Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4065/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ย. ดัดแปลงหรือจัดให้ผู้อื่นดัดแปลงรถยนต์กระบะบรรทุกให้เป็นรถยนต์นั่งและจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงลักษณะรถเมื่อเดือนสิงหาคม2529 จึงถือได้ว่า ย. เป็นผู้ประกอบการค้าในฐานะผู้ผลิต มีหน้าที่เสียภาษีการค้าของเดือนสิงหาคม 2529 อันเป็นเดือนภาษีนั้นโจทก์ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2530 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ด้วยในขณะนั้น จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าให้แก่จำเลย โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเงินค่าภาษีการค้าที่ชำระไปคืนได้ การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอเสียภาษีการค้ากรณีดัดแปลงรถยนต์กับแบบแสดงรายการการค้าต่อเจ้าหน้าที่ของจำเลย เจ้าหน้าที่ของจำเลยคำนวณเรียกเก็บภาษีจากโจทก์ตามที่โจทก์ชำระก็โดยอาศัยประมวลรัษฎากรเป็นหลัก จึงเป็นการได้มาโดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ขณะรับทรัพย์นั้น กรณีมิใช่ลาภมิควรได้ อันจะขาดอายุความ 1 ปี โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มีนาคม 2532 แต่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2531 เป็นการเกินไปกว่าคำขอไม่ชอบด้วยป.วิ.พ. มาตรา 142 ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17 ปัญหานี้แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 406 ป.พ.พ. มาตรา 419 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.รัษฎากร มาตรา 77 ป.รัษฎากร มาตรา 78 ป.รัษฎากร มาตรา 79 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อ อีซูซุ คันหมายเลขทะเบียน 4 ร-0559 กรุงเทพมหานคร จดทะเบียนไว้เมื่อวันที่25 มีนาคม 2528 เป็นรถยนต์กระบะบรรทุก ต่อมาเมื่อวันที่ 26สิงหาคม 2529 เจ้าของเดิมได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงลักษณะของรถเป็นรถยนต์นั่งสองตอนสองแถว เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2530 โจทก์ซื้อรถคันดังกล่าวจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จำกัด ต่อมาจำเลยประกาศแจ้งให้เจ้าของรถยนต์ที่มีการทำหรือ ดัดแปลงจะต้องทำการยื่นคำร้องขอเสียภาษีการค้าพร้อมกับแบบแสดงรายการการค้า (ภ.ค.40)และชำระภาษีการค้าภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2530 โดยผู้ยื่นไม่ต้องเสียเบี้ยปรับเงินเพิ่มและไม่ต้องรับผิดทางอาญาใด ๆ ทั้งสิ้นด้วยความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ที่มีการทำหรือดัดแปลงและเกรงว่าจะมีความผิดทางอาญาตามที่จำเลยได้ประกาศไว้

โจทก์จึงได้ยื่นคำร้องขอเสียภาษีการค้าและชำระภาษีการค้าต่อจำเลยเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2530 เป็นจำนวนเงิน 11,880 บาทต่อมาโจทก์ได้ทราบว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่เสียภาษี ดังนั้น เมื่อวันที่21 ธันวาคม 2531 โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีการค้า (ค.10)จำนวน 11,880 บาทจากจำเลย แต่จำเลยได้ปฏิเสธที่จะคืนเงินให้แก่โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยคืนเงินจำนวน11,880 บาทให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 7 มีนาคม 2532 จนกว่าจำเลยจะคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ครบถ้วนจำเลยให้การว่า โจทก์ได้ดัดแปลงรถยนต์บรรทุกให้เป็นรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน โดยมิใช่เพื่อขายซึ่งตามกฎหมายได้กำหนดให้ถือเป็นการขาย และให้ถือว่าเจ้าของรถยนต์ที่ทำหรือดัดแปลงเป็นผู้ประกอบการค้าและมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามมาตรา 79 ทวิ

แห่งประมวลรัษฎากร และโจทก์ได้ชำระภาษีให้แก่จำเลยซึ่งมีหน้าที่จัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรและตามกฎหมายอื่นให้แก่รัฐบาลไว้เป็นเงิน 11,880 บาท เป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว ที่โจทก์อ้างว่าได้ชำระภาษีไปเพราะความเข้าใจคลาดเคลื่อนนั้นไม่มีเหตุผลเพียงพอ เนื่องจากตามกฎหมายได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่าให้ผู้ทำหรือ ดัดแปลง หรือจัดให้ผู้อื่นทำหรือดัดแปลงสิ่งใด ๆ ให้เข้าลักษณะเป็นสินค้าตามประเภทการค้า 1ชนิด 4 แห่งบัญชีอัตรา ภาษีการค้าโดยมิใช่เพื่อขาย ให้ถือว่าเป็นการขายสินค้า และให้ถือว่าผู้เป็นเจ้าของสินค้าที่ทำหรือดัดแปลงเป็นผู้ประกอบการค้า และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้า ตามมาตรา 79ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และการที่โจทก์ได้ชำระภาษีการค้าดังกล่าวให้แก่จำเลยโดยไม่มีหน้าที่ต้องชำระตามที่กล่าวอ้างก็ตาม

เงินที่จำเลยรับไว้จากโจทก์ดังกล่าวก็ถือได้ว่าเป็นลาภมิควรได้ เมื่อจำเลยได้รับไว้โดยสุจริตและไม่มีเหลืออยู่ในขณะที่โจทก์เรียกคืนจำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 412

โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่เวลาที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน คือวันที่ 30 ธันวาคม2530 จึงเป็นอันขาดอายุความ ห้ามมิให้ฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 419 ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์จำนวน11,880 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่21 ธันวาคม 2531 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยในข้อแรกมีว่า โจทก์มีหน้าที่เสียภาษีการค้าที่รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 4ร-0559 กรุงเทพมหานคร ได้มีการดัดแปลงลักษณะรถจากรถยนต์กระบะบรรทุกเป็นรถยนต์นั่งสองตอนสองแถวหรือไม่

เห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 78 บัญญัติว่า ผู้ประกอบการค้าตามที่ระบุในบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวดนี้ มีหน้าที่เสียภาษีการค้าจากรายรับของทุกเดือนภาษีตามอัตราในบัญชีอัตราภาษีการค้าและผู้ประกอบการค้านั้น ประมวลรัษฎากร มาตรา 77 ให้หมายความว่าบุคคลธรรมดา นิติบุคคล คณะบุคคล หรือรัฐวิสาหกิจใด ๆ ซึ่งเข้าลักษณะตามที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีการค้าและประกอบการค้าในราชอาณาจักร โดยการค้านั้นเป็นการค้าตามประเภทที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีการค้า และหมายความรวมถึงผู้ที่บัญญัติในหมวดนี้ให้ถือว่าเป็นผู้ประกอบการค้าด้วย ซึ่งประมวลรัษฎากร มาตรา 79 ทวิอันเป็นบทบัญญัติในหมวด 4 หมวดเดียวกับมาตรา 77 บัญญัติว่ากรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นการขายสินค้าและให้ถือมูลค่าของสินค้าดังกล่าวเป็นรายรับ...(5)

การทำหรือดัดแปลง หรือจัดให้ผู้อื่นทำหรือดัดแปลงสิ่งใด ๆ ให้เข้าลักษณะเป็นสินค้าตามประเภทการค้า1 ชนิด 4 แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าโดยมิใช่เพื่อขาย แต่ทั้งนี้มิให้รวมถึงผลงานของผู้ประดิษฐ์ค้นคว้าซึ่งมิได้ผลิตขึ้นเพื่อขายสินค้าตามประเภทการค้า 1. ชนิด 4 แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่ 26 สิงหาคม 2529 คือ (ก) รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคนนอกจากที่ระบุใน (ข)และ (ข) คือรถยนต์ตาม (ก) เฉพาะที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล บัญชีอัตราภาษีการค้าดังกล่าวกำหนดให้ผู้ประกอบการค้าที่มีหน้าที่เสียภาษีการค้าคือ ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิต ผู้ผลิตนั้นประมวลรัษฎากร มาตรา77 ให้หมายความว่า ผู้ประกอบการค้าที่ทำการผลิต และผลิตหมายความว่า...

ประกอบแปรรูป แปรสภาพสินค้าหรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ... ไม่ว่าจะทำเองหรือตกลงให้ผู้อื่นทำให้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่านางยุภา ดัดแปลงหรือจัดให้ผู้อื่นดัดแปลงรถยนต์กระบะบรรทุกให้เป็นรถยนต์นั่งและจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงลักษณะรถเมื่อเดือนสิงหาคม 2529 จึงถือได้ว่านางยุภา เป็นผู้ประกอบการค้าในฐานะผู้ผลิต มีหน้าที่เสียภาษีการค้าของเดือนสิงหาคม 2529 อันเป็นเดือนภาษีนั้น โจทก์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ด้วยในขณะนั้น จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าให้แก่จำเลย โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเงินค่าภาษีการค้าที่ชำระไปจำนวน 11,880 บาท คืนได้ปัญหาต่อไปมีว่า เงินที่จำเลยรับไว้จากโจทก์เป็นลาภมิควรได้อันจะขาดอายุความ 1 ปี หรือไม่

เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอเสียภาษีการค้ากรณีดัดแปลงรถยนต์กับแบบแสดงรายการการค้าต่อเจ้าหน้าที่ของจำเลย เจ้าหนี้ที่ของจำเลยคำนวณเรียกเก็บภาษีจากโจทก์จำนวน 11,880 บาท ตามที่โจทก์ชำระก็โดยอาศัยประมวลรัษฎากรเป็นหลัก จึงเป็นการได้มาโดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ขณะรับทรัพย์นั้น กรณีมิใช่ลาภมิควรได้ อันจะขาดอายุความ 1 ปีอนึ่ง

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินจำนวน 11,880 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มีนาคม 2532 แต่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ จำนวน 11,880บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 21ธันวาคม 2531 เป็นการเกินไปกว่าคำขอไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17ปัญหานี้แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง เห็นควรแก้ไขให้ถูกต้องโดยให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยแต่วันที่ 7 มีนาคม 2532 เป็นต้นไปพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ จำนน 11,880 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มีนาคม 2532จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · ก้าน อันนานนท์ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2520

แม้โจทก์จดทะเบียนประกอบการค้าไว้ในฐานะผู้นำเข้าและผู้ผลิตก็ตามแต่เมื่อได้ความว่าโจทก์นำวัตถุดิบต่าง ๆ เข้ามาเพื่อใช้ผลิตเป็นสินค้าเพื่อขาย มิได้นำมาเพื่อขายในขณะที่เป็นวัตถุดิบ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ประกอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 869/2520

โจทก์นำน้ำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อผลิตเป็นสินค้าน้ำอัดลม ระหว่างต้นปี 2507 ถึงเดือนกรกฎาคม 2509 โจทก์เสียภาษีที่ที่ว่าการอำเภอโดยโจทก์ยื่นแบบภ.ค.4 แสดงยอดราคาน้ำเชื้อที่นำเข้ามาในราช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4987/2546

โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฮ่องกงและมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยทำสัญญากับบริษัท ย. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศอังกฤษและไม่ได้ประกอบกิจการในประเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7758/2543

ศาลภาษีอากรกลางอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 โจทก์ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 24 การนับเวลา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4941/2539

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายที่พิพาทระหว่างที่พิพาทยังอยู่ในระยะเวลาห้ามโอนตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 มาตรา 12 โจทก์จะอ้างว่าไม่รู้ว่ามีบทกฎหมายดังกล่าวหาได้ไม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้