Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4045/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนผู้พิทักษ์เป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนผู้เสมือนไร้ความสามารถขอแบ่งมรดกของผู้เสมือนไร้ความสามารถ ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโดยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแทนผู้เสมือนไร้ความสามารถเพราะเป็นเพียง ผู้พิทักษ์มีอำนาจหน้าที่เพียงแต่ให้ความยินยอมหรือไม่แก่ ผู้เสมือนไร้ความสามารถเท่านั้น ผู้เสมือนไร้ความสามารถคือโจทก์ในคดีนี้จึงมาเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองโดยได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ ดังนี้ ฟ้องโจทก์ย่อมไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน และศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ ไม่จำต้องพิพากษาคดีตามศาลอุทธรณ์ในคดีก่อน เพราะคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ในคดีก่อนย่อมสิ้นผลโดยคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อน ดังนั้นศาลอุทธรณ์คดีนี้จึงย่อมพิพากษากลับกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีก่อนได้ทรัพย์มรดกของบิดาโจทก์จำเลยเป็นทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งปัน และต่างได้ร่วมกันปกครองทรัพย์มรดกดังกล่าวตลอดมาจนมารดาโจทก์ จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกและศาลแพ่งได้มีคำสั่งตั้งมารดาโจทก์ จำเลยเป็นผู้จัดการมรดก ต้องถือว่าทรัพย์มรดกอยู่ในระหว่างจัดการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1736 อายุความจึงสะดุดหยุดลง ตั้งแต่นั้นมา โจทก์มาฟ้องขอแบ่งมรดกเมื่อเกิน 10 ปี นับแต่เจ้ามรดก ถึงแก่ความตาย คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถโดยตาบอดทั้งสองข้างมีนางสนิท ภริยาเป็นผู้พิทักษ์ โจทก์และจำเลยทั้งสองเป็นนพี่น้องร่วมบิดามารดากันบิดาโจทก์มีทรัพย์สินสิบสองล้านบาท และถึงแก่กรรมทรัพย์สินดังกล่าวจึงเป็นมรดกตกได้แก่มารดาโจทก์ และจำเลยทั้งสองคนเท่า ๆ กัน คิดเป็นเงินคนละสามล้านบาท โจทก์กับจำเลยทั้งสองต่างปกครองทรัพย์ร่วมกันมา ขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกแก่โจทก์ตามส่วนเป็นเงิน 3 ล้านบาท

ระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอนุญาต จำเลยที่ 1 ให้การว่า ทรัพย์ตามที่ฟ้องไม่ใช่ทรัพย์ของบิดา โจทก์ไม่เคยร่วมปกครองทรัพย์ คดีโจทก์ขาดอายุความ โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาเดียวกันนี้ศาลฎีกาพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินให้โจทก์ 533,333.33 บาท ให้ยกฟ้องนอกจากนั้น จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 1 ฎีกาประการต่อมาว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 5408/2520 ของศาลแพ่งได้ความว่าคดีก่อนศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ในคดีก่อนเป็นเพียงผู้พิทักษ์ไม่มีอำนาจฟ้องแทนผู้เสมือนไร้ความสามารถผู้พิทักษ์มีอำนาจหน้าที่เพียงแต่ให้ความยินยอมหรือไม่แก่ผู้เสมือนไร้ความสามารถในกิจการที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ผู้เสมือนไร้ความสามารถคือโจทก์ในคดีนี้จึงมาเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองในคดีนี้โดยได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนส่วนที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ควรพิพากษาเช่นเดียวกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีก่อน

การพิพากษากลับกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีก่อนเป็นสิ่งที่กระทำมิได้ เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีก่อนย่อมสิ้นผลโดยคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อน ซึ่งเป็นคำพิพากษาของศาลที่สูงกว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 จำเลยที่ 1 หาอาจที่จะกล่าวอ้างถึงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่สิ้นผลแล้วมาบังคับให้ศาลอุทธรณ์ในคดีนี้จำต้องพิพากษาตามได้ไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาอีกว่า คดีนี้เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม2514 แต่โจทก์เพิ่งนำคดีมาฟ้องเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2523 หลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วถึง 10 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ซึ่งกำหนดให้ต้องฟ้องภายใน1 ปี

ได้ความจากนายวรศักดิ์ว่าหลังจากบิดาตายแล้วมารดารวมทั้งโจทก์และจำเลยที่ 2 ก็ได้เคยเข้าไปอยู่ที่โรงเรียนผ่องเพ็ญวิทยาที่ดอนเมืองอยู่กันตลอดมาจนเกิดพิพาท จำเลยที่ 1 ให้รื้อร้านอาหารเพื่อจะทำเป็นห้องเรียนจนถึงขั้นมารดาต้องไปแจ้งความกับตำรวจและนำคดีมาฟ้องจำเลยที่ 1 ในเวลาต่อมา ส่วนโจทก์ก็ถูกจำเลยที่ 1 บีบบังคับทำนองเดียวกันจนเกิดการฟ้องร้องเป็นคดีก่อนและคดีนี้แสดงว่าทรัพย์มรดกของบิดาโจทก์จำเลยเป็นทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งปัน และต่างได้ร่วมกันปกครองทรัพย์มรดกดังกล่าวตลอดมา จนมารดาโจทก์จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกและศาลแพ่งได้มีคำสั่งตั้งมารดาโจทก์จำเลยเป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งต้องถือว่าทรัพย์มรดกอยู่ในระหว่างจัดการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1736 อายุความจึงสะดุดหยุดลงตั้งแต่นั้นมาเป็นดังนี้คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความฟ้องร้อง

จำเลยที่ 1 ฎีกาเป็นประการสุดท้ายว่า มรดกของผู้ตายรายนี้ศาลได้ตั้งนางยุพินมารดาโจทก์จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียวเท่านั้นจึงจะมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากบุคคลภายนอกได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ความข้อนี้ จำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้นทุกประการ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · โสภณ รัตนากร · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5279/2548

เดิม ส. เคยฟ้องโจทก์ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีอากร คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบหรือไม่ และเป็นประเด็นที่ศาลในคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ต่อมา ส. ถึงแก่ความตาย ส่วน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7143/2546

จำเลยร่วมซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทกับโจทก์ ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยอมทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินพิพาททั้งสองแปลงคืนจากจำเลยร่วม หากโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อเสร็จสิ้น จำเลยร่วมยอมให้ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7046/2545

โจทก์จำเลยไม่เคยฟ้องร้องกันมาก่อน เป็นแต่เคยถูก ส. ฟ้องเป็นจำเลยด้วยกันเท่านั้น ดังนั้น การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ คดีก่อน ส. ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยที่ 4 และสหกรณ์จำเลยคดีนี้เป็นจำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1642/2545

คดีก่อน ส. เป็นโจทก์ฟ้องอธิบดีกรมที่ดินและเจ้าพนักงานที่ดิน โดยขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 15865 ซึ่งต่อมาคู่ความในคดีดังกล่าวตกลงประนีประนอมยอมความกันได้ ส่วนคดีนี้โจทก์มาฟ้องจำเลยในฐานะผู้ว่าราชการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3064/2545

การที่จำเลยมีหนังสือแจ้งโจทก์ว่าจำเลยยื่นฟ้องขับไล่ ส. และจำเลยเป็นฝ่ายชนะคดี ให้โจทก์ในฐานะบริวารของ ส. ออกจากที่พิพาท เมื่อโจทก์เห็นว่าตนมิใช่บริวารของ ส. แต่เป็นเจ้าของครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้