่ยวกับหน้าที่ของตนได้ดีอยู่แล้ว โดยจะเห็นได้ว่าต่อมาจำเลยได้มีบันทึก ลับ-ด่วนมากที่ มท.5700/2672 ลงวันที่ 18 กันยายน 2527 เรื่อง ขอให้แต่งตั้งกรรมการร่วมจากสหภาพแรงงานการประปา ถึงผู้อำนายการกองการเจ้าหน้าที่ ซึ่งโจทก์ได้ส่งอ้างไว้ตามภาพถ่ายเอกสารสารบาญอันดับ 25 มีข้อความว่า โดยข้อตกลงระหว่างการประปาส่วนภูมิภาคกับสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคให้มีการแต่งตั้งผู้แทนสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคร่วมเป็นกรรมการสอบสวนวินัยพนักงาน ในกรณีเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค

ดังนั้นในทุกครั้งการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ขอให้ออกหนังสือแจ้งสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาคให้ส่งรายชื่อผู้แทนร่วมเป็นกรรมการสอบสวน ทุกกรณีที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ดังนั้น คำสั่งของจำเลยที่ 55/2527 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยลงวันที่ 31 มกราคม 2527 ตามเอกสารหมาย ล.4 เพื่อทำการสอบสวนโจทก์ จึงเป็นคำสั่งที่ขัดต่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างการประปาส่วนภูมิภาคกับสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค ลงวันที่14 ธันวาคม 2525 เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 ข้อ 3 จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบและกรณีต้องถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมีการสอบสวนที่ไม่ชอบอันเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ต่อไป ส่วนกรณีที่มีเหตุสมควรที่จำเลยจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือไม่ และการที่จำเลยจะต้องชำระเงินตามคำขอของโจทก์หรือไม่จำนวนเท่าใดนั้น เป็นข้อเท็จจริงซึ่งชอบที่ศาลแรงงานกลางจะได้วินิจฉัยต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาว่าสมควรรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือไม่ และสมควรบังคับจำเลยจ่ายเงินต่างๆ ตามคำขอของโจทก์หรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี'

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16552/2555

สัญญาจ้างโจทก์มีกำหนดระยะเวลาการจ้างตลอดมาถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2547 และจำเลยมีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลสัญญาจ้างสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2547 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดตามสัญญาเพราะโจทก์มีหนังสือถึงจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7945/2554

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 13 ใช้สำหรับกรณีมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้าง ซึ่งมีผลให้นายจ้างใหม่ต้องรับสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างที่มีอยู่กับนายจ้างเดิมมาด้วยทุกประการ แต่หากเป็นการโอนสิท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5026/2548

จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ใช้ตำแหน่งหน้าที่พิจารณาอนุมัติการยืมทรัพย์สินที่ไม่สามารถยืมได้ เพราะเป็นทรัพย์สินประเภทยืมใช้สิ้นเปลืองออกนอกบริเวณโรงงาน แต่จำเลยไม่ได้นำระเบียบข้อบังคับมาแสดง ทั้ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9096/2546

พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 นิยามศัพท์คำว่า ค่าจ้าง หมายความว่า เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติ ฯลฯ เมื่อตามข้อบังคับเกี่ยว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 48699)

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นข้อตกลงระหว่างจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างกับลูกจ้างของจำเลยเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้างสวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นใดอันเกี่ยวกับก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้