Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2501

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน (ห้องแถว) ซึ่งมีผู้เช่าอยู่ย่อมรับโอนไปทั้งสิทธิ์และหน้าที่ของผู้โอนซึ่งเป็นเจ้าของเดิม การที่ผู้ขายฝากได้รับรองสิทธิในการเช่าห้อง ซึ่งมีผู้เช่าทำสัญญาจดทะเบียนการเช่ากับผู้รับซื้อฝากไว้แล้วนั้น เมื่อผู้ขายฝากไถ่คืนมา การเช่ายังคงมีผลต่อไปตามมาตรา 569 ผู้เช่าไม่จำต้องบอกกล่าวเป็นการแสดงเจตนาว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาเช่าอย่างไรตามมาตรา 374 อีก และกรณีเช่นนี้ไม่เข้าข่ายมาตรา 502 เพราะผู้ขายฝากซึ่งไถ่คืนมานั้นได้ทำสัญญาประนีประนอมกับผู้ซื้อฝากให้การเช่ามีผลต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีได้ความว่า เดิมนายซ้ง แซ่ฉั่วเป็นเจ้าของ ห้องแถวซึ่งสร้างบนที่ดินเช่าจากผู้อื่น นายซ้งนำห้องไปขายฝากนายสำรวย กำหนดไถ่ถอนภายใน ๒ ปี ต่อมานายซ้งขอไถ่ นายสำรวยไม่ยอมให้ไถ่ จึงฟ้องขอไถ่ ศาลฎีกาพิพากษาให้ไถ่ได้ ก่อนศาลฎีกาพิพากษานายสำรวนได้ให้จำเลยเช่าห้องพิพาททำสัญญากำหนด ๕ ปี จดทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ ระหว่างนั้นนายสำรวยได้ฟ้อง นายซ้งเป็นคดีอาญาหาว่ายักยอกฉ้อโกงเงินอยู่อีกคดีหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุก ๖ เดือน นายซ้งฎีกา ต่อมานายสำรวยกับนายซ้งทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันนอกศาล ซึ่งในสัญญาข้อ ๔ มีความตอนท้ายว่า "ฯลฯ ข้าพเจ้านายซ้ง แซ่ฉั่ว ขอรับรองว่า ข้าพเจ้าจะไม่ฟ้องร้องขับไล่ผู้ที่เช่าอยู่และยอมให้ผู้เช่าอยู่ต่อไปจนครบกำหนดตามสัญญาเช่าเท่านั้น (สัญญามีกำหนด ๕ ปี)

นับแต่ ๑ มี.ค. ๒๔๙๖) ค่าเช่าห้องเลขที่ ๑๔๖ เป็นของนายซ้ง แซ่ฉั่ว นับแต่วันที่นายซ้งไถ่ถอน" แล้วนายสำรวยถอนฟ้องคดีอาญาตามสัญญาประนีประนอมและศาลอนุญาต นายซ้งได้ขายห้องพิพาทให้โจทก์ จำเลยอยู่ในห้องพิพาท โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้ออก จำเลยไม่ยอมออก โจทก์จึงฟ้องขอให้ขับไล่และใช้ค่าเสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความที่นายซ้งทำกับนายสำรวยใช้ได้ตามข้อ ๔ แห่งสัญญา นายซ้งรับรองสิทธิในการเช่าห้องพิพาทของจำเลยที่ทำสัญญาเช่ากับนายสำรวย จำเลยไม่จำต้องบอกกล่าวแสดงเจตนาอย่างใดอีก นายซ้งย่อมผูกพันตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๖๙ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ไม่มีปัญหาในเรื่องที่ดิน แต่เป็นการโต้เถียงกันระหว่างผู้รับโอนห้องคือโจทก์กับจำเลยผู้เช่า โดยนายซ้งผู้โอนได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมให้จำเลยเช่ามีกำหนด ๕ ปี แล้วโอนขายแก่โจทก์ โจทก์ผู้รับโอนย่อมถูกผูกพันตามสัญญาที่นายซ้งทำไว้ แต่ปรากฎว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ก่อนถึงกำหนดคือ ฟ้องเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ (วันที่ ๒๑) ซึ่งจำเลยยังมีสิทธิอยู่ (สัญญาที่นายสำรวยทำกับนายซ้งนับแต่ ๑ มี.ค. ๒๔๙๖) และกรณีไม่เข้า ป.พ.พ. มาตรา ๕๐๒ เพราะนายซ้งผู้โอนยินยอมให้จำเลยเช่าได้ตามสัญญาประนีประนอม ส่วนข้ออ้างที่ว่านายซ้งทำสัญญาเพราะถูกขู่เข็ญทางพิจารณาไม่ได้ความเช่นนั้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะดำเนินการขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครใต้ - นายวิเชียร เศวตรุณย์
ศาลอุทธรณ์ - นายโพยม เลขยานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2501 (เลขอ้างอิง 82993)

สัญญาที่ฝ่ายจำเลยเป็นผู้ออกเงินสร้างตึกขึ้น แล้วจำเลยมีสิทธิที่จะอยู่ได้ 8 ปี ฝ่ายเจ้าของที่ดินเป็นผู้ที่จะได้ตึกโดยไม่ต้องออกเงินสร้าง แต่จะต้องยอมให้ผู้สร้างอยู่ได้ 8 ปี สัญญาเช่นนี้เป็นสัญญาต่างตอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2501 (เลขอ้างอิง 43578)

สัญญาที่ฝ่ายจำเลยเป็นผู้ออกเงินสร้างตึกขึ้นแล้วจำเลยมีสิทธิที่จะอยู่ได้ 8 ปีฝ่ายเจ้าของที่ดินเป็นผู้ที่จะได้ตึกโดยไม่ต้องออกเงินสร้างแต่จะต้องยอมให้ผู้สร้างอยู่ได้ 8 ปี สัญญาเช่นนี้เป็นสัญญาต่างตอบแทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2297/2541

โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่ ท. ต่อมา ท.ในฐานะผู้ทรงสิทธิเก็บกินทำสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เช่ามีกำหนดเวลา 30 ปี โดยมีการทำสัญญาเช่าเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3151/2540

แม้สัญญาเช่าระหว่างโจทก์ผู้เช่าและจำเลยที่ 1ผู้ให้เช่าจะระบุว่า เมื่อจำเลยที่ 1 จะขายที่ดินและตึกแถวที่ให้เช่าจะต้องแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าเพื่อให้โอกาสโจทก์ที่จะซื้อก่อนเมื่อเห็นว่าเป็นราคาสมควรก็ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6975/2537

เดิมตึกแถวตามฟ้องเป็นของ ด. ด. ให้จำเลยเช่า ต่อมาด. โอนตึกแถวให้ อ. แล้ว อ. โอนขายให้โจทก์ แม้ ด. จะให้คำมั่นแก่จำเลยว่าเมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้ว ด. จะให้จำเลยเช่าตึกแถวต่ออีก 3 ปีคำมั่นดังกล่าวก็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้